Tuesday, November 04, 2008

ผิงรักภาณิณค่ะ คริคริ

ผิงรักภาณิณค่ะ

วันศุกร์ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2551

๑๔:๕๗:๓๕ น.

ชื่อเรื่องก็ฮาฟะแว้ว ไม่มีไรหรอก พอดีเดินผ่านหน้าทีวีเมื่อซักตอนบ่ายโมงมั้ง เห็นในละครคุณผิงที่เป็นดารา เขาบอกว่า เขารักภาณิณค่ะ เหี้ยแม่งฮาอะ เมื่อคืนเราพึ่งโทรไปคุยกะมิตรเก่ามิตรแก่ อย่าง ภาณิณ มา โทรไปเม้าแตกมากๆ เม้าไปชั่วโมงครึ่งได้ เม้าไปเรื่อยเปื่อยจริงๆนะละ(ปกติผู้ชายเขาไม่เม้าโทสับกันหรอกนะ) ตั้งแต่เรื่องสากกะเบือยันเรือรบ เราไม่ค่อยได้เจอกันหรอก เจอกันปีนึงนับหนได้เลย แต่เจอกันไม่ได้เม้าแตกทั้งวันทั้งคืน เม้าตั้งแต่เรื่องรางวัลซีไร้ต์ไปจนถึงดาราใครเป็นผัวใครเมียใคร เราก็นึกสงสัยนะ พวกดาราผู้หญิงที่เป็นแฟนกะพวกพระเอกตุ๊ดเอ๊ย พระเอกไบเซ็กช่วล เขาไม่รู้สึกอะไรกันหรือวะ ใครๆก็รู้กันทั้งบ้านทั้งเมืองว่าไอ้นี่เป็นตุ๊ด แต่ก็เอามาเป็นแฟนได้ แปลกดีแฮะ ไหนใครบอกกันว่า สวยเลือกได้ ... แต่ ... ผัวฉันบางวันก็ต้องไปเป็นเมียคนอื่น เอาตัวเข้าแลกกะหน้าที่การงาน

อ่อ เราชอบเรียกไอ้นินว่า คุณ ภาณิณ ชิน นะ วัด เพราะว่า มีวันนึงเมื่อปลายปี๒๐๐๔ ไปงานศพน้องเพื่อนแล้วเห็นเด็กผู้หญิงคนนึง แต่งชุดนักเรียนมัธยม และ ปักชื่อและนามสกุลแบบนี้ ตอนนั้นทักษิณยังหล่ออยู่ เมื่อคืน มีเม้าด้วยว่า มึงอยากเป็นแฟนดาราคนไหนวะ กูว่าเดี๋ยวพอถึงเวลากูจะไปจีบน้องจุ๋ยว่ะ เดี๋ยวกูแนะนำริต้าให้มึงรู้จักนะ มันบอกว่าไม่เอาๆๆๆๆ จะเอาพอลลล่า เราแม่งขำกันใหญ่ ห่า พอลล่าเขาชอบคนรวย เขาไม่เอามึงหรอกเปลี่ยนเป้าหมายหน่อยๆ แต่ไอ้นินก็รู้ล่ะว่า เราหลงรักน้องจุ๋ยตั้งแต่เห็นเขาปี๑แล้วล่ะ แต่ไม่รู้จักกันหรอก คิกคิก

เล่าให้มันฟังด้วยว่า เมื่อไม่นานมานี้ ไปเจอผู้หญิงคนนึงสวยมากๆๆๆๆๆ งุงิงุงิ ให้ความรู้สึกแปลกแสนแปลกที่ ถ้า จะ จีบเขาน่ะไม่ยากหรอก เพราะเขาไม่ได้สนใจอะไรกะผู้ชายมากนัก ผู้หญิงสมัยนี้น่ะ ดูก่อนเลย ออพชั่นเป็นไง ขับรถอะไร เรียนไรมา ชาติตระกูลยังไง ทำงานอะไร เงินทองทางบ้านมีเป็นถุงเป็นถังไหม อะไรต่างๆเหล่านี้ ซึ่งเราคุยกันว่า ไอ้สิ่งเหล่านี้เป็นองค์ประกอบที่ไม่ใช่พื้นฐานของความรักที่แท้จริงเลย ความรักที่แท้จริงองค์ประกอบพื้นฐานอยู่ตรงไหน เราก็เข้าใจกันนะ (ไม่ใช่เรื่องที่ต้องบอกในเวลานี้กระมัง)

แต่สุดท้ายเราก็หักห้ามใจได้อะนะ เพราะไม่ใช่เวลาที่ถูก เราเชื่อมั่นเสมอว่า คนที่ใช่ย่อมมาในเวลาที่เหมาะสม และ สถานที่ที่ใช่ด้วย(ดั่งพรหมลิขิตให้เรารักกัน แหวะ อ้วก..แต่ฉันเชื่อของฉันแบบนี้จินๆ ชริชริ )

แต่เรารู้สึกว่า เออ มันแปลกดี ที่คนสวยคนนี้เขาเฉยๆกะอะไรแบบนี้

บางครั้งเราก็นึกอยากมีแฟนแบบมันล่ะนะ คือ คนแบบเรากะไอ้นินเนี่ยไม่หล่อที่ภายนอกเลย แต่ภายในเก๋เท่ประหลาดๆพอควร พวกเราเป็นคนที่เข้ากะผู้หญิงได้ดี เข้าใจผู้หญิงง่าย แต่หาคนเข้าใจคนแบบพวกเรายาก(มาก)

มันเฮงที่หาแฟนมันเจอ

คุยผ่านไปชั่วโมงครึ่ง เหี้ยนินถามว่า ” ตกลงมึงโทรหากูเรื่องไรเนี่ย” เราแม่งขำกร๊าก ก็นี่ไง กูโทรมาเม้ากะมึงเรื่อง กูชอบน้องจุ๋ยหลงรักเขามา๗ปี แต่เขาไม่เคยรู้เลย และไม่เคยเห็นหน้ากูเลย (ฮา) เลยถามว่ามึงอยากจีบดาราคนไหน เรียกความเฮฮากันไป เพราะรู้ว่าไม่มีทางเป็นความจริงเลย

เดินผ่านหน้าทีวี ออกจากบ้านไปส่งไปรษณีย์ ส่งหนังสือไปให้คนๆนึงอ่าน รับประกันความเจ๋งเลย หนังสือเล่มนี้

พนักงานไปรษณีย์พูดจาแปลกๆ อยากให้เราส่งไป EMS โห ราคาต่างกะส่งปกติตั้งสามเท่า ลงทะเบียนก็สองเท่า เราก็ว่าแปลกดี พูดเหมือนมันหายได้ง่ายๆเลย ส่งพร้อมไปรณียบัตร๑ใบ นึกในใจ เอ๊ ก็ส่งแบบปกตินี่หว่า ถ้าไม่งั้นจดหมายก็หายกันไปนานแสนนานแล้วดิ โป๊สก๊าดก็ไม่มีทางถึงมือเขาดิวะ ถ้าไม่ลงทะเบียนหรือ EMS

แต่จริงๆมันก็เงินไม่กี่บาทหรอกนะ แต่ไม่อยากให้ถึงเร็วเกินไปหรอก ความรักก็ต้องใช้เวลาบ่มเพาะ เหมือนกะการส่งของนี่ล่ะ จะให้ด่วนๆไปไม่ดี (ฮา)

นึกไปถึงว่า เคยส่งของจากซิดนี่ย์ ไปกาต้าร์โดฮ่า เมื่อปลายปี๒๐๐๓ ค่าส่ง๑๕ดอลมั้ง ค่าประกันอีก ๓๐ เราเลยแล้วแต่บุญแต่กรรม ของกูแค่สิบสองเหรียญเองนะเว้ยยยยยย ถ้าจะถึงก็ถึง ถ้าจะใช่ก็ใช่ ไม่คิดมาก ไม่ประกัน

ไหนๆก็เม้ามาแล้ว เม้าต่อละกัน


ตอนแรกจะตั้งอีกหัวข้อนึงว่า บูเก้

แม่เคยบอกเมื่อหลายปีก่อนคงซักห้าปีมั้ง ว่า คำนี้เป็นคำยืมในภาษาอังกฤษมาจากภาษาฝรั่งเศสแปลว่า ช่อดอกไม้

เราเข้าไปดูไฮ๕ เพื่อนสนิท เห็นมันได้ดอกไม้ในงานแต่งงานของเพื่อนสนิทมัน แล้วก็ว่า..แปลกดี วัฒนธรรมแบบนี้มันมีไม่กี่ปีนี้เองนะ คล้ายๆกะการฉลองฮัลโลวีนเนี่ยล่ะ สมัยเราอยู่มหาลัย ไม่เห็นมีเลย

เรื่องตลกคือ หลังจากมันได้ดอกไม้ แฟนเก่าแม่งหันไปมองหน้าแฟน(ปัจจุบัน)มัน บอกว่าแม่งหน้าเสียเหี้ยๆ กูแม่งนึกแล้วขำกร้ากๆๆๆๆ ไอ้เหี้ยเอ๊ย แฟนมึงก็อายุ๒๘เท่ากัน ใครจะอยากแต่งงานวะ(หล่อด้วย รวยด้วย)

มันเม้าให้ฟังว่า อันที่จริงมันเป็นพิธีกรงานเนี้ย ตอนเช้าก็คุยกันกะเจ้าสาวว่า ไม่มีโยนดอกไม้เนอะ แล้วจู่ๆโปรแกรมก็เปลี่ยน หลังๆมานี้เราไปงานไหน ก็มีโยนดอกไม้ทั้งนั้นล่ะ

เพื่อนสนิทเล่าให้ฟังว่า เพื่อนสนิทมันสองคนก็เคยได้ดอกไม้ แต่ก็ไม่เห็นได้แต่งเสียที

เพื่อนสนิทมันคนนึงก็ฟอมดีบอกมันว่า ก็เฉยๆนะ ก็มันตกลงตรงหน้าก็ต้องรับ แต่เราจำได้ว่า เราเคยเม้ากะเขานะ เขาบอกตอนเขาอายุ๒๐ ก็คิดแล้วว่าจะออกกำลังกายเข้าฟิตเน็ส เผื่อ แฟนตอนนั้นคบกันไปเรื่อยๆ จะขอแต่งงานเขาจะได้แข็งแรงมากพอให้ลูกในครรภ์สุขภาพสมบูรณ์ แหม แต่พอ อายุ๒๘ ได้ดอกไม้ กลับบอกว่า เฉยๆ ไม่ได้อยากแต่งงานอะไร ฟอมดีฟอมดี

ส่วนเพื่อนสนิทของเพื่อนสนิทอีกคน เราไม่รู้หรอก รู้แต่อีกซักพักคงแต่งมั้ง แต่อันนั้นรู้สึกเขาไปได้ดอกไม้ถึงโบสถ์ในแคนาดาเลยเชียว

เรื่องดอกไม้และการได้แต่งงานนี่แปลกดี

สาวๆอายุซัก๒๘นี่ก็แต่งงานกันไปหมดแล้วล่ะ คนที่เหลือๆอยู่ก็อายเพื่อน ไอ้จะเซ้าซี้แฟนให้แต่งนี่ก็แปลกดี ทำกันยาก เซ้าซี้นัก เลิกกะกู กูต้องมาหาแฟนใหม่ตอน๒๘นี่จะไม่ขำเอา

แต่ก่อนแต่ไรไม่เข้าใจว่าทำไมถึงท้องกันได้ ไม่ใช่เด็กมัธยมนะ ที่ไม่รู้จักการคุมกำเนิด

หลังๆมานี่ ชีวิตหาใช่นิยายไม่ ที่ท้องกะคนนึง แต่รักอีกคนนึงและแต่งงานอีกคนนึง

(ผิงท้องกะใครไม่รู้ ไม่ได้ดูต่อ แต่ปากบอกว่ารักภาณิณ)

หลายหนเรามักนึกแปลกใจว่าทำไม ผู้ชายอายุ๒๘จะแต่งงาน

เมื่อคืนเหี้ยนินพูดถึงพี่ๆเพื่อนๆผู้ชายที่ออฟฟิซมัน ที่อายุซักยี่บแปดสามสิบ เงินเดือนซักสองหมื่น เขาแต่งงานกันได้ไง(วะ) เราก็บอกไปว่า ก็ช่วยๆกันไป คนอยากแต่งก็แต่งเองล่ะ เงินจะไปพอเลี้ยงลูกได้ไง(วะ)

แต่เราคิดว่า ส่วนใหญ่เหตุผลจะบังคับมาจากเบื้องบน คือ ครอบครัวของเจ้าสาวที่เห็นว่าลูกสาวตัวเองอายุไม่น้อยแล้ว และ ยังไม่แต่งงาน คบกันมาก็นานแล้ว

ผู้ชาย๒๘ กะผู้หญิง ๒๘ นี่ต่างกันมาก ผู้หญิงเริ่มไม่สวย(แม้จะสวยมหาศาล) ส่วนผู้ชายนั้นนับวันยิ่งหล่อวันหล่อคืน อันนี้แอบขำนะ จากผู้หญิงคนนึงที่ขอเราเป็นแฟน เมื่อซัก ๔เดือนก่อน เราถามเขาว่าทำไมล่ะ เขาบอกว่า ก้อเธออายุ๒๘อะ กำลังหล่อเลยอะ(เขาอายุ๒๕) เราแม่งขำเลย เหตุผลแค่เนี้ยหรอ ส่วนเหตุผลที่จากกันไป มันฮากกว่านั้นอีกเยอะ เลย ฮ่าๆๆ เออ จริงๆบนเน็ทเขาก็แอบมีรูปนะ ท่าทางจะดัง ฮาๆๆ

มุราคามิบอกในหนังสือเล่มไหนซักเล่มของเขาว่า ผู้ชายหล่อสุดตอน๓๗ เราเห็นด้วยเลยล่ะ วุฒิภาวะ ความสำเร็จในชีวิต อะไรหลายๆอย่างมันเป็นแบบนั้นจริงๆ

อันนี้ตั้งอยู่บนสมมติฐานที่ว่า นารีมีรูปเป็นทรัพย์ บุรุษมีทรัพย์เป็นรูปนะจ๊ะ

แต่เราเข้าใจผู้หญิงนิดๆหน่อยๆว่า ๒๘ นี่ก็พ้นวัยพร้อมสืบพันธุ์มาเท่านึงแล้ว มันก็ต้องอยากแต่งงานกันบ้างล่ะ

อ้อ พอดีเห็นว่า นุ่น วรนุช เขาพึ่งอายุ๒๘ ไปไม่นานนี้(อ่านข่าวดารามา) ส่วนเพ็ญพักตร์ก็๔๘ อย่างสองคนนี้ต้องกรณียกเว้นอะ สวยไม่มีแก่เลย ทัศนคติชีวิตเขาคงดีมากๆ ถึงได้ไม่ค่อยแก่นัก นั่นไม่รวมถึงวิธีบำรุงผิวพรรณหรอกนะ

อ้อ วันนี้วันฮัลโลวีน ไอ้ยุดโทรมาชวนไปเคิ้บ แต่เราไม่ไปหรอก ขออยู่บ้านดีกั่ว พอดีน้องชาลกะน้องเอกเขาจะเปิดตัวผลิตภัณท์แก้เมาใหม่ที่นั่น ไม่รู้เป็นไงเหมือนกัน อาจจะดัง รวยเละเลยก็ได้ หรืออาจจะตรงกันข้ามก็ได้ เขาก็วัดดวงกันไป

0 comments:

About Me

ทศ พิทักษากร
Tokyo, Japan
น้องสาวชื่อ ทอรุ้ง พ่อเป็นลูกคนเดียวของปู่กะย่า แม่เป็นลูกคนเดียวของตากะยาย น้องสาวมีลูกไม่ได้ ชอบเลี้ยงแมวมากกว่าหมา ตอนเด็กๆโดนหมางับที่โคนขา@เขาใหญ่ เลยไม่ค่อยรักมัน แมวเลี้ยงมาหลายตัวมากๆ หมาเลี้ยงมาและรักตัวเดียวชื่อ แตงโม ไก่แจ้ก็ชอบ ตอนเด็กที่บ้านมี๓๐ตัวได้ แต่้ตอนนี้อยากเลี้ยงนกยูง เ็ห้นว่าสวยดี เรื่องแฟนไม่คิดมาก ยังนึกไม่ออกว่าแต่งงานเมื่อไรดี แต่พ่อห้ามแต่งก่อนสามสิบ ส่วนจะมีบุตรสืบสกุลหรือไม่ ไม่ค่อยแน่ใจ เพราะหมอบอกว่าต้องดูสุขภาพภรรยาด้วย ว่ามีได้ไหม บ้านเราไม่ค่อยแข็งแรงกันอะ เป็นโรคทางพันธุกรรมบางอย่าง ความสามารถพิเศษ : เรียนจบนักธรรมตรี แต่ไม่เปรียญซักกะประโยค แต่ก็ยังขยันกินเหล้าอยู่ นอกจากทำมาหาเลี้ยงชีวิตแล้ว งานอดิเรกคือ ชอบอ่านหนังสือมากๆ ในรอบสี่ปีนี้ใช้ชีวิตในห้องสมุดเป็นหลัก สำหรับเราเราเรียกมันว่าโลกไร้กาลเวลา โดนดูดเข้าไปบ่อยๆ อ้อ เราสายตาไม่สั้นนะ ไม่เนิ้ดเลยด้วย เป็นผู้ชายตัวใหญ่ ใส่เสื้อที่ซื้อตามสวนจตุจักรไม่ได้ ชอบผู้หญิง ตัวเล็ก ผมสั้น ตาสวย แก้มใส เสียงหวานๆ พูดได้มากกว่าสองภาษา จะสามสี่ห้าภาษาก็ได้ไม่ว่ากัน เรียนเก่งๆ ญาติน้อยๆ ชอบอยู่บ้าน เล่นดนตรีได้ ทำบัญชีได้ ขับรถไม่เป็น
View my complete profile