Friday, November 07, 2008

คำถามแปลกๆ

คำถามแปลกๆ

วันศุกร์ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

๐๑:๑๘:๔๒ น.

วันนี้นั่งอ่านหนังสือเล่มหนึ่ง เห็นประโยคหนึ่ง แล้วเกิดความสงสัยมากกก ว่า เฮ้ย ไม่จริงมั้ง เกิดมาไม่เห็นเคยรู้สึกแบบนั้นเลย อ่านผ่านไปอีกหน้านึง เกิดคำถามขึ้นมาในหัว เฮ้ย ไม่จริงๆๆๆๆ มันค้านกับประสบการณ์ในชีวิตที่มีมา๒๘ปี ก็เลยโทรหาชาวบ้าน โทรหา เมย์ มิ้ม กุ้ง ไม่มีใครรับกูเล้ยสามคนนี้ ก็เลยโทรหาเหี้ยนิน ตูน กี้ อ้อม เหี้ยเมย์ เหี้ยบอย ตูนกะกี้ดีใจจัดๆที่เราโทรไป เห็นคืนก่อนกี้โทรมาแต่เราขี้เกียจคุย วันนี้ก็โทรหา คือ มันเป็นคำถามที่ควรถามผู้หญิงมากกว่า ทุกคนตอบตรงกันหมดว่า เออ มันเป็นแบบนั้นแหละ

ยกเว้นมิ้ม มิ้มตอบแบบที่เราคิด

อ้อ ใช่ กุ้งไม่โทรกลับมา ก็เลยไม่ได้ถามคำถามนี้ อยากรู้เหมือนกันว่า กุ้งจะตอบว่าไง ถ้าตอบถูกใจจะพาไปกินไรหร่อยๆซะหน่อย ถ้าตอบไม่ถูกใจก็จะให้กล้องเป็นของรางวัล(ฮา)

เออ แต่เอ๋ยตอบได้ฮาสุดๆ มันบอกว่า ก็มึงอะผิดธรรมชาติผิดปกติ ไม่รู้ตัวหรือไง เราก็ เออ ว่ะ บรรลุธรรม โสดาปัตติผล งั้นแบบนี้จริงๆแล้วมันต้องมีอีกหลายๆเรื่องในชีวิตที่เราเข้าใจผิดแน่ๆเลยว่ะ เดี๋ยววันหลังต้องหัดถามชาวบ้านซะแล้ว ว่า ไอ้ที่เข้าใจมามันผิดไหม

คล้ายๆไงดี เราเห็นใบไม้ของต้นมะม่วงน่ะสีแดงมาตลอดชีวิต

แล้วจู่ๆในหนังสือเล่มนี้ก็มาบอกว่า ไม่ใช่ๆ ใบไม้ของต้นมะม่วงน่ะสีเขียว!!!

เอ๊า กูพึ่งรู้ว่า กูตาบอดสีไปซะงั้น

นึกได้อีกตัวอย่างนึง มีวันนึงไปหัวหินกัน นานแล้วล่ะ นั่งเมาๆกันอยู่ริมระเบียง ได้ยินเสียงจิ้งหรีดเยอะมากๆดังจัดๆ พวกน้องๆมันก็ถามกันขึ้นมาว่าเสียงอะไร เราก็บอกว่าก็เสียงจิ้งหรีดไง บ้านพวกมึงไม่มีหรือไง พวกแม่งทั้งสี่ทำหน้างงๆ แล้วก็บอกว่าไม่มี บ้านพี่มีหรอ เราก็งงแตกไปอีก ไอ้เหี้ยเอ๊ย ไม่มีวันไหนตลอดชีวิตกูที่นอนบ้านนี้แล้วไม่ได้ยินเสียงจิ้งหรีดเลย เราก็เลยพึ่งรู้ว่า บ้านกูมีบ้านเดียวในกรุงเทพมั้ง(ฮา)

คือ คำถามมันง่ายๆนะ ไม่ได้เป็นเรื่องที่ต้องสงสัยหรือไม่ต้องสงสัย อาจเพราะความจริงเรื่องนี้ในแต่ละคนไม่เหมือนกัน

อ้อ โทรหาเตยด้วย แต่ลืมถามคำถามนี้ โทรไปเบื่อๆ ขอให้เตยเล่าเรื่องตลกให้ฟังเรื่องนึง (อีนี่มันตลกดี) เตยก็เลยพูดไรมานิดหน่อย เราถามว่านี่มันตลกไงวะ พอวางเตยไป โทรไปหาไอ้นนท์กะไอ้ยุด ทั้งสองคนนี้กำลังขับรถอยู่ทั้งคู่ เราย้ำเลยนะว่า เรื่องตลก

(วิธีการเล่าเรื่องตลกคือห้ามบอกก่อนว่า เรื่องนี้คือ...เรื่องตลก...มิฉะนั้น..จะ..มิตลก ชิมิเคอะ)

พอเราเล่าจบแม่งขำกันต่อเนื่องยาวนานลั่นรถแน่ๆ ได้ยินเสียงแม่งขำกันชิบหาย

กูก็ยังงงๆแม่งตลกตรงไหนวะ

โทรศัพท์เม้าแตกก็ไม่ช่วยไรนัก ปวดตา เวียนหัว สะบักจม เป็นแบบนี้มาเป็นสัปดาห์แล้ว แต่ชีวิตไม่ได้มีปัญหาอันใด ไม่เครียดนัก ไม่ได้มีเรื่องอยากปรึกษาอะไรใครเลยด้วยซ้ำ วันก่อนนู้นไอ้ยุดปรึกษาเรื่องขาดทุนสองแสนบาท (ทำใจไม่ได้ (ไม่ใช่เรื่องหุ้นนะ )) เราก็เครียดว่าถ้าเราช่วงนี้เราทำงานเตรียมตัวไม่ดี กูขาดทุนเป็นล้านเลย หลายล้านบาทเลยด้วยซ้ำ เออ แปลกนะ พอคิดเป็นตัวเลขแล้ว ทำให้ไม่เครียด แต่ถ้าคิดว่า ทำอะไรก็ต้องรับผิดชอบอันนี้แบบนี้ซิที่เครียดกว่าอีก

ไอ้นนท์บอกว่า งานใช้สมองมันก้อเครียดแบบนี้ล่ะพี่ แต่เราก็ค้านนะ ปกติกูเป็นคนไม่ค่อยเครียดมากนักนะ นอกจากเวลามีปัญหาชีวิตจริงๆ แล้วทำไมช่วงนี้ปวดลูกกะตาได้วะ กูล่ะงง พ่อก็ไม่ป่วย ยายก็แข็งแรง ธนาคารก็พูดจาดี๊ดี ผู้หญิงมาหักอกก็ไม่มี โลกจะพินาศ(พินาศไปแล้ว) ความฝันจะถูกทำลายฤก็ไม่(เพราะเลิกฝันไปแล้ว)

ซึ่งจริงๆแล้ว เราไม่ได้มีปัญหาอะไรเลยนะนี่ จะว่าไป ชีวิตแสนสุขีสโมสร แต่เหมือนไม่มีพลังเลย กินข้าวเยอะมาก ตื่นแต่เช้าด้วย พรุ่งนี้ก็ต้องตื่นหกโมงกว่าๆอีก แต่นอนหลับสนิทดี ให้ความรู้สึกเหมือนปีที่แล้วด้วยซ้ำ แบบมีเวลาว่างกูขอนอนเหอะ หัวถึงหมอนหลับทันทีไม่อยากยุ่งกะใครเลย กูปวดกระบอกตา เอ หรือ สายตาสั้นหว่า สายตาสั้นไหมนี่ไม่แน่ใจ แต่จู๋สั้นนี่ชัวร์ ฮ่าๆๆ

โทรหาเหี้ยโป้งกะเหี้ยแด๊กด้วย ไอ้โป้งบอกงานที่มันพึ่งทำไม่กี่วันนี้ แม่งจ้างมันมาอ่านหนังสือ อ่านตั้งแต่แปดโมงเช้าถึงห้าโมงเย็น ไอ้เหี้ยแด๊กบอกว่า(พึ่งทำงานเดือนนี้เหมือนกัลล์) งานแม่งก็อ่านหนังสือตั้งแต่เจ็ดโมงกว่าถึงค่ำๆนู้นแน่ะ ตาแทบบอด เราก็บอกไปว่า เออ กูก็เหมือนกัน แปลกดีนะ พวกเราแม่งนักอ่านกันทั้งสิ้น แต่พอมาเป็นงานที่ต้องอ่านนี่แม่ง ปวดตากันใหญ่เลย แต่ก้ออ่านกันคนละเรื่องนะ เหี้ยแด๊กมันอ่านพวกคำพิพากษา เขาเรียกไรไม่รู้กฏหมายๆซักอย่าง ไอ้โป้งมันอ่านเรื่องเกี่ยวกะDNA ส่วนเราอ่านวิธีการใช้สมองในการสร้างสรรค์ ฟังดูเหมือนพวกเด็กเรียนเลยเนอะ แต่จริงๆตัวเบ้อเร่อๆ เฮฮา ทุกตัวเลย

อยากจับหมูจัง ไม่ได้จับมาจะสองเดือนแว้วววววว

วันเหี้ยไรวะ กูโทรหาคนร่วม๑๐คน นี่กูขายแอมเวย์หรือไงกัน!!!

0 comments:

About Me

ทศ พิทักษากร
Tokyo, Japan
น้องสาวชื่อ ทอรุ้ง พ่อเป็นลูกคนเดียวของปู่กะย่า แม่เป็นลูกคนเดียวของตากะยาย น้องสาวมีลูกไม่ได้ ชอบเลี้ยงแมวมากกว่าหมา ตอนเด็กๆโดนหมางับที่โคนขา@เขาใหญ่ เลยไม่ค่อยรักมัน แมวเลี้ยงมาหลายตัวมากๆ หมาเลี้ยงมาและรักตัวเดียวชื่อ แตงโม ไก่แจ้ก็ชอบ ตอนเด็กที่บ้านมี๓๐ตัวได้ แต่้ตอนนี้อยากเลี้ยงนกยูง เ็ห้นว่าสวยดี เรื่องแฟนไม่คิดมาก ยังนึกไม่ออกว่าแต่งงานเมื่อไรดี แต่พ่อห้ามแต่งก่อนสามสิบ ส่วนจะมีบุตรสืบสกุลหรือไม่ ไม่ค่อยแน่ใจ เพราะหมอบอกว่าต้องดูสุขภาพภรรยาด้วย ว่ามีได้ไหม บ้านเราไม่ค่อยแข็งแรงกันอะ เป็นโรคทางพันธุกรรมบางอย่าง ความสามารถพิเศษ : เรียนจบนักธรรมตรี แต่ไม่เปรียญซักกะประโยค แต่ก็ยังขยันกินเหล้าอยู่ นอกจากทำมาหาเลี้ยงชีวิตแล้ว งานอดิเรกคือ ชอบอ่านหนังสือมากๆ ในรอบสี่ปีนี้ใช้ชีวิตในห้องสมุดเป็นหลัก สำหรับเราเราเรียกมันว่าโลกไร้กาลเวลา โดนดูดเข้าไปบ่อยๆ อ้อ เราสายตาไม่สั้นนะ ไม่เนิ้ดเลยด้วย เป็นผู้ชายตัวใหญ่ ใส่เสื้อที่ซื้อตามสวนจตุจักรไม่ได้ ชอบผู้หญิง ตัวเล็ก ผมสั้น ตาสวย แก้มใส เสียงหวานๆ พูดได้มากกว่าสองภาษา จะสามสี่ห้าภาษาก็ได้ไม่ว่ากัน เรียนเก่งๆ ญาติน้อยๆ ชอบอยู่บ้าน เล่นดนตรีได้ ทำบัญชีได้ ขับรถไม่เป็น
View my complete profile