ตะกี๊นั่งดูรายการตะลุยปาร์ตี้ในทีวีอยู่นาน รายการนี้ถ้าเปิดเจอก็มักจะดู
จริงๆก้อนึกอยากเขียนอะไรแบบนี้มานานแล้ว ทุกเรื่องมีความไม่เกี่ยวข้องกันในความเกี่ยวข้องกันอยู่ เรามองเห็นได้
ทางโปรดิ๊วเซ่อร์ผู้บริหารคลื่นวิทยุ107ที่เป็นเซเล็บชอบออกงาน เขาจัดงานขึ้นมาสนุกดี ดูในทีวีน่าจะมัน เขาบอกว่าเริ่มต้นว่าตั้งไฮ5ของคลื่นแล้วให้คนแอ๊ดเข้ามา แล้วจะเลือกคนโสดชาย10หญิง10มาร่วมปาร์ตี้ มีการเอาดีเจ(สวยๆหล่อๆ)มานั่งโต๊ะ แล้วได้พูดคุยคนละสองนาที ใครได้คะแนนสูงสุดชนะเลิศไปเลย หัวข้อก็เกี่ยวกะเรือ่งโสดๆไรงี้ละ วนกันไปเรื่อยๆให้ครบ20คน
เรือ่งแปลกก็คือ เราไม่ค่อยรู้หรอกว่า ดีเจสมัยนี้ก็หล่อๆสวยๆไปขนาดนี้แล้ว นี่คลื่นไม่ใช่แกรมมี่ซักกะหน่อย อ้อ เห็นคุณเติ้งด้วย(SIIT) คุณลิซ่า(บัญชี) ส่วนคุณท๊อบ(BAS) ในรายการนี้ พวกนี้หล่อๆสวยๆมาแต่ไหนแต่ไรโดดเด่นในมหาลัยอยู่แล้ว เราไม่ค่อยรู้จักหรอก แต่เดินก็ต้องเห็น คุณท๊อบแกแต่งตัวหล่อยังกะนายแบบตามแม็กกาซีนได้ทุกวัน ไม่ได้มีเค้าว่าจะต้องเซอร์ดูติดดินแบบนี้ ส่วนเติ้งตอนเด็กๆเรียนร่วมรรประจำด้วยกัน
เรื่องแปลกกว่าคือ ดีเจสวยๆเหล่านั้นทำไมมีอาการเขินกันด้วยวะ เรามักงงๆ คนสวยๆเขาเขินกันได้ด้วยหรอ ยิ่งเป็นดีเจน่าจะชินกับการถูกจีบละมั้ง เขาน่าจะชินกับการมีคนมาเอาอกเอาใจ เห็นดีเจแพ๊ตตี้เขาบอกว่าประทับใจคนๆนึง ที่เขาถามว่า ถ้ามีผู้หญิงมีแฟนอยู่แล้ว ผู้ชายไปเจอจะจีบไหม ผู้ชายบอกว่าไม่เพราะนึกถึงหัวอกผู้ชายที่เป็นแฟนผู้หญิงว่าจะทรมานยังไง เขาบอกว่าเขาประทับใจ เราฟังแล้วงงๆ มันก็ปกติออกนี่นา หรือเพราะ คนสวยๆสมัยนี้มีคนมาจีบตลอดเวลา คนสมัยนี้ชอบมีกิ๊กกันซินะ แต่เราไม่ชอบ
วันก่อนพึ่งอ่านสกุลไทยที่บ้าน เห็นว่าคุณลิซ่าแกทั้งประกาศข่าวช่อง5และเป็นดีเจ107 เรางงๆ เสียงแบบนี้หรอ เสียงเหมือนผู้ชายมากเลยนะ
ไม่ได้เป็นแบบดีเจสมัยก่อนเลยที่เสียงหวานๆเปิดเพลงเฆี่ยนเราตายได้ ในความเหน็บหนาวและอ้างว้างยามค่ำคืน สมัยนี้ผู้ประกาศข่าวก็เหมือนดาราเข้าไปทุกวันด้วย ผู้ชายเสียงยังดีอยู่ แต่ผู้หญิงมักจะเสียงงั้นๆแต่หน้าสวยๆ เราชอบข่าวช่อง9นะ นักข่าวแก่ๆแต่เสียงหวานๆเพราะๆ
เราก็ไม่รู้ว่าไอ้เทร็นด์เซล้งเซเล็บอะไรนี้มาจากไหนอะไรกันนักหนา ไม่ค่อยเข้าใจ ว่าทำไมต้องเป็นแบบนี้ คนรวยอยากดังหรอ คนสวยอยากโดดเด่นหรอ ดาราน่าหมั่นไส้หรือ หมั่นไส้ดารา ไอ้การจัดงานอะไรแบบนี้บางทีเราก็ไม่ค่อยเข้าใจ อาหารนิ้วๆจะอิ่มหรอ ก็ภาพมันสวยนักข่าวทำได้นี่เนอะ
คือ นึกถึง คลื่น107สมัยก่อนมากๆ เปิดเพลงบรรเลงเพราะๆทั้งคืน ฟังบ่อยๆ เปิดอีกทีกลายเป็นคลื่นดีเจสวยๆหล่อๆไปแล้วซะงั้น ก็ไม่น่าแปลกอะไร ผู้บริหารเป็นเซเล็บ เขาก็คิดแบบเซเล็บกระมัง แต่เราเชื่อลึกๆว่า มันจะค่อยๆกลับไปเป็นปกติเองละ มันจะมีวิวัฒนาการอะไรหลายๆอย่างไปตามเวลาเอง หลายๆเรื่องเราพอคาดเดาได้ด้วยว่าจะเดินไปทางไหน ไปอยู่เมืองที่ทันสมัยที่สุดในโลกก็ดีแบบนีนี่เอง เห็นวงล้อแห่งความเปลี่ยนแปลงทางสังคมและการบริโภคชัดเจนขึ้นมากๆ
เข้าเรื่องดีกว่า อ่านเจอในจีเอ็มฉบับที่หยิบมาจากบ้านเพื่อนที่เป็นคอล่ำนิสต์อยู่ที่ สนพ จีเอ็ม
หน้า98
จุดพลิกผัน....
เขาพูดว่า
รูปแบบการจัดรายการเริ่มเปลี่ยนไปสู่การใช้คอมพิวเตอร์ในการเลือกเพลง และเทร็นด์ที่นำคนหน้าตาดี อายุน้อยเป็นนักร้องมาทำดีเจ
เราอ่านแล้วอมยิ้มเล็กๆ จำได้ว่า คุณพลอย(แฟนคุณโดม)เสียงน่ารักกว่าดีเจหลายคนอีก แต่ก่อนก็ชอบฟัง แต่หลังๆเอาดารามาเป็นกัน เสียงไม่หวานไม่เป็นไร ยิ่งมีวงจรปิดเวลาสดๆออกอากาศทางเน็ทได้ ก็ยิ่งแปลกดี
เออ วันนี้นึกออกอยากคุยกับดีเจจุ๊บ โทรไปหาที่บ้านไม่อยู่ซะงั้น จำเบอร์มือถือไม่ได้ จำได้แต่เบอร์บ้าน จุ๊บก็เสียงเพราะ นัดก็เสียงเพราะ นัดเป็นน้องชายแฟนเก่าเรา เคยเป็นดีเจคลื่นเดียวกะจุ๊บ แต่พวกนี้ก็หน้าตาดี
ดีเจ104.5ต้องลิ้นไก่สั้น ดีเจ935ต้องเว้นวรรคเหมือนไม่อ่านบท ฟังแล้วจั๊กกะจี้ดี
กลับมาในเนื้อหาจีเอ็มหน้านั้น 4บรรทัดสุดท้ายเขียนว่า คุณยังสามารถติดตามเสียงของบิ๊ค ภูมิชาย กับ โหน่ง วงศ์ทะนง ได้ที่คลื่น935 ได้ทุกวันอาทิตย์3-5โมงเย็น
ตอนแรกเราอ่านแบบอมยิ้มๆ พออ่านถึงตรงนี้ขำขี้แตก โธ่เอ๊ย ตกลง ใครก็ตามดังแล้วต้องออกสื่อใช่ไหม ตอนแรกน้อยใจคนดังมาเป็นดีเจ สุดท้ายก็จัดคู่กับคนทำหนังสือที่ชักเป็นดารา แต่ก่อนชอบนะ ดีเจบุญชายเนี่ย พูดเพราะดี พวกฮอทเวฟยุคนั้น สมัยเราปอห้าปอหก ปัจจุบัน โด่งดัง เด่น กันสุดๆ แปลกดีนะ
เมื่อเดือนก่อนนู้นเคยคุยกะดีเจทรายว่า อยากกลับไปฟังก๋อยศรีอีก เขาบอกว่าสนุกมากเช่นกัน นั้นมันเกิน15ปีแล้วนะนั่น
ตกลง ไอ้เทร็นด์หาคู่ง่ายๆมันมาคู่ไทยตั้งแต่เมือ่ไหร่วะ ไฮ5หรอไง กูละงง คนเรามันจะรักกันได้ง่ายๆไปนัดบอด บลายเดด ได้ง่ายงั้นเลยหรือ
หกโมงเช้าแล้ว ที่รักตื่นแล้วยัง เรายังไม่นอนเลย
ไปดีกว่า
Tuesday, April 29, 2008
Monday, April 28, 2008
ปาร์ตี้เยอะเกินไปแล้ว ทศเหนื่อย
สุขสันต์วันเกิดคุณยุ้ย
วันเสาร์ที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2551
๐๕:๑๒:๔๘ น.
…….
Monday, April 28, 2008
3:57:49 AM
จำไม่ค่อยได้แล้วว่าอยากบันทึกอะไร ซูจิงเล่ยก็ไม่ได้เขียนถึง คงปล่อยผ่านไปเลย จำได้แต่ว่า ตอนไอ้น้ำมาส่งที่บ้านเมื่อวานนู้น บอกว่า ทศมึงเหมาะกะมีแฟนมากๆเลยวะ เราก็งงๆถามไปว่าหมายถึงความสัมพันธ์ยาวๆใช่มะ แม่งบอกว่าใช่ เราก็ว่าใช่ (จริงๆเรื่องมันยาวกว่านั้นมากๆ)
..............
จำได้ว่าคืนวันพฤหัสน้ำมารับออกจากบ้านไปตอนสามทุ่มกว่าๆ วันนั้นไม่ได้อาบน้ำทั้งวัน เพราะอยู่บ้านตลอด เม้าโทรศัพท์ไปเรื่อยเปื่อย หลับๆตื่นๆทั้งวัน ตัวเหม็นๆกางเกงขาสั้น เสื้อยืดบ้านๆ เงินก็ไม่ค่อยมี ตอนแรกนึกว่าไปจับหมู อารมณ์ตอนแรกขี้เกียจออกจากบ้านสุดๆ แต่ไอ้โป้งบอกว่าน้ำมาจะถึงบ้านเราแล้วก็เลยต้องออก กำลังเม้ามันๆอยู่ดีดีแท้ๆ ออกไปถึงแค่หน้าหมู่บ้านก็มีคำถามแปลกๆ แบบ เฮ้ย ไปป่าว กูไปครั้งสุดท้ายก็กับมึง เราก็เฮ้ย กูไปชุดนี้หรอวะ ไม่หล่อเลย แล้วก็เลยวนรถจะกลับบ้านไปแต่งตัว แต่ก็ขี้เกียจอยู่ดี ก็เลยไปแบบนั้น ไปถึงที่ซักพักไอ้โป้งก็ขับรถตามมา ดึกๆไอ้นนท์ก็ตามมา หนุกชิบหาย นักร้องแกรมมี่ชื่อแอนไรไม่รู้ ร้องเพลงมันสัดๆ ออกจากร้านไปบ้านป้องตอนตีหนึ่งกว่าๆ แวะซื้อหมี่เกี๊ยวหมูแดง กะเหล้าไปด้วย เห็นสะเปก้อเลยซื้อ พอไปถึงบ้านป้องก็คุยกันกะน้ำว่า ยังกะย้อนไปอยู่มหาลัย มีสะเปกินด้วย เหล้านี้หายไปจากตลาดนานแสนนานจริงๆ
จับหมูกินเหล้าจนเช้า หลับไปตื่นมาก็กินข้าว พยาบาลเต็มโรงอาหารในกองทัพอากาศข้างๆโรงบาลภูมิพล วันพฤหัสพึ่งดูสวยลากไส้มาเอง ไม่เห็นมีพยาบาลสวยๆแบบในหนังเลย (พยาแปลว่าใหญ่ บาน แปลว่าบาน รวมกันแปลว่า ทั้งใหญ่ทั้งบาน) แต่พยาบาลเด็กๆฝึกหัดเต็มเลย โรงอาหารนี้แต่ก่อนข้าวถูกมากๆ ปัจจุบันแพงขึ้นมากๆ กลับบ้านมากินเหล้าต่อ จับหมูต่อจนเย็น ไอ้น้ำเป็นหมูตัวสุดท้าย ตอนสองทุ่มก็แยกย้าย เราไปบ้านโป้งก่อน อาบน้ำแต่งตัวใหม่หล่อหอมกว่าเดิมหลายเท่า ตัวเหม็นโสโครกๆเหี้ยๆ ไม่ได้อาบน้ำมาสองวัน บุหรี่เต็มตัว อาบๆถูๆ นานสุดๆ แล้วไปกะโป้งที่บ้านยุ้ยกันต่อ ปาร์ตี้วันเกิด(อยากเจอเพื่อน)ของเขาๆ ไอ้น้ำไปทำธุระก่อน ตามมาตอนเที่ยงคืนกว่าๆ
ยุ้ยเป็นเพื่อนสนิทหนิง หนิงเป็นแฟนแจ๊ค แจ๊คเป็นเพื่อนในกลุ่มเรา เป็นเพื่อนเรียนโทกะน้ำ แก๊งดำน้ำไอ้แจ๊คประมาณนั้นแหละ ไปเพราะอยากเจอหยี แต่ไอ้หยีเสือกไม่มา ไม่รู้ไปจมจิ๋มอยู่ที่ไหน ปาร์ตี้คนเยอะมากๆ ห้องสวยดี ไฟสวย อาหารจ๊าบ เหล้าค๊อคเทลลลแบบหญิงๆอร่อยมากๆ ยุ้ยมีเหล้าแปลกๆเต็มห้องเลย เพราะเขาเดินทางไปนู้นนี้ทั่วโลกบ่อย ได้กินเหล้าแอฟริกาหรอ่ยๆด้วย ของแต่งบ้านโคตรสวย สวยแบบแนวๆหน่อยๆ ดูธรรมชาติแต่ราคาไม่ถูกแน่ๆ ยุ้ยทำเค้กด้วย หลักๆวันนี้ก็คือเพื่อนเซ็นโยหนิง และเพื่อนIEจุฬาไอ้แจ๊ค เข้าไปเจอคน20คนได้มั้ง เคอะๆเขินๆในจังหวะแรก แต่ทุกคนรู้จักน้ำและโป้งอยู่แล้ว แต่เราไม่ค่อยได้อยู่ไทยก็แบบนี้ละ
มีเพื่อนกรุ๊ปบี(เหมือนโต๊ะซี้ๆกัน) เดียวกะแฟนที่IEจุฬาของเราด้วย เขาบอกจำเราได้ เรานึกอยู่นานนึกในใจเออ แต่ก่อนเคยเจอกันนี่หว่า ก็เลยคุยกันถึงแฟนเก่าเรา ไอ้น้ำก็งงๆนิดๆ ทำไมไอ้ทศรู้จักบางคนมาก่อนด้วยหรอวะ เด็กวิดวะจุฬารุ่นน้องคนอื่นก็เลยสนใจ เพราะพวกแม่งจำชื่อแฟนเราได้ รุ่นพี่สวยๆก็แบบนี้ละเนอะ เหี้ยโป้งบอกว่า แหม เหี้ยนี่มีแฟนสวยคนเดียว คุยได้ทั้งชาติ เราก็ขำ บอกไปว่า เออ นี่ขนาดเลิกมา7ปีได้แล้วนะเนี่ย ตบหัวมันไปสองที ฮ่าๆๆ หนุกดี เพลินมากๆ เกิดมาไม่เคยไปปาร์ตี้ที่มีคู่เกย์มาก่อนด้วย อยุ่กันจนตีสี่กว่าๆ เรายังไม่ได้อยากกลับอะไร แต่น้ำกะโป้งอยากกลับแล้ว อีเอ๋ยไม่มาเพราะไอ้โป้งบอกว่าไม่หนุก แต่ไอ้น้ำถามเราว่า ทำไมมึงดูแฮปปี้จัง เราบอกไปว่า ทำไมกูจะไม่แฮปปี้วะ เพลงก็เพราะเหล้าก็อร่อย เค้กแปลกๆก็มีแดก มีคนถ่ายรูปกันด้วยกล้องแบบที่เราเคยสนุก แต่เห็นคราวนี้รู้สึกไม่ดีไงไม่รุ้
วันนี้ไอ้น้ำพูดแปลกๆบอกว่าอยากเจอน้องเขาจัง ใครทำให้มึงเป็นได้แบบนี้ เราขำๆ เออ เพื่อนเราก็อยากเจอเขากันนะ แต่เราเฉยๆ อยากไปไหนมาไหนสองคนมากกว่า เมื่อวานไอ้นนท์ก็พูดแปลกๆคล้ายๆแบบนี้ แต่เป็นประโยคจริงจังกว่านี้ วันก่อนอ้อมก็ถามแบบนี้ มันคงจะแปลกดีมั้งเราคนที่ดูไม่ค่อยสนใจผู้หญิง จู่ๆกลับมาสนใจใครซักคนจริงจัง ก็เลยเปลี่ยนรูปไฮไฟ้ไว้ให้อ้อมดู
กลับมานอนบ้านด้วยสภาพสะบักสะบอม ตื่นมาบ่ายๆวัน เสาร์ เอากางเกงโปโลราฟโลรองไปให้นนท์ ใส่ไปในถุงหลุยวิดตอง ดูเป็นคนรวยน่าดูเอาไปให้ที่จตุจักร ไปอยู่ร้านเสื้อมันนานทีเดียว เห็นพยาบาลแฝดสวยลากไส้เดินผ่านไปด้วย เห็นยูมิด้วย แซวแกแต่แกไม่เล่นด้วย เหอะๆ
ที่ประทับใจก็คือ เจออิ๊บIE 9 แปลกดี อิ๊บ รู้จักทั้งจิ๊งทั้งแนท แต่กลับไม่รู้จักไอ้นนท์ ทั้งๆที่ไอ้นนท์มันเป็นคนดังที่คณะสุดๆเลยเหอะ เม้าแตกๆๆๆ ทั้งที่แต่ก่อนก็ไม่ค่อยหนิดหนมกันนัก แต่จำได้ว่าเคยแนะนำเพื่อนให้อิ๊บรู้จัก และต่อมาเขาก็ไปเป็นแฟนกัน แต่นั่นมันนานมากๆแล้ววันที่ถ่ายรูปเสื้อสีแดงในไฮไฟ้วอะ ปี45ได้ เม้ากระจายเลย มันมากๆ เสียดายอิ๊บย้ายบ้านไปไกลบ้านเราไปหน่อย จำได้ว่าติ๊กเพื่อนอิ๊บเคยบอกมากินเตี๋ยวเรือแถวๆบ้านเราบ่อยๆ อยากชวนอิ๊บมากิน อิ๊บเหมื่อนเดิม เซี้ยวแก่นซน เป็นเด็กๆ น่ารักดี อิ๊บบอกว่าจำได้ว่า พี่ทศจีบแอม เราเกาหัวสองที จีบไงวะ เกิดมาแทบไม่เคยคุยด้วย เบอร์ก็ไม่มี เราบอก เฮ้ย ไม่เคยจีบ เขาบอก เออๆ ชอบๆเฉยๆก็ได้
แล้วก็ไปเจอโฮ้พ โฮ้พพูดจาแปลกๆทำหน้าแปลกๆ แต่บางเรื่องเราก็ต้องบอกไปน่ะละ โฮ้พบอกว่า เขาเป็นคนดี ดูแลเขาดีดี เราว่า เขาน่ะจะทำกูเสียใจมากกว่ากูทำเขาเสียใจว่ะ แล้วก็คุยกันเรือ่งอื่น
ไปกินดู๋ดี๋ ไอ้นนท์เห็นป้ายพระอาจารย์รูปหนึ่งที่เป็นชาวญี่ปุ่นแต่เป็นเจ้าอาวาสวัดที่เมืองกาญจน์ เพื่อนรักเราไปบวชแล้ว คราวนี้บวชไม่สึกด้วย เคยเป็นเลขาพระรูปนั้น เรื่องนี้เราเสียใจมากๆ โฮ้พบอกจำเพื่อนเราได้ เคยไปบ้านมันนี่ เราบอกเออใช่ นั่นละเพื่อนรักกูเลย เรามีเรื่องติดค้างรู้สึกผิดกับเพื่อนคนนี้หลายเรื่องมากๆ ไอ้นนท์ถามหลายๆอย่าง เราตัดบทบอกไปว่า อย่าถามมากเลยกูเจ็บปวด เราเจ็บปวดมากจริงๆเรื่องนี้ ความสูญเสียมหาศาลจริงๆ ตะกี๊ก็บ่นให้พ่อฟังว่าคิดถึงเพื่อนจัง
รอบดึกก็ไปกันที่เดิม หนุกเหี้ยๆ ขำสัดๆ เค้กสวย เห้นเค้กนึกถึงอิ๊บ แววตาแบบเดียวกัน ยิ้มสวยพอกัน เตี้ยๆพอกัน แต่เค้กสวยกว่าหลายเท่า ไอ้นนท์แม่งยืนเหงื่อแตกไม่ค่อยกล้าคุยด้วย เหงื่อแตกยิ่งกว่าขายเสื้อจตุจักร หลายเท่า ดูไปก็ขำดี ไอ้เป้าคนที่ฮาที่สุดในโลกคนนึงกลายเป็นปล่อยมุกไม่ออก น้องๆมากันก็ตื่นเต้น วันนี้เราออกแนวเฉยๆ ไม่หนุกนัก แต่ก็คึกคักดี
ขากลับแวะไปกินโกบู้กัน พาคนไม่เคยไปกิน ป้านอนๆอยู่ ไปเรียกป้ามาทำ บอกว่าเพื่อนผมไม่เคยกิน ป้าก็ลุกมาทำให้โดยดี ขากลับขอบคุณป้าแกใหญ่เลย
นนท์มาส่ง หมดเสียทีวันเหนื่อยๆของกู ก่อนนอนตั้งใจเลยว่า พรุ่งนี้จะตื่นสายๆ แต่แดกเหล้ามากไป ตื่นแต่เช้ามาคอแห้งเช่นเคย
ตอนบ่ายๆพ่อไปไหนไม่รู้ นั่งดูThe pursuit of happiness คนเดียว ร้องไห้ไม่หยุด ดูหนสองแล้วนะ หนแรกดูที่โตเกียวไม่อินนัก ไม่ร้องไห้เลยแม้แต่น้อย คิดถึงตอนเด็กๆ ตอนพ่อลำบากโดนสรรพากรเล่นงานเกี่ยวกะสรรพสามิตย้อนหลังอะไรไม่รู้ แทบสิ้นเนื้อประดาตัว จริงๆอยากเขียนเรื่องนี้นะ แต่อย่าดีกว่า ตอนดูอยู่คิดถึงพ่อ ถ้านั่งดูด้วยกันคงเม้าแตก อารมณ์รักพ่อแบบนี้ก็ไม่ได้เกิดมานานแล้ว จะเป็นมากๆตอนอยู่ตปท จำได้ว่า ตอนเที่ยวดิสนี่ย์แสนด์มีอารมณ์นี้ทีนึง โทรกลับมาไทย บอกพ่อว่า มีความสุขมากๆอยากให้เราได้ไปด้วยกันจังเลย แล้วหันไปบอกแอ๊คร่าว่า ไอมิสมายแด๊ด แล้ว คุยต่ออีกสารพัดเรื่อง แต่จะว่าไปจะดิสนี่ย์ซีย์ หรือ ดิสนี่ย์แสนด์ ก็หมดรมไปแล้วทั้งสองที่ ระลึกถึงแอ๊คคร่าเล็กน้อยถึงปานกลาง
ตะกี๊นั่งดูพริกขี้หนูกะหมูแฮมฉบับภาพยนตร์ ก็หนุกดี ซานฟรานสวยดี
ตอนเย็นบอกแม่ว่า อยากพาไปกิน โมโม่ พาราได๊ส์ ที่เซ็นทั่นเวินนน เห็นข่าวซุบซิบเขาชอบลงกันว่าไฮโซไปกิน เราอยู่ชิบูย่ากินประจำ แต่ก่อนไปกินกะเจฮีบ่อยๆ ระลึกถึงเล็กน้อยถึงปานกลาง อยากกินชาบูๆ แม่พาไปกินจิ้มจุ่มอีสานแถวบ้าน(ให้มันได้งี้ดิวะ)
ตีห้าแล้ว ไปหาข่าวดูดีกว่า ช่วงนี้อ้วนจัง ทำไงดี
อ้อ ใช่ วันนี้เจอโบกะจ๊อบที่ร้านชาบูๆอีสานๆแถวบ้าน คบกันมาแต่มอสามว่ะ เฮ้ย ตอนนี้28 พวกนั้นชวนเราไปสนามบาส ตั้งแต่กลับมายังไม่ได้ไปเล่นบาสเลยแฮะ มัวแต่ไปเตะบอล วิ่ง ตีแบ่ด แข็งแรงจังกู
วันเสาร์ที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2551
๐๕:๑๒:๔๘ น.
…….
Monday, April 28, 2008
3:57:49 AM
จำไม่ค่อยได้แล้วว่าอยากบันทึกอะไร ซูจิงเล่ยก็ไม่ได้เขียนถึง คงปล่อยผ่านไปเลย จำได้แต่ว่า ตอนไอ้น้ำมาส่งที่บ้านเมื่อวานนู้น บอกว่า ทศมึงเหมาะกะมีแฟนมากๆเลยวะ เราก็งงๆถามไปว่าหมายถึงความสัมพันธ์ยาวๆใช่มะ แม่งบอกว่าใช่ เราก็ว่าใช่ (จริงๆเรื่องมันยาวกว่านั้นมากๆ)
..............
จำได้ว่าคืนวันพฤหัสน้ำมารับออกจากบ้านไปตอนสามทุ่มกว่าๆ วันนั้นไม่ได้อาบน้ำทั้งวัน เพราะอยู่บ้านตลอด เม้าโทรศัพท์ไปเรื่อยเปื่อย หลับๆตื่นๆทั้งวัน ตัวเหม็นๆกางเกงขาสั้น เสื้อยืดบ้านๆ เงินก็ไม่ค่อยมี ตอนแรกนึกว่าไปจับหมู อารมณ์ตอนแรกขี้เกียจออกจากบ้านสุดๆ แต่ไอ้โป้งบอกว่าน้ำมาจะถึงบ้านเราแล้วก็เลยต้องออก กำลังเม้ามันๆอยู่ดีดีแท้ๆ ออกไปถึงแค่หน้าหมู่บ้านก็มีคำถามแปลกๆ แบบ เฮ้ย ไปป่าว กูไปครั้งสุดท้ายก็กับมึง เราก็เฮ้ย กูไปชุดนี้หรอวะ ไม่หล่อเลย แล้วก็เลยวนรถจะกลับบ้านไปแต่งตัว แต่ก็ขี้เกียจอยู่ดี ก็เลยไปแบบนั้น ไปถึงที่ซักพักไอ้โป้งก็ขับรถตามมา ดึกๆไอ้นนท์ก็ตามมา หนุกชิบหาย นักร้องแกรมมี่ชื่อแอนไรไม่รู้ ร้องเพลงมันสัดๆ ออกจากร้านไปบ้านป้องตอนตีหนึ่งกว่าๆ แวะซื้อหมี่เกี๊ยวหมูแดง กะเหล้าไปด้วย เห็นสะเปก้อเลยซื้อ พอไปถึงบ้านป้องก็คุยกันกะน้ำว่า ยังกะย้อนไปอยู่มหาลัย มีสะเปกินด้วย เหล้านี้หายไปจากตลาดนานแสนนานจริงๆ
จับหมูกินเหล้าจนเช้า หลับไปตื่นมาก็กินข้าว พยาบาลเต็มโรงอาหารในกองทัพอากาศข้างๆโรงบาลภูมิพล วันพฤหัสพึ่งดูสวยลากไส้มาเอง ไม่เห็นมีพยาบาลสวยๆแบบในหนังเลย (พยาแปลว่าใหญ่ บาน แปลว่าบาน รวมกันแปลว่า ทั้งใหญ่ทั้งบาน) แต่พยาบาลเด็กๆฝึกหัดเต็มเลย โรงอาหารนี้แต่ก่อนข้าวถูกมากๆ ปัจจุบันแพงขึ้นมากๆ กลับบ้านมากินเหล้าต่อ จับหมูต่อจนเย็น ไอ้น้ำเป็นหมูตัวสุดท้าย ตอนสองทุ่มก็แยกย้าย เราไปบ้านโป้งก่อน อาบน้ำแต่งตัวใหม่หล่อหอมกว่าเดิมหลายเท่า ตัวเหม็นโสโครกๆเหี้ยๆ ไม่ได้อาบน้ำมาสองวัน บุหรี่เต็มตัว อาบๆถูๆ นานสุดๆ แล้วไปกะโป้งที่บ้านยุ้ยกันต่อ ปาร์ตี้วันเกิด(อยากเจอเพื่อน)ของเขาๆ ไอ้น้ำไปทำธุระก่อน ตามมาตอนเที่ยงคืนกว่าๆ
ยุ้ยเป็นเพื่อนสนิทหนิง หนิงเป็นแฟนแจ๊ค แจ๊คเป็นเพื่อนในกลุ่มเรา เป็นเพื่อนเรียนโทกะน้ำ แก๊งดำน้ำไอ้แจ๊คประมาณนั้นแหละ ไปเพราะอยากเจอหยี แต่ไอ้หยีเสือกไม่มา ไม่รู้ไปจมจิ๋มอยู่ที่ไหน ปาร์ตี้คนเยอะมากๆ ห้องสวยดี ไฟสวย อาหารจ๊าบ เหล้าค๊อคเทลลลแบบหญิงๆอร่อยมากๆ ยุ้ยมีเหล้าแปลกๆเต็มห้องเลย เพราะเขาเดินทางไปนู้นนี้ทั่วโลกบ่อย ได้กินเหล้าแอฟริกาหรอ่ยๆด้วย ของแต่งบ้านโคตรสวย สวยแบบแนวๆหน่อยๆ ดูธรรมชาติแต่ราคาไม่ถูกแน่ๆ ยุ้ยทำเค้กด้วย หลักๆวันนี้ก็คือเพื่อนเซ็นโยหนิง และเพื่อนIEจุฬาไอ้แจ๊ค เข้าไปเจอคน20คนได้มั้ง เคอะๆเขินๆในจังหวะแรก แต่ทุกคนรู้จักน้ำและโป้งอยู่แล้ว แต่เราไม่ค่อยได้อยู่ไทยก็แบบนี้ละ
มีเพื่อนกรุ๊ปบี(เหมือนโต๊ะซี้ๆกัน) เดียวกะแฟนที่IEจุฬาของเราด้วย เขาบอกจำเราได้ เรานึกอยู่นานนึกในใจเออ แต่ก่อนเคยเจอกันนี่หว่า ก็เลยคุยกันถึงแฟนเก่าเรา ไอ้น้ำก็งงๆนิดๆ ทำไมไอ้ทศรู้จักบางคนมาก่อนด้วยหรอวะ เด็กวิดวะจุฬารุ่นน้องคนอื่นก็เลยสนใจ เพราะพวกแม่งจำชื่อแฟนเราได้ รุ่นพี่สวยๆก็แบบนี้ละเนอะ เหี้ยโป้งบอกว่า แหม เหี้ยนี่มีแฟนสวยคนเดียว คุยได้ทั้งชาติ เราก็ขำ บอกไปว่า เออ นี่ขนาดเลิกมา7ปีได้แล้วนะเนี่ย ตบหัวมันไปสองที ฮ่าๆๆ หนุกดี เพลินมากๆ เกิดมาไม่เคยไปปาร์ตี้ที่มีคู่เกย์มาก่อนด้วย อยุ่กันจนตีสี่กว่าๆ เรายังไม่ได้อยากกลับอะไร แต่น้ำกะโป้งอยากกลับแล้ว อีเอ๋ยไม่มาเพราะไอ้โป้งบอกว่าไม่หนุก แต่ไอ้น้ำถามเราว่า ทำไมมึงดูแฮปปี้จัง เราบอกไปว่า ทำไมกูจะไม่แฮปปี้วะ เพลงก็เพราะเหล้าก็อร่อย เค้กแปลกๆก็มีแดก มีคนถ่ายรูปกันด้วยกล้องแบบที่เราเคยสนุก แต่เห็นคราวนี้รู้สึกไม่ดีไงไม่รุ้
วันนี้ไอ้น้ำพูดแปลกๆบอกว่าอยากเจอน้องเขาจัง ใครทำให้มึงเป็นได้แบบนี้ เราขำๆ เออ เพื่อนเราก็อยากเจอเขากันนะ แต่เราเฉยๆ อยากไปไหนมาไหนสองคนมากกว่า เมื่อวานไอ้นนท์ก็พูดแปลกๆคล้ายๆแบบนี้ แต่เป็นประโยคจริงจังกว่านี้ วันก่อนอ้อมก็ถามแบบนี้ มันคงจะแปลกดีมั้งเราคนที่ดูไม่ค่อยสนใจผู้หญิง จู่ๆกลับมาสนใจใครซักคนจริงจัง ก็เลยเปลี่ยนรูปไฮไฟ้ไว้ให้อ้อมดู
กลับมานอนบ้านด้วยสภาพสะบักสะบอม ตื่นมาบ่ายๆวัน เสาร์ เอากางเกงโปโลราฟโลรองไปให้นนท์ ใส่ไปในถุงหลุยวิดตอง ดูเป็นคนรวยน่าดูเอาไปให้ที่จตุจักร ไปอยู่ร้านเสื้อมันนานทีเดียว เห็นพยาบาลแฝดสวยลากไส้เดินผ่านไปด้วย เห็นยูมิด้วย แซวแกแต่แกไม่เล่นด้วย เหอะๆ
ที่ประทับใจก็คือ เจออิ๊บIE 9 แปลกดี อิ๊บ รู้จักทั้งจิ๊งทั้งแนท แต่กลับไม่รู้จักไอ้นนท์ ทั้งๆที่ไอ้นนท์มันเป็นคนดังที่คณะสุดๆเลยเหอะ เม้าแตกๆๆๆ ทั้งที่แต่ก่อนก็ไม่ค่อยหนิดหนมกันนัก แต่จำได้ว่าเคยแนะนำเพื่อนให้อิ๊บรู้จัก และต่อมาเขาก็ไปเป็นแฟนกัน แต่นั่นมันนานมากๆแล้ววันที่ถ่ายรูปเสื้อสีแดงในไฮไฟ้วอะ ปี45ได้ เม้ากระจายเลย มันมากๆ เสียดายอิ๊บย้ายบ้านไปไกลบ้านเราไปหน่อย จำได้ว่าติ๊กเพื่อนอิ๊บเคยบอกมากินเตี๋ยวเรือแถวๆบ้านเราบ่อยๆ อยากชวนอิ๊บมากิน อิ๊บเหมื่อนเดิม เซี้ยวแก่นซน เป็นเด็กๆ น่ารักดี อิ๊บบอกว่าจำได้ว่า พี่ทศจีบแอม เราเกาหัวสองที จีบไงวะ เกิดมาแทบไม่เคยคุยด้วย เบอร์ก็ไม่มี เราบอก เฮ้ย ไม่เคยจีบ เขาบอก เออๆ ชอบๆเฉยๆก็ได้
แล้วก็ไปเจอโฮ้พ โฮ้พพูดจาแปลกๆทำหน้าแปลกๆ แต่บางเรื่องเราก็ต้องบอกไปน่ะละ โฮ้พบอกว่า เขาเป็นคนดี ดูแลเขาดีดี เราว่า เขาน่ะจะทำกูเสียใจมากกว่ากูทำเขาเสียใจว่ะ แล้วก็คุยกันเรือ่งอื่น
ไปกินดู๋ดี๋ ไอ้นนท์เห็นป้ายพระอาจารย์รูปหนึ่งที่เป็นชาวญี่ปุ่นแต่เป็นเจ้าอาวาสวัดที่เมืองกาญจน์ เพื่อนรักเราไปบวชแล้ว คราวนี้บวชไม่สึกด้วย เคยเป็นเลขาพระรูปนั้น เรื่องนี้เราเสียใจมากๆ โฮ้พบอกจำเพื่อนเราได้ เคยไปบ้านมันนี่ เราบอกเออใช่ นั่นละเพื่อนรักกูเลย เรามีเรื่องติดค้างรู้สึกผิดกับเพื่อนคนนี้หลายเรื่องมากๆ ไอ้นนท์ถามหลายๆอย่าง เราตัดบทบอกไปว่า อย่าถามมากเลยกูเจ็บปวด เราเจ็บปวดมากจริงๆเรื่องนี้ ความสูญเสียมหาศาลจริงๆ ตะกี๊ก็บ่นให้พ่อฟังว่าคิดถึงเพื่อนจัง
รอบดึกก็ไปกันที่เดิม หนุกเหี้ยๆ ขำสัดๆ เค้กสวย เห้นเค้กนึกถึงอิ๊บ แววตาแบบเดียวกัน ยิ้มสวยพอกัน เตี้ยๆพอกัน แต่เค้กสวยกว่าหลายเท่า ไอ้นนท์แม่งยืนเหงื่อแตกไม่ค่อยกล้าคุยด้วย เหงื่อแตกยิ่งกว่าขายเสื้อจตุจักร หลายเท่า ดูไปก็ขำดี ไอ้เป้าคนที่ฮาที่สุดในโลกคนนึงกลายเป็นปล่อยมุกไม่ออก น้องๆมากันก็ตื่นเต้น วันนี้เราออกแนวเฉยๆ ไม่หนุกนัก แต่ก็คึกคักดี
ขากลับแวะไปกินโกบู้กัน พาคนไม่เคยไปกิน ป้านอนๆอยู่ ไปเรียกป้ามาทำ บอกว่าเพื่อนผมไม่เคยกิน ป้าก็ลุกมาทำให้โดยดี ขากลับขอบคุณป้าแกใหญ่เลย
นนท์มาส่ง หมดเสียทีวันเหนื่อยๆของกู ก่อนนอนตั้งใจเลยว่า พรุ่งนี้จะตื่นสายๆ แต่แดกเหล้ามากไป ตื่นแต่เช้ามาคอแห้งเช่นเคย
ตอนบ่ายๆพ่อไปไหนไม่รู้ นั่งดูThe pursuit of happiness คนเดียว ร้องไห้ไม่หยุด ดูหนสองแล้วนะ หนแรกดูที่โตเกียวไม่อินนัก ไม่ร้องไห้เลยแม้แต่น้อย คิดถึงตอนเด็กๆ ตอนพ่อลำบากโดนสรรพากรเล่นงานเกี่ยวกะสรรพสามิตย้อนหลังอะไรไม่รู้ แทบสิ้นเนื้อประดาตัว จริงๆอยากเขียนเรื่องนี้นะ แต่อย่าดีกว่า ตอนดูอยู่คิดถึงพ่อ ถ้านั่งดูด้วยกันคงเม้าแตก อารมณ์รักพ่อแบบนี้ก็ไม่ได้เกิดมานานแล้ว จะเป็นมากๆตอนอยู่ตปท จำได้ว่า ตอนเที่ยวดิสนี่ย์แสนด์มีอารมณ์นี้ทีนึง โทรกลับมาไทย บอกพ่อว่า มีความสุขมากๆอยากให้เราได้ไปด้วยกันจังเลย แล้วหันไปบอกแอ๊คร่าว่า ไอมิสมายแด๊ด แล้ว คุยต่ออีกสารพัดเรื่อง แต่จะว่าไปจะดิสนี่ย์ซีย์ หรือ ดิสนี่ย์แสนด์ ก็หมดรมไปแล้วทั้งสองที่ ระลึกถึงแอ๊คคร่าเล็กน้อยถึงปานกลาง
ตะกี๊นั่งดูพริกขี้หนูกะหมูแฮมฉบับภาพยนตร์ ก็หนุกดี ซานฟรานสวยดี
ตอนเย็นบอกแม่ว่า อยากพาไปกิน โมโม่ พาราได๊ส์ ที่เซ็นทั่นเวินนน เห็นข่าวซุบซิบเขาชอบลงกันว่าไฮโซไปกิน เราอยู่ชิบูย่ากินประจำ แต่ก่อนไปกินกะเจฮีบ่อยๆ ระลึกถึงเล็กน้อยถึงปานกลาง อยากกินชาบูๆ แม่พาไปกินจิ้มจุ่มอีสานแถวบ้าน(ให้มันได้งี้ดิวะ)
ตีห้าแล้ว ไปหาข่าวดูดีกว่า ช่วงนี้อ้วนจัง ทำไงดี
อ้อ ใช่ วันนี้เจอโบกะจ๊อบที่ร้านชาบูๆอีสานๆแถวบ้าน คบกันมาแต่มอสามว่ะ เฮ้ย ตอนนี้28 พวกนั้นชวนเราไปสนามบาส ตั้งแต่กลับมายังไม่ได้ไปเล่นบาสเลยแฮะ มัวแต่ไปเตะบอล วิ่ง ตีแบ่ด แข็งแรงจังกู
Posted by
T 0 5 E
Wednesday, April 23, 2008
บางแสน
เพื่มเติม ไม่แก้ไข วันที่23 เมษายน 2551 ตอนดึกๆ
อ่านสกุลไทยสัปดาห์นี้ ดวงหน้าสุดท้ายเมื่อเช้า ขำกับตนเองแบบอมยิ้มๆ
เขาเขียนว่า
จะพบคู่แท้โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับบุคคลซึ่งเราหมายจะให้เขามาใช้ชีวิตร่วมกับเรา เพื่อแบ่งปันทุกข์สุขเพื่อชวนกันหัวเราะและร้องไห้ขณะที่ต้องหยุดพักตามรายทาง! อ่านหมดแล้วงงๆ ทำไมต้องมีเครือ่งหมายตกกะใจวะ มองไปดวงราศีอื่นๆ อ้อ ตกใจทุกอัน
แล้วทำไมต้องรายทางวะ กูละงง
รู้แต่เคยนึกในใจว่า รับสมัครคนเที่ยวรอบโลกกับพ่อค้าขายข้าวแกง สงสัยอยู่ว่าจะพบจริงป่ะวะ
วันนี้คุยกะเพื่อนๆตอนตีแบ่ดว่า เรือ่งแม่งขำ มีวันนึงไปกินข้าวเย็นกะเอ๋ยที่บ้านมัน แล้วแวะไปบ้านโป้งก็กินผัดสะตอกะโป้งที่แม่แฟนมันทำมาให้ พอไอ้ป้องมาก็บอกให้มันซื้อข้าวมาให้อีก ยังหิวอยู่ ก็กินกะมัน พอจับหมูเสร็จก็ไปกินโกบู้กะอ้ายต่อตอนตี2 เพื่อนบอกว่ามึงกลัวคนไม่รักขนาดนี้เลยหรอวะ 55 ถ้ากินข้าวกับใครบ่อยๆก็จะนึกสนิทไปกะพวกนั้นใช่ไหม วันเดียวกินข้าวกะคนหลายคนก็เพลินดีนะ
เหี้ย แต่กูเป็นหมูมาสองวันแล้วนะ
..............
บาง100000
วันพุธที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2551
๐๓:๒๑:๐๐ น.
วันนี้ครบรอบ7ปีที่ไม่ อืม ไม่เล่าดีกว่า แต่วันนี้มีความสุขดี ไปไหว้ศาลเจ้าแม่ที่เขาสามมุขมา ตื่นแต่7โมงเช้า เข้าบ้านตีสอง ไปหลับอยู่พักใหญ่ๆ อยากดูรูปที่ไปวันนี้เหมือนกันแต่ไม่รู้เมื่อไหร่จะได้ กลับมาไทยหลายวันแล้วไม่เห็นได้รูปจากญี่ปุ่นเลย นึกไปก็น่าโกรธ บางอย่างมันไร้มารยาทกันเกินไป คิดไปก็ให้เสียรม ก็ช่างหีแม่งไป
จะบันทึกเรื่องไรก็ลืมๆไปหมดแล้ว ช่วงนี้สนุกดี
คร่าวๆละกัน
วันก่อนไปเที่ยวกะนิน เจอเพื่อนเก่าๆก็เพลินๆ วันไรจำไม่ได้แล้ว ความจำสั้นชิบหาย
เมื่อวันพฤหัสไปกะมีน มีนกลับมาจากซิดนี่ย์ ไปอยู่มาสี่ปี ไม่กลับเลยซักหนเดียว แล้วไปเตะบอลต่อ ไปต่อบ้านน้ำต่อ หนุกดีถึงเช้า กินซิดเล่อร์กันไป มีนบอกจะให้ค่าเช่าบ้านที่ไปอยุ่ตอนเราไม่อยู่เมื่อ4ปีก่อน สุดท้ายเราเลี้ยงไป804บาท อยากเจอ ผิง เมย์ แอน แอนนี่ เบ๊น กร เอ๊ก แก๊งๆนี้ สมัยนั้น แต่ไม่รู้ว่าชีวิตนี้จะได้เจอกันอีกไหม เพราะแทบทุกคนกลายเป็นคนออซซี่กันไปหมด บอกมีนไปว่า คราวหน้ามีนพาพี่ไปกินโรงแรมนะ ขอแพงๆ อ้อ มีนซื้อนาฬิกาเบอร์เบอร์รี่ลด50เปอร์เซ็นต์เหลือ11000บาทไปด้วย ราคาน่าโดน สวยด้วย วันนี้พึ่งเจอรูปเก่าๆอยู่ที่ชั้นหนังสือ รูปเอิงกะตุ้ย เอิงใส่นาฬิกายี่ห้อนี้ นานแล้ววาเลนไทน์ปี2005เราฉลองกะคู่นี้นี่นา มีนบอกน้องมิ้งค์เรียนสินสาดจบแล้ว เวลาผ่านไปไวชิบหาย ตอนนั้นมิ้งยังเป็นเฟรชชี่สินสาดอยู่เลย
วันต่อมาศุกร์ไปแลกเงิน ไปหาขุน บ้านกุ้งน้ำท่วม ดูหนังกะยุตม์ เรื่องปิดเทอมใหญ่หัวใจว้าวุ่น หนุกดี อยากเขียนถึงแต่ลืมๆไปแล้ว จบด้วยจับหมูบ้านโป้ง
วันเสาร์ไปกินข้าวบ้านผึ้ง อร่อยจัดๆ ร้านนี้อร่อย เพื่อนประถมมัธยมมหาลัยเดียวกัน คนเรามีดวงดาวทับกันเสียจริงๆ พ่อแม่ชอบมากๆ อาหารอร่อยจัด บรรยากาศไทยๆดี มีต้นเตยป่าเหมือนบ้านเรา
วันอาทิตย์ไปจตุจักร ปาเต๊ะ หนุกมากๆ อร่อยโคตรพ่อเป็นปกติร้านนี้ ไปกะนนท์และเพื่อนๆมัน ขำขี้แตกเลย ต่อด้วยบ้านป้อง วันนี้ตอนเย็นๆเศร้า ช้อคแดกสุดๆ เกิดมาพึ่งเคยเจอะเคยเจอ ไม่มีเรี่ยวแรงเดินจตุจักร
วันจันทร์ไปเซ็นทั่นชิดลม ไปสวนลุม รอบดึกไปหายอที่บ้านเล่นกะหมาชะเน๊าเซ่อร์อยากได้บ้างจัง ไปแซ็กโซโฟนก่อนเข้ากินก๋วยจั๊บอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ นั่งคุยกันเพลินไม่เจอกันมานานหลายปี กลับบ้านอารมณ์เดียวๆกะตอนเจอมีน นิน เพื่อนเก่าๆเจอก็คุยเดิมๆ ยอบอกว่าเรารู้จักกันมา10ปีแล้วเนอะ เออ จริงวะ นานจริงๆ ขากลับแวะกินโกบู้กะอ้าย
วันอังคารไปบางแสน ตอนเช้าก่อนไปบางแสนขี้จะแตกขับรถผ่านโรงแรมแลนด์มาร์คเลยแวะเข้าไปอุจจาระ ซื้อหนมมานิดหน่อย ตอนดึกก่อนเข้าบ้านเรียกอ้ายมากินโกบู้ด้วยกัน เอ๋ยหนีขึ้นแท๊กซี่กลับ จริงๆอยากไปนครนายก แต่คุณนลินาแต่สามีแกรวยเกินเหตุเลยไปหาแม่ที่เมกาแล้ว อยากไปเล่นกะลูกพี่โอ๊ตจัง ไม่ได้เจอกันมานานแสนนานแล้ว
คนเหล่านี้ที่มีชื่ออยู่ในบล๊อกวันนี้ล้วนเป้นคนที่เรายังคบอยู่ในชีวิต ยิ่งเดืนทางมาก ยิ่งรับรู้ว่าอะไรสำคัญ กระเป๋าใบเล็กลงเรื่อยๆ เพื่อนน้อยลงเรือ่ยๆ คนรู้จักมากมายขึ้น แต่ความสนิทก็เป็นแบบนี้ละ เคยเขียนไว้ในรูปติ๊กเกอ้ร์ที่ถ่ายหนล่าสุดว่า คนเราเกิดมาเพื่อพบกัน เกิดมาเพื่อจากกัน และมีกระบวนการคัดสรรทางสังคมบางอย่างที่ทำให้ได้เจอกัน
เข้าเรื่องวันนี้ดีกว่า
รู้สึกเป็นห่วงจัง บอกไม่ถูก เห็นหน้าซีดๆ ไร้แรงเดินแล้วก็รู้สึกใจเสีย หน้าซีดเป็นไก่ต้มกันไป อยากจับมือไว้ตลอดไป รักจัง บอกความรู้สึกไม่ถูก เราว่าเราเข้าใจอะไรบางอย่างไม่ผิด แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ความสัมพันธ์ขึ้นอยู่กับความไว้วางใจ เราไม่สนหรอกว่าใครจะปฏิบัติต่อเขาอย่างไร สิ่งที่สนใจคือเขาปฏิบัติต่อผู้อื่นอย่างไรมากกว่า เราก็โตพอที่จะใจเย็นและควบคุมอารมณ์ให้ได้อยู่แล้ว แค่แฟนเก่าโทรมาจากต่างประเทศมันเรื่องธรรมดามากๆ คนเราไม่ได้อยู่ที่ชอบไม่ชอบ แต่อยู่ที่รับได้หรือไม่ได้มากกว่า เราไม่ชอบกินเผ็ด แต่ถามว่าเรารับได้ไหมที่จะกินเผ็ดก็ต้องบอกว่ารับได้ เป็นคนขี้หึงเราก็ไม่ใช่ซะด้วย ไม่หึงไม่ได้แปลว่าไม่รัก เพราะคนขี้บ่นต่อให้งานไม่หนักก็ขี้บ่นอยู่ดี คนขี้หึงต่อให้ไม่มีใครมายุ่งก็หึงน่ารำคาญอยู่ดี แต่เรื่องนี้ก็ไม่ใช่เรื่องอะไรนัก ไอ้ที่น่าห่วงก็คือปัญหาสุขภาพมากกว่า ทำตัวไม่ถูก แต่ช่วงนี้เราเองก็นอนไม่ค่อยหลับ หลับๆตื่นๆตลอด ไม่รู้ว่าเพราะคิดถึงมากไปไหม
ตีสี่แล้วควรนอนได้แล้ว ไม่รู้บอกว่าไรดี
คิดถึงจังเลยที่รัก
ปล. วันนี้พ่อแม่เอ๋ยถามถึงสุขภาพพ่อเรา นึกแล้วหวั่นๆนิดหน่อย พ่อเข้าโรงบาลวันที่7เดือนหน้า เรากลับโตเกียวเมื่อไหร่ดี ขอไม่คิดละกัน ตอนแรกตั้งใจว่าจะไปกะพ่อวันทื่10 เฮ้อ พ่อเรากะพ่อเอ๋ยเห็นกันมาแต่10ขวบที่โรงเรียนประจำ ป่านนี้ก็คนละหกสิบเข้าไปแล้วซินะ อยากให้เป็นอมตะกันทั้งคู่จังเลย
อ่านสกุลไทยสัปดาห์นี้ ดวงหน้าสุดท้ายเมื่อเช้า ขำกับตนเองแบบอมยิ้มๆ
เขาเขียนว่า
จะพบคู่แท้โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับบุคคลซึ่งเราหมายจะให้เขามาใช้ชีวิตร่วมกับเรา เพื่อแบ่งปันทุกข์สุขเพื่อชวนกันหัวเราะและร้องไห้ขณะที่ต้องหยุดพักตามรายทาง! อ่านหมดแล้วงงๆ ทำไมต้องมีเครือ่งหมายตกกะใจวะ มองไปดวงราศีอื่นๆ อ้อ ตกใจทุกอัน
แล้วทำไมต้องรายทางวะ กูละงง
รู้แต่เคยนึกในใจว่า รับสมัครคนเที่ยวรอบโลกกับพ่อค้าขายข้าวแกง สงสัยอยู่ว่าจะพบจริงป่ะวะ
วันนี้คุยกะเพื่อนๆตอนตีแบ่ดว่า เรือ่งแม่งขำ มีวันนึงไปกินข้าวเย็นกะเอ๋ยที่บ้านมัน แล้วแวะไปบ้านโป้งก็กินผัดสะตอกะโป้งที่แม่แฟนมันทำมาให้ พอไอ้ป้องมาก็บอกให้มันซื้อข้าวมาให้อีก ยังหิวอยู่ ก็กินกะมัน พอจับหมูเสร็จก็ไปกินโกบู้กะอ้ายต่อตอนตี2 เพื่อนบอกว่ามึงกลัวคนไม่รักขนาดนี้เลยหรอวะ 55 ถ้ากินข้าวกับใครบ่อยๆก็จะนึกสนิทไปกะพวกนั้นใช่ไหม วันเดียวกินข้าวกะคนหลายคนก็เพลินดีนะ
เหี้ย แต่กูเป็นหมูมาสองวันแล้วนะ
..............
บาง100000
วันพุธที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2551
๐๓:๒๑:๐๐ น.
วันนี้ครบรอบ7ปีที่ไม่ อืม ไม่เล่าดีกว่า แต่วันนี้มีความสุขดี ไปไหว้ศาลเจ้าแม่ที่เขาสามมุขมา ตื่นแต่7โมงเช้า เข้าบ้านตีสอง ไปหลับอยู่พักใหญ่ๆ อยากดูรูปที่ไปวันนี้เหมือนกันแต่ไม่รู้เมื่อไหร่จะได้ กลับมาไทยหลายวันแล้วไม่เห็นได้รูปจากญี่ปุ่นเลย นึกไปก็น่าโกรธ บางอย่างมันไร้มารยาทกันเกินไป คิดไปก็ให้เสียรม ก็ช่างหีแม่งไป
จะบันทึกเรื่องไรก็ลืมๆไปหมดแล้ว ช่วงนี้สนุกดี
คร่าวๆละกัน
วันก่อนไปเที่ยวกะนิน เจอเพื่อนเก่าๆก็เพลินๆ วันไรจำไม่ได้แล้ว ความจำสั้นชิบหาย
เมื่อวันพฤหัสไปกะมีน มีนกลับมาจากซิดนี่ย์ ไปอยู่มาสี่ปี ไม่กลับเลยซักหนเดียว แล้วไปเตะบอลต่อ ไปต่อบ้านน้ำต่อ หนุกดีถึงเช้า กินซิดเล่อร์กันไป มีนบอกจะให้ค่าเช่าบ้านที่ไปอยุ่ตอนเราไม่อยู่เมื่อ4ปีก่อน สุดท้ายเราเลี้ยงไป804บาท อยากเจอ ผิง เมย์ แอน แอนนี่ เบ๊น กร เอ๊ก แก๊งๆนี้ สมัยนั้น แต่ไม่รู้ว่าชีวิตนี้จะได้เจอกันอีกไหม เพราะแทบทุกคนกลายเป็นคนออซซี่กันไปหมด บอกมีนไปว่า คราวหน้ามีนพาพี่ไปกินโรงแรมนะ ขอแพงๆ อ้อ มีนซื้อนาฬิกาเบอร์เบอร์รี่ลด50เปอร์เซ็นต์เหลือ11000บาทไปด้วย ราคาน่าโดน สวยด้วย วันนี้พึ่งเจอรูปเก่าๆอยู่ที่ชั้นหนังสือ รูปเอิงกะตุ้ย เอิงใส่นาฬิกายี่ห้อนี้ นานแล้ววาเลนไทน์ปี2005เราฉลองกะคู่นี้นี่นา มีนบอกน้องมิ้งค์เรียนสินสาดจบแล้ว เวลาผ่านไปไวชิบหาย ตอนนั้นมิ้งยังเป็นเฟรชชี่สินสาดอยู่เลย
วันต่อมาศุกร์ไปแลกเงิน ไปหาขุน บ้านกุ้งน้ำท่วม ดูหนังกะยุตม์ เรื่องปิดเทอมใหญ่หัวใจว้าวุ่น หนุกดี อยากเขียนถึงแต่ลืมๆไปแล้ว จบด้วยจับหมูบ้านโป้ง
วันเสาร์ไปกินข้าวบ้านผึ้ง อร่อยจัดๆ ร้านนี้อร่อย เพื่อนประถมมัธยมมหาลัยเดียวกัน คนเรามีดวงดาวทับกันเสียจริงๆ พ่อแม่ชอบมากๆ อาหารอร่อยจัด บรรยากาศไทยๆดี มีต้นเตยป่าเหมือนบ้านเรา
วันอาทิตย์ไปจตุจักร ปาเต๊ะ หนุกมากๆ อร่อยโคตรพ่อเป็นปกติร้านนี้ ไปกะนนท์และเพื่อนๆมัน ขำขี้แตกเลย ต่อด้วยบ้านป้อง วันนี้ตอนเย็นๆเศร้า ช้อคแดกสุดๆ เกิดมาพึ่งเคยเจอะเคยเจอ ไม่มีเรี่ยวแรงเดินจตุจักร
วันจันทร์ไปเซ็นทั่นชิดลม ไปสวนลุม รอบดึกไปหายอที่บ้านเล่นกะหมาชะเน๊าเซ่อร์อยากได้บ้างจัง ไปแซ็กโซโฟนก่อนเข้ากินก๋วยจั๊บอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ นั่งคุยกันเพลินไม่เจอกันมานานหลายปี กลับบ้านอารมณ์เดียวๆกะตอนเจอมีน นิน เพื่อนเก่าๆเจอก็คุยเดิมๆ ยอบอกว่าเรารู้จักกันมา10ปีแล้วเนอะ เออ จริงวะ นานจริงๆ ขากลับแวะกินโกบู้กะอ้าย
วันอังคารไปบางแสน ตอนเช้าก่อนไปบางแสนขี้จะแตกขับรถผ่านโรงแรมแลนด์มาร์คเลยแวะเข้าไปอุจจาระ ซื้อหนมมานิดหน่อย ตอนดึกก่อนเข้าบ้านเรียกอ้ายมากินโกบู้ด้วยกัน เอ๋ยหนีขึ้นแท๊กซี่กลับ จริงๆอยากไปนครนายก แต่คุณนลินาแต่สามีแกรวยเกินเหตุเลยไปหาแม่ที่เมกาแล้ว อยากไปเล่นกะลูกพี่โอ๊ตจัง ไม่ได้เจอกันมานานแสนนานแล้ว
คนเหล่านี้ที่มีชื่ออยู่ในบล๊อกวันนี้ล้วนเป้นคนที่เรายังคบอยู่ในชีวิต ยิ่งเดืนทางมาก ยิ่งรับรู้ว่าอะไรสำคัญ กระเป๋าใบเล็กลงเรื่อยๆ เพื่อนน้อยลงเรือ่ยๆ คนรู้จักมากมายขึ้น แต่ความสนิทก็เป็นแบบนี้ละ เคยเขียนไว้ในรูปติ๊กเกอ้ร์ที่ถ่ายหนล่าสุดว่า คนเราเกิดมาเพื่อพบกัน เกิดมาเพื่อจากกัน และมีกระบวนการคัดสรรทางสังคมบางอย่างที่ทำให้ได้เจอกัน
เข้าเรื่องวันนี้ดีกว่า
รู้สึกเป็นห่วงจัง บอกไม่ถูก เห็นหน้าซีดๆ ไร้แรงเดินแล้วก็รู้สึกใจเสีย หน้าซีดเป็นไก่ต้มกันไป อยากจับมือไว้ตลอดไป รักจัง บอกความรู้สึกไม่ถูก เราว่าเราเข้าใจอะไรบางอย่างไม่ผิด แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ความสัมพันธ์ขึ้นอยู่กับความไว้วางใจ เราไม่สนหรอกว่าใครจะปฏิบัติต่อเขาอย่างไร สิ่งที่สนใจคือเขาปฏิบัติต่อผู้อื่นอย่างไรมากกว่า เราก็โตพอที่จะใจเย็นและควบคุมอารมณ์ให้ได้อยู่แล้ว แค่แฟนเก่าโทรมาจากต่างประเทศมันเรื่องธรรมดามากๆ คนเราไม่ได้อยู่ที่ชอบไม่ชอบ แต่อยู่ที่รับได้หรือไม่ได้มากกว่า เราไม่ชอบกินเผ็ด แต่ถามว่าเรารับได้ไหมที่จะกินเผ็ดก็ต้องบอกว่ารับได้ เป็นคนขี้หึงเราก็ไม่ใช่ซะด้วย ไม่หึงไม่ได้แปลว่าไม่รัก เพราะคนขี้บ่นต่อให้งานไม่หนักก็ขี้บ่นอยู่ดี คนขี้หึงต่อให้ไม่มีใครมายุ่งก็หึงน่ารำคาญอยู่ดี แต่เรื่องนี้ก็ไม่ใช่เรื่องอะไรนัก ไอ้ที่น่าห่วงก็คือปัญหาสุขภาพมากกว่า ทำตัวไม่ถูก แต่ช่วงนี้เราเองก็นอนไม่ค่อยหลับ หลับๆตื่นๆตลอด ไม่รู้ว่าเพราะคิดถึงมากไปไหม
ตีสี่แล้วควรนอนได้แล้ว ไม่รู้บอกว่าไรดี
คิดถึงจังเลยที่รัก
ปล. วันนี้พ่อแม่เอ๋ยถามถึงสุขภาพพ่อเรา นึกแล้วหวั่นๆนิดหน่อย พ่อเข้าโรงบาลวันที่7เดือนหน้า เรากลับโตเกียวเมื่อไหร่ดี ขอไม่คิดละกัน ตอนแรกตั้งใจว่าจะไปกะพ่อวันทื่10 เฮ้อ พ่อเรากะพ่อเอ๋ยเห็นกันมาแต่10ขวบที่โรงเรียนประจำ ป่านนี้ก็คนละหกสิบเข้าไปแล้วซินะ อยากให้เป็นอมตะกันทั้งคู่จังเลย
Posted by
T 0 5 E
Tuesday, April 15, 2008
8/58
15เมษา เซฟดร๊าฟท์ไว้3ชาติที่แล้ว
ฉันไม่รู้ว่าเธอเป็นใคร
ฉันแค่คุ้นเมื่อเธอส่งยิ้ม แล้วเดินผ่าน
จนวันนึงได้อ่านจดหมายที่เขียนข้อความมากมาย
ให้เราได้เรียนรู้กัน
*แล้วจดหมายฉบับสุดท้าย
จดหมายรักที่เธอบรรยายถึงความในใจ
แต่ฉันกลับไม่เคยเข้าใจ
ข้อความที่ตอบเธอไป ได้กลับมาพร้อมที่เธอจากลา
**จดหมายที่อ่านกี่ครั้งก็ร้องไห้
ข้อความที่เขียนด้วยมือฉันเอง ว่าไม่เคยรักเธอ
อาจสายเกินกว่าที่ฉันจะรั้งเธอ
ผิดที่ฉันไม่เคยเข้าใจ ว่าความรักเป็นเช่นไร
ถ้าหากได้ย้อนเวลา กลับไปมีเธอข้างกาย
จะเปลี่ยนข้อความจดหมาย
จะเขียนในคำลงท้ายว่ารักเธอ
*,**
..........................
ฟังเพลงนี้ครั้งแรกเวลาราวๆตีสอง ในซอยลาดพร้าว107 จากวิทยุรถตนเอง รู้สึกเหวี่ยงอย่างรุนแรงจากคำพูดของดีเจ ใช่พลอยที่ดวงเคยบอกว่าอยู่ฟุกุโอกะหรือไม่ ฟังเสร็จรู้สึกแปลกๆ แปลกมากๆ ไม่ได้แปลกที่เนื้อหาของจดหมาย แต่เป็นหนแรกที่ได้ยินเสียงดีเจคนนี้ ไม่แน่ใจนักว่า ใคร โทรเข้าไปถามจากเบอร์ที่เขาบอก ถามว่าใครเป็นดีเจ เราถามว่าขอสายดีเจได้ไหม คนรับโทรศัพท์เขาบอกไม่ได้ เราฝากข้อความไว้ว่าชื่อทศ ฟังเพลงนี้แล้วคิดถึง เสียงคนรับโทรศัพท์คงแอบขำ
ถึงหน้าบ้านเพื่อนมันดันไปเซเว่น โทรไปหามันถามว่า อยู่ไหนมีเรื่องอยากคุยด้วยว่ะ อารมณ์เหวี่ยงมหาศาล นี่เรากำลังทำอะไรอยู่ และมันเกิดขึ้นได้อย่างไร
ฉันไม่รู้ว่าเธอเป็นใคร
ฉันแค่คุ้นเมื่อเธอส่งยิ้ม แล้วเดินผ่าน
จนวันนึงได้อ่านจดหมายที่เขียนข้อความมากมาย
ให้เราได้เรียนรู้กัน
*แล้วจดหมายฉบับสุดท้าย
จดหมายรักที่เธอบรรยายถึงความในใจ
แต่ฉันกลับไม่เคยเข้าใจ
ข้อความที่ตอบเธอไป ได้กลับมาพร้อมที่เธอจากลา
**จดหมายที่อ่านกี่ครั้งก็ร้องไห้
ข้อความที่เขียนด้วยมือฉันเอง ว่าไม่เคยรักเธอ
อาจสายเกินกว่าที่ฉันจะรั้งเธอ
ผิดที่ฉันไม่เคยเข้าใจ ว่าความรักเป็นเช่นไร
ถ้าหากได้ย้อนเวลา กลับไปมีเธอข้างกาย
จะเปลี่ยนข้อความจดหมาย
จะเขียนในคำลงท้ายว่ารักเธอ
*,**
..........................
ฟังเพลงนี้ครั้งแรกเวลาราวๆตีสอง ในซอยลาดพร้าว107 จากวิทยุรถตนเอง รู้สึกเหวี่ยงอย่างรุนแรงจากคำพูดของดีเจ ใช่พลอยที่ดวงเคยบอกว่าอยู่ฟุกุโอกะหรือไม่ ฟังเสร็จรู้สึกแปลกๆ แปลกมากๆ ไม่ได้แปลกที่เนื้อหาของจดหมาย แต่เป็นหนแรกที่ได้ยินเสียงดีเจคนนี้ ไม่แน่ใจนักว่า ใคร โทรเข้าไปถามจากเบอร์ที่เขาบอก ถามว่าใครเป็นดีเจ เราถามว่าขอสายดีเจได้ไหม คนรับโทรศัพท์เขาบอกไม่ได้ เราฝากข้อความไว้ว่าชื่อทศ ฟังเพลงนี้แล้วคิดถึง เสียงคนรับโทรศัพท์คงแอบขำ
ถึงหน้าบ้านเพื่อนมันดันไปเซเว่น โทรไปหามันถามว่า อยู่ไหนมีเรื่องอยากคุยด้วยว่ะ อารมณ์เหวี่ยงมหาศาล นี่เรากำลังทำอะไรอยู่ และมันเกิดขึ้นได้อย่างไร
Posted by
T 0 5 E
Monday, April 14, 2008
ตุ๊กตาหน้ารถจะแต่งงาน
ตุ๊กตาหน้ารถจะแต่งงาน
Monday, April 14, 2008
12:49:24 PM
ตื่นมาแต่10โมงเพราะเจ้านายโทรมาหาจากชินจูกุ ตูละเซ็ง กูจะนอน นี่มันสงกรานต์นะเพ่
เราเคยเล่าให้บล็อกนี้ฟังไปแล้วใช่ไหมว่า เมื่อปลายๆปี2006เรากลับจากโตเกียวไปโผล่ฮ่องกง และได้เจอเพื่อนโดยบังเอิญคนนึง ที่ฮ่องกง เพื่อนมาจากแวนคูเว่อร์ และนั่งเครื่องกลับไทยพร้อมกัน ไอ้เจอกันแบบนี้นี่แม่งเว่อร์สุดตีน เป็นเพื่อนสนิทของไอ้บอย เหมือนเราน่ะแหละ แต่เรากะจิไม่สนิทกันนักหรอก
เมื่อคืนตอนห้าทุ่มหลังจากไปกะพ่อแม่มาแล้วก็ไปหาเมย์กะบอย กลับบ้านมาก็มีเพื่อนน้องมานอนกะน้องด้วยคนนึงชื่อเมย์ แต่ตอนขาออกไปเล่นน้ำที่สีลมจากบ้าน น้องก็มีเพื่อนชื่อเมย์อีกคนขับรถมารับ ตกลงชีวิตนี้มีกี่แสนเมย์ละนี่
คุยกันมากมายกะเมย์กะบอย เม้าแตก สุดๆ เม้ากันถึงตีสี่ได้ เราถึงแยกกลับมา บ้านเมย์เขาเรียกกันว่านั่งอ้วน ฟังดูคล้ายๆนั่งเล่นไหม เป็นห้องซ้อมดนตรีสวยๆส่วนตัวแห่งหนึ่ง
ตอนรอบดึกเราง่วงแล้ว บอยเข้าไปดูไฮไฟ้วเอี้ยนใหญ่เลย แม่งดูเป็นชั่วโมงเลยรูป902รูป ก็คนมันเคยชอบนี่นา คิดไปก็ขำดี พอดีมันถามว่าเพื่อนเอี้ยนที่เราพูดถึงหน้าตาเป็นไง พอเราโชว์ไกซุหลุให้มันดู มันก็ตกใจใหญ่บอกเราว่า “ตัวละครลับจริงๆว่ะ มันไม่เคยเห็นแม้แต่หนเดียวที่คณะแน่ๆ” สมัยนั้น เอี้ยนนี่มันชอบเพราะดูตลกดี ส่วนน้ำเชื่อมก็เป็นแฟนเจตน์ นี่มันคนไม่ไกลตัวเท่าไหร่เลยนะ แต่ตัวละครลับก็คือตัวละครลับ วันยันค่ำ
ที่อยากเล่าคือเรื่อง ตุ๊กตาหน้ารถ อันนี้เราขำขี้แตก ตอนกลับมาไทยเมื่อต้นปีนี้ มีเพลงนึงดังทางวิทยุ เสียงง้องแง้งอ้อนสุดๆ ดนตรีบอซซ่าๆ ฟังหนแรกชอบใจ แต่ฟังบ่อยๆแล้วเหมือนลูกแมวขี้กวนซักคน น่ารำคาญอย่างถึงที่สุด ตุ๊ตาหน้าโละ อันนี้ถ้าเราพูดเสียงจะฮาว่ะ ไอ้บอยบอกว่าคนร้องชื่อตุ๊กตา เป็นแฟนไอ้จิ เมย์บอกว่า วันนั้นมันฟังวิทยุ ดีเจบอกว่า ขอแสดงความยินดีด้วยที่ลุลาจะแต่งงานกลางปีนี้ มันรีบโทรไปหาไอ้จิทันที ไอ้จิขำใหญ่ เออ ก็จะแต่งงานกะคุณตุ๊กตาจริงๆนะล่ะ เราก็แบบเฮ้ย นักร้องนี้แฟนไอ้จิหรอ เราว่าเอ็มวีมันฮาอะ เดินไปเดินมาในปารีสร้องเพลงเสียงประหลาดๆ ชอบเอามาร้องล้อกะน้องอยู่เรื่อย
เราก็ถามอีกว่า เออแล้วเขาเป็นใครวะ??
บอยบอกว่า มึงจำ2บีคำ1ได้ป่ะ เราบอกอ๋อ คนนั้นน่ะหรอ ก็เข้าใจตรงกัน คนที่ไม่ใช่คริสตินอะนะ เพราะบอยกะคริสตินเขารู้จักกันดี คริสตินเป็นเพื่อนสนิทหลิง พอๆกะที่เราสนิทกะบอย ส่วนบอยกะหลิงก็ดูใจกันอยู่พักนึง แล้วไอ้จิจะมาแต่งงานกับคุณตุ๊กตาอีก เราเป็นไอ้บอยคงรู้สึกว่าโลกกลมมากๆ
เพราะจะจิหรือหลิง มันก็สนิทพอๆกัน และนักร้องวงนี้สองคนก็มาเกี่ยวกะคนสองคนนี้ในระดับเดียวกันได้
จะว่าไปเพื่อนสนิทไอ้บอย ก็กลายมาเป็นเพื่อนเราหมดเลยแฮะ พวกนี้ก็หนุกหนานดี เวลาเราไปกะแก๊งนี้คนก็นึกว่าเราเป็นเด็กเซ็นต์ไปด้วยซะงั้น แฟนไอ้บอยยังเคยถามเลยว่า เอ้า ทศไม่ได้เรียนเซ็นต์คาลเบรียลหรอ เราต้องชี้หน้าตนเอง ดูหน้ากูดิ ตี๋ไหมนี่
คุยกันเยอะเรื่องแต่งงาน เพราะทุกคนอยู่ในวัยจะแต่งงาน แฟนไอ้เมย์ชื่อนานาโกะเป็นลูกครึ่งญี่ปุ่น คบมา7ปีได้แล้วมั้ง ใครๆก็ว่าว่าสวยเราว่าหน้าตาธรรมดามากๆหากอยู่ญี่ปุ่นก็เดินผ่านๆไป แต่เมืองไทยก็ดูดีละมั้ง ขาวๆหน่อย ผิวเนียนๆแบบสาวญี่ปุ่น ไอ้บอยก็อยากแต่งแล้ว แฟนมันคบมาปีได้แล้วมั้ง คุยกันเรื่องสินสอดทองหมั้นอะไรแบบนี้ จัดงานแต่งงานกี่เงิน ไอ้เรื่องพวกนี้เราไปวงไหนก็คุยกันน่าดูเลย คงเป็นด้วยวัยมั้ง เหมือนสมัยก่อนอะ ต้องคุยว่าสาวคณะไหนสวย แต่หลักๆคือ ไม่มีเงินนี่ล่ะ ห่า เกิดเป็นผู้ชายมันลำบากนะเว้ย
บอยถามเราว่า
แล้วถ้ามึงแต่งมึงจะให้สินสอดเท่าไหร่วะ เราบอกไปว่า ก็แล้วแต่ฐานะฝ่ายหญิงล่ะว่ะ ก็ต้องสมหน้าสมตาสมพระเกียรติ ของเขา แล้วมันถามว่า เท่าไหร่ถึงจะสมวะ กูบอกว่ากูไม่รู้ดิ ถ้าให้เงินสดเลขสวยๆก็999999ล่ะวะ มันบอกเย็ดตะแม่ เยอะนะนั่น บอยบอกว่า ไอ้ห่ามึงซื้อรถคันเท่าไหร่ เงินจำนวนนี้มันต้องมีไปขอผู้หญิงว่ะ กูบอกว่าสุดท้ายก็หนีไม่พ้นไปขอพ่อแม่อยู่ดี เหี้ยยย เกิดเป็นชายโตจนหมาเลียหำไม่ถึงแล้วใครจะอยากขอเงินพ่อแม่กันนักวะ แต่สุดท้ายก็หนีไม่พ้น เวรกรรมชายไทยจริงๆ ประเพณีแบบนี้ วันเริ่มต้นชีวิตกลับกลายเป็นวันเริ่มต้นหนี้สินก้อนใหญ่ในชีวิต ก็ฮาดีนะ
วันก่อนตัวละครลับถามเพื่อนผู้หญิงเราในรถว่า แล้วเพื่อนพี่ทศแต่งงานกันไปหรือยัง เราหันไปมองหน้าเพื่อน เราบอกไปว่าไม่มีอะ เพื่อนบอกว่าก็มีเด่น เออ เนอะ
เมื่อคืนมีแต่คนบ่นอยากไปไม้เอก บอกว่าเราไม่อยู่ก็ไม่ได้ไปเลย เราบอกกูไม่มีเหล้าแล้ว ไม่มีใครมีเหล้าแล้ว กูขี้เกียจไปด้วย ดึกๆอยู่บ้านนอนคุยโทรศัพท์ดีกว่า อยากอยู่เฉยๆ อยากนอนคุยโทรศัพท์เฉยๆ แต่ก็ไม่มีคนคุยหรอกมั้ง แต่ก่อนสาวๆไคโยตี้เต้นเฉพาะในที่เที่ยวแบบนั้น ไปเล่นสงกรานต์ที่รู๊ดกูจะเป็นลม สาวๆสมัยนี้เต้นจ้ำบ๊ะเป็นไคโย้ตี้กันหมดเลย สาวไทยสมัยนี้ท่าเต้นกร้านโลกเหลือเกิน ถามบอยกะเมย์ว่าจำเพื่อนน้องเราที่ชื่อ1ได้ไหม มันพอคุ้นๆกัน เออ เราบอก ไอ้นี่ได้เงินไป10000แน่ะ ขึ้นไปประกวด เต้นๆเอ๊กๆกันสาดน้ำๆ นึกในใจ หน้าตาก็ดีจะเอ๊กไปไหนวะ ไม่จำเป้นเลยเหอะ
พอแล้ว หมดรมพิมพ์แล้ว ไปแชทต่อดีกว่า
ส่งท้าย
ประโยคเด็ดบอยเมื่อคืน เราบอกว่ากูอยากแต่งงานนะเว้ย มันบอกว่า มึงอยู่นู้น คนไทยใครจะอยากแต่งกะมึงวะ ให้เป็นแฟนก็ยังคิดแล้วคิดอีกเลย คิดไปคิดมาไม่เอาดีกว่า เราขำแห้งๆ เออ คงจะจริง กูยังอยู่นู้นอีกหลายปีนี่เนอะ ก็ไปอยู่กะกูดิวะ มันบอกว่าไอ้ห่า คนมีพ่อมีแม่ เราบอกไป ไอ้ห่า พ่อแม่มึงแต่งงานเสร็จปุ๊บวันต่อมาบินไปเมกาเลยไม่ใช่หรอ
สรุป
กูแต่งงานคนเดียว ฝันเอาเองของกูก็ได้วะ
Monday, April 14, 2008
12:49:24 PM
ตื่นมาแต่10โมงเพราะเจ้านายโทรมาหาจากชินจูกุ ตูละเซ็ง กูจะนอน นี่มันสงกรานต์นะเพ่
เราเคยเล่าให้บล็อกนี้ฟังไปแล้วใช่ไหมว่า เมื่อปลายๆปี2006เรากลับจากโตเกียวไปโผล่ฮ่องกง และได้เจอเพื่อนโดยบังเอิญคนนึง ที่ฮ่องกง เพื่อนมาจากแวนคูเว่อร์ และนั่งเครื่องกลับไทยพร้อมกัน ไอ้เจอกันแบบนี้นี่แม่งเว่อร์สุดตีน เป็นเพื่อนสนิทของไอ้บอย เหมือนเราน่ะแหละ แต่เรากะจิไม่สนิทกันนักหรอก
เมื่อคืนตอนห้าทุ่มหลังจากไปกะพ่อแม่มาแล้วก็ไปหาเมย์กะบอย กลับบ้านมาก็มีเพื่อนน้องมานอนกะน้องด้วยคนนึงชื่อเมย์ แต่ตอนขาออกไปเล่นน้ำที่สีลมจากบ้าน น้องก็มีเพื่อนชื่อเมย์อีกคนขับรถมารับ ตกลงชีวิตนี้มีกี่แสนเมย์ละนี่
คุยกันมากมายกะเมย์กะบอย เม้าแตก สุดๆ เม้ากันถึงตีสี่ได้ เราถึงแยกกลับมา บ้านเมย์เขาเรียกกันว่านั่งอ้วน ฟังดูคล้ายๆนั่งเล่นไหม เป็นห้องซ้อมดนตรีสวยๆส่วนตัวแห่งหนึ่ง
ตอนรอบดึกเราง่วงแล้ว บอยเข้าไปดูไฮไฟ้วเอี้ยนใหญ่เลย แม่งดูเป็นชั่วโมงเลยรูป902รูป ก็คนมันเคยชอบนี่นา คิดไปก็ขำดี พอดีมันถามว่าเพื่อนเอี้ยนที่เราพูดถึงหน้าตาเป็นไง พอเราโชว์ไกซุหลุให้มันดู มันก็ตกใจใหญ่บอกเราว่า “ตัวละครลับจริงๆว่ะ มันไม่เคยเห็นแม้แต่หนเดียวที่คณะแน่ๆ” สมัยนั้น เอี้ยนนี่มันชอบเพราะดูตลกดี ส่วนน้ำเชื่อมก็เป็นแฟนเจตน์ นี่มันคนไม่ไกลตัวเท่าไหร่เลยนะ แต่ตัวละครลับก็คือตัวละครลับ วันยันค่ำ
ที่อยากเล่าคือเรื่อง ตุ๊กตาหน้ารถ อันนี้เราขำขี้แตก ตอนกลับมาไทยเมื่อต้นปีนี้ มีเพลงนึงดังทางวิทยุ เสียงง้องแง้งอ้อนสุดๆ ดนตรีบอซซ่าๆ ฟังหนแรกชอบใจ แต่ฟังบ่อยๆแล้วเหมือนลูกแมวขี้กวนซักคน น่ารำคาญอย่างถึงที่สุด ตุ๊ตาหน้าโละ อันนี้ถ้าเราพูดเสียงจะฮาว่ะ ไอ้บอยบอกว่าคนร้องชื่อตุ๊กตา เป็นแฟนไอ้จิ เมย์บอกว่า วันนั้นมันฟังวิทยุ ดีเจบอกว่า ขอแสดงความยินดีด้วยที่ลุลาจะแต่งงานกลางปีนี้ มันรีบโทรไปหาไอ้จิทันที ไอ้จิขำใหญ่ เออ ก็จะแต่งงานกะคุณตุ๊กตาจริงๆนะล่ะ เราก็แบบเฮ้ย นักร้องนี้แฟนไอ้จิหรอ เราว่าเอ็มวีมันฮาอะ เดินไปเดินมาในปารีสร้องเพลงเสียงประหลาดๆ ชอบเอามาร้องล้อกะน้องอยู่เรื่อย
เราก็ถามอีกว่า เออแล้วเขาเป็นใครวะ??
บอยบอกว่า มึงจำ2บีคำ1ได้ป่ะ เราบอกอ๋อ คนนั้นน่ะหรอ ก็เข้าใจตรงกัน คนที่ไม่ใช่คริสตินอะนะ เพราะบอยกะคริสตินเขารู้จักกันดี คริสตินเป็นเพื่อนสนิทหลิง พอๆกะที่เราสนิทกะบอย ส่วนบอยกะหลิงก็ดูใจกันอยู่พักนึง แล้วไอ้จิจะมาแต่งงานกับคุณตุ๊กตาอีก เราเป็นไอ้บอยคงรู้สึกว่าโลกกลมมากๆ
เพราะจะจิหรือหลิง มันก็สนิทพอๆกัน และนักร้องวงนี้สองคนก็มาเกี่ยวกะคนสองคนนี้ในระดับเดียวกันได้
จะว่าไปเพื่อนสนิทไอ้บอย ก็กลายมาเป็นเพื่อนเราหมดเลยแฮะ พวกนี้ก็หนุกหนานดี เวลาเราไปกะแก๊งนี้คนก็นึกว่าเราเป็นเด็กเซ็นต์ไปด้วยซะงั้น แฟนไอ้บอยยังเคยถามเลยว่า เอ้า ทศไม่ได้เรียนเซ็นต์คาลเบรียลหรอ เราต้องชี้หน้าตนเอง ดูหน้ากูดิ ตี๋ไหมนี่
คุยกันเยอะเรื่องแต่งงาน เพราะทุกคนอยู่ในวัยจะแต่งงาน แฟนไอ้เมย์ชื่อนานาโกะเป็นลูกครึ่งญี่ปุ่น คบมา7ปีได้แล้วมั้ง ใครๆก็ว่าว่าสวยเราว่าหน้าตาธรรมดามากๆหากอยู่ญี่ปุ่นก็เดินผ่านๆไป แต่เมืองไทยก็ดูดีละมั้ง ขาวๆหน่อย ผิวเนียนๆแบบสาวญี่ปุ่น ไอ้บอยก็อยากแต่งแล้ว แฟนมันคบมาปีได้แล้วมั้ง คุยกันเรื่องสินสอดทองหมั้นอะไรแบบนี้ จัดงานแต่งงานกี่เงิน ไอ้เรื่องพวกนี้เราไปวงไหนก็คุยกันน่าดูเลย คงเป็นด้วยวัยมั้ง เหมือนสมัยก่อนอะ ต้องคุยว่าสาวคณะไหนสวย แต่หลักๆคือ ไม่มีเงินนี่ล่ะ ห่า เกิดเป็นผู้ชายมันลำบากนะเว้ย
บอยถามเราว่า
แล้วถ้ามึงแต่งมึงจะให้สินสอดเท่าไหร่วะ เราบอกไปว่า ก็แล้วแต่ฐานะฝ่ายหญิงล่ะว่ะ ก็ต้องสมหน้าสมตาสมพระเกียรติ ของเขา แล้วมันถามว่า เท่าไหร่ถึงจะสมวะ กูบอกว่ากูไม่รู้ดิ ถ้าให้เงินสดเลขสวยๆก็999999ล่ะวะ มันบอกเย็ดตะแม่ เยอะนะนั่น บอยบอกว่า ไอ้ห่ามึงซื้อรถคันเท่าไหร่ เงินจำนวนนี้มันต้องมีไปขอผู้หญิงว่ะ กูบอกว่าสุดท้ายก็หนีไม่พ้นไปขอพ่อแม่อยู่ดี เหี้ยยย เกิดเป็นชายโตจนหมาเลียหำไม่ถึงแล้วใครจะอยากขอเงินพ่อแม่กันนักวะ แต่สุดท้ายก็หนีไม่พ้น เวรกรรมชายไทยจริงๆ ประเพณีแบบนี้ วันเริ่มต้นชีวิตกลับกลายเป็นวันเริ่มต้นหนี้สินก้อนใหญ่ในชีวิต ก็ฮาดีนะ
วันก่อนตัวละครลับถามเพื่อนผู้หญิงเราในรถว่า แล้วเพื่อนพี่ทศแต่งงานกันไปหรือยัง เราหันไปมองหน้าเพื่อน เราบอกไปว่าไม่มีอะ เพื่อนบอกว่าก็มีเด่น เออ เนอะ
เมื่อคืนมีแต่คนบ่นอยากไปไม้เอก บอกว่าเราไม่อยู่ก็ไม่ได้ไปเลย เราบอกกูไม่มีเหล้าแล้ว ไม่มีใครมีเหล้าแล้ว กูขี้เกียจไปด้วย ดึกๆอยู่บ้านนอนคุยโทรศัพท์ดีกว่า อยากอยู่เฉยๆ อยากนอนคุยโทรศัพท์เฉยๆ แต่ก็ไม่มีคนคุยหรอกมั้ง แต่ก่อนสาวๆไคโยตี้เต้นเฉพาะในที่เที่ยวแบบนั้น ไปเล่นสงกรานต์ที่รู๊ดกูจะเป็นลม สาวๆสมัยนี้เต้นจ้ำบ๊ะเป็นไคโย้ตี้กันหมดเลย สาวไทยสมัยนี้ท่าเต้นกร้านโลกเหลือเกิน ถามบอยกะเมย์ว่าจำเพื่อนน้องเราที่ชื่อ1ได้ไหม มันพอคุ้นๆกัน เออ เราบอก ไอ้นี่ได้เงินไป10000แน่ะ ขึ้นไปประกวด เต้นๆเอ๊กๆกันสาดน้ำๆ นึกในใจ หน้าตาก็ดีจะเอ๊กไปไหนวะ ไม่จำเป้นเลยเหอะ
พอแล้ว หมดรมพิมพ์แล้ว ไปแชทต่อดีกว่า
ส่งท้าย
ประโยคเด็ดบอยเมื่อคืน เราบอกว่ากูอยากแต่งงานนะเว้ย มันบอกว่า มึงอยู่นู้น คนไทยใครจะอยากแต่งกะมึงวะ ให้เป็นแฟนก็ยังคิดแล้วคิดอีกเลย คิดไปคิดมาไม่เอาดีกว่า เราขำแห้งๆ เออ คงจะจริง กูยังอยู่นู้นอีกหลายปีนี่เนอะ ก็ไปอยู่กะกูดิวะ มันบอกว่าไอ้ห่า คนมีพ่อมีแม่ เราบอกไป ไอ้ห่า พ่อแม่มึงแต่งงานเสร็จปุ๊บวันต่อมาบินไปเมกาเลยไม่ใช่หรอ
สรุป
กูแต่งงานคนเดียว ฝันเอาเองของกูก็ได้วะ
Posted by
T 0 5 E
Saturday, April 12, 2008
อาจารย์สาวABAC
หงุดหงิดชิบหาย คอมเครื่องนี้หัวควยสิ้นดี ต้องฟอแหม็ทซะแล้วล่ะ จะตอบอีเมลพี่อนุชซะหน่อย พี่แกอีเมลมาเป็นสิบวันแล้วพึ่งได้เช็คนี่ล่ะ ขอโทษจริงๆที่ไม่ได้เจอที่โตเกียวกันเลย ไว้แวะไปหาน้าที่ไทย
เอาเรื่องวันนี้ดีกว่า แม่งอารมณ์เสียนะคอมห่าๆนี่ จะตอบอีเมลก็ไม่ได้ เน็ทไม่ไป อากาศก็ร้อน พอบ่น พ่อก้อดุก็หันไปกัดอีก
ไม่ได้อัพเดทบล็อกมานาน แต่เขียนนู้นนี้ไว้เยอะมากๆ เยอะชิบหายเลยล่ะ
นึกถึงตอนนั่งรถกลับบ้านมาตะกี๊ เอ๋ยบอกว่า ข ค ม ด ร ม ฟังแล้วนิ่งเงียบสนิท คงจะจริง ก็ตะกี๊ก็ท่าทางว่าเป็นแบบนั้น คำตอบบางอย่างไม่ได้อยากรู้เลย เพราะรู้อยู่แล้ว
เริ่มเมื่อไหร่ดี
เอาที่กลับมาถึงไทยแล้วละกัน
ลงเครื่องมาอากาศก็ร้อน หาพ่อแม่ไม่เจอด้วย เออ เล่าตอนเช้าก่อนดีกว่า เหนื่อยชิบหายฝนตกหนัก ลากกระเป๋านานนั่นแท็กซี่ไกล เกือบตกรถไฟ ก็จะทำให้เกือบตกเครื่องบิน ขี้ก็จะแตก กรรไกรก็ห้ามขึ้นเครื่อง ทำลิบสติกที่ซื้อมาหล่นด้วย โชคดีมีคนเก็บได้ และมาประกาศบนเครื่อง ก็เลยได้คืน แสนวุ่นวายมหาศาล ตื่นมาตั้งแต่บ่ายสามวันที่๙ บนเครื่องก็ไม่ได้นอนเพราะเครื่องร้อนมากๆ หลับๆตื่นๆ และอ่านหนังสือมหาศาล อยากอ่านหนังสือไทยพวกนี้มานานเลยมัวแต่อ่าน หนังสือบนเครื่องดีนะ
กลับมาไทยก็ทำนู้นนี้แรดๆไปนู้นนี้หลายที่
นอนก็หกโมงเช้าวันที่11 เหี้ย นี่กูตื่นตั้ง 39ชั่วโมงได้ เผลอหลับๆไปไม่กี่วูบเอง สุดยอด มันจริงๆชีวิต วันนี้ตื่นมาเที่ยงที่บ้านน้ำ นอนหลับสนิทสัดๆๆไป6ชั่วโมง
แต่ปกติชีวิตไม่วุ่นวายงี้หรอก
เมื่อวานมาถึงไทยเกือบๆสี่โมง ก็หาพ่อแม่ไม่เจอ นึกหวั่นๆหน้าซีดๆอยู่นาน เพราะบอกกุ้งไปคนเดียวว่าจะกลับวันไหนเที่ยวอะไร ให้กุ้งบอกพ่อให้ด้วย ก็ยังดีที่เจอกัน พ่อกะแม่ก็กลัวเรามาถึงไม่เจอใคร นั่งแท็กซี่กลับบ้านไป
ไปกินโคคากันที่สยามตอนหกโมงกว่าๆ เพราะน้องทำงานที่พระราม4 แม่ไม่แฮปปี้ แม่ติดเอ็มเค ที่นี่เขาบริการไม่ถึงระดับแบบเอ็มเค แต่อรอ่ยกว่ามากนักๆ ของทอดอร่อยเหี้ยๆ มาสยามกะพ่อแม่ฟังดูน่ารักเนอะ ฮ่าๆๆ แล้วก็กลับบ้านกัน ถึงบ้านซักสี่ทุ่มได้มั้ง ก็แฮปปี้ดี ครอบครัวสุขสันต์หลังไม่ได้พบกันมานาน
กลับมาบ้านโทรหาเอ๋ย พวกแก๊งลูกหมูเตะบอลอยู่ใกล้ๆเอแบ็ค แถวๆบ้านเรา ก็เลยไปหาตอนห้าทุ่มกว่าๆให้พ่อไปส่งเพราะเราไม่คอ่ยกล้าขับรถบอกไม่ถูก มันเลิกเตะกันตอนห้าทุ่มครึ่ง เจอๆเพื่อนๆก็เพลินๆดี แล้วไปต่อกันที่บ้านน้ำ เราเอาเหล้าวิสกี้ญี่ปุ่นไปด้วย 4 ลิตร กินกันแล้วก็จับหมูกัน ถึงหกโมงเช้า
ตื่นมาก็กินข้าวกัน บ้านน้ำกับข้าวอร่อยเสมอ ชอบจัง กินเต็มที่เลย อาหารอร่อย ผลไม่ก็อร่อย แม่น้ำพึ่งกลับมาจากอังกฤษก็เลย มีบลูเบอร์รี่ให้กินด้วย มีช้อคโกแล็ตมิ้นท์ให้กินด้วย
แล้วพอบ่ายสองก็เยื้องยาตรกันออกไป แพลตตินั่ม ตอนเปิดใหม่ๆเราไป คนก็ร้างร้านก็ไม่มี ตอนนี้คนเยอะมากๆ ไปกะเอ๋ย เอ๋ยนัดกะอดีตพี่สะใภ้มาด้วย ส่วนเราก็ชวนกุ้งมาด้วย เดินกันสี่คนก็เพลินๆดี พอตอนเย็นก็เดินไปกินข้าวมันไก่ประตูน้ำ จริงๆแล้วตอนนี้นึกอยากดูหนังเรื่อง มายบลูเบอร์รี่ไน้ แต่กุ้งขี้เกียจ เราก็อดดูไปตามระเบียบ หนังเรื่องนี้ คุยกะเอ๋ยว่า สุดตีน จู๊ดลอเป็นพระเอก(แค่นี้กูก็ดูแล้ว) นอร่าโจร(ร้องเพลงประกอบและเป็นนางเอก (แค่นี้ก็ดูแน่ๆ)) นาตาลี ผอดแมน เป็นตัวประกอบ(อันนี้ก็ดู) และหว่องกาไวกำกับ(อันนี้ดูแน่ๆ) แต่พอมารวมกันสี่ข้อก็ยิ่งอยากดู เป็นหนังที่พลาดไม่ได้ในรอบปี แน่ๆ เมื่อวานแม่ก็บอกอยากดู แต่แม่เฉยๆ แม่ไม่รู้จักหว่องกาไว แม่ชอบจู๊ดลอ วันนี้ก็บอกเอ๋ยตอนหน้าลิบว่า กุ้งไม่รู้จักหว่องกาไวว่ะ กุ้งทำหน้างงๆ เอ๋ยไปส่งกุ้งที่บ้านแล้วมาส่งเรา แล้วก็แยกไป
หน้าบ้านยืนคุยกะน้องเดียอยู่พักนึง เดียก็อยู่ซอยนี้ละ แต่เราไม่ค่อยเจอกัน แต่ตอนนี้เดียมาเป็นแฟนกับข้างบ้านเราแล้ว เป็นมาเป็นปีแล้ว เดียบอกเราอ้วนมากๆ เดียนี่เรียนทั้งประถมมัธยมกะเราเลย แต่ก่อนเราผอมจะตายไปเนอะ แล้วเราก็มีช่วงอ้วนสุดๆ ถามถึงโต้ข้างบ้านอีกคน เดียบอกไปเมกาแล้ว เวลามันผ่านไปไวชะมัด เดียถามว่าพี่ทศแต่งงานแล้วหรอที่ญี่ปุ่นน่ะ เราบอกจะบ้าหรอ แล้วถามเขาว่า แล้วเดียแต่งงานเมื่อไหร่ เดียหัวเราะ ถ้าแต่งเราก้ต้องไป แต่งกะเพื่อนข้างบ้านรู้จักกันมาแต่เกิด แต่ก็”ม่ได้คุยกันมานานแล้วเนอะ
อ้อ เข้าเรื่องเลย
อันนี้เป็นความรู้สึกแปลกๆ
เอ๋ยจะไปเป็นอาจารย์ที่เอแบ็ค เป็นอาจารย์ประจำ เริ่มงานเดือนหน้าเลย เอ๋ยบอกว่าแต่เป้าหมายจริงๆอยากกลับไปสอนที่คณะมันที่เปิดอินเตอร์ที่จุฬามากกว่า ต่อไปโป้งก็คงไปเป็นอาจารย์เอแบ็คเหมือนกันมั้ง เราไม่รู้อะไรทั้งนั้น แต่เราก็อยากเป็นอาจารย์ แฟนเก่าเอ๋ยก็เป็นอาจารย์มหาลัย สองคนนี้ไม่เห็นหน้าตาเป็นเด็กเรียนเลยเนอะ เอิ๊กๆ เอ๋ยบอกว่าอย่างเราก็เป็นอาจารย์ได้ เราเงียบๆ ไว้ซักวันละมั้ง ไม่รุ้แฮะ แต่ก็อยากเป็น เป็นเรื่องอึ้งๆหลายๆอย่าง
แต่เอ๋ยผิดหวังรักก็คงไม่โดดตึกหรอก
http://www.flyingkas.ac.th/about_our_angel_preview.php?aid=62 ตะกี๊เหี้ยนินส่งมาให้ดู ขอเก็บลิ้งไว้หน่อย เรื่องนี้แม่งฮา เมื่อวานพ่อเม้าน่าดูว่าลุงสิงห์โทรหาพ่อ คุยใหญ่เลยเรื่องเรา รูปนี้ลูกสาวลุงสิงห์ อ้อ อีกเรื่อง ตะกี๊เห็นน้องโบว์บอกว่าเดือนหน้าไปอยุ่ญี่ปุ่นแล้วไปฝึกเป็นแอร์แจล เออ แปลกดี ช่วงนี้อย่างโบว์หรือออมก็ได้ติดต่อกันขึ้นมา ทั้งๆที่ไม่เคยนึกถึงเลยมาหลายปี ยังนึกถึงตอนพวกนี้เฟรชชี่ขี่จักรยานที่หอเออยู่เลย
ไปอาบน้ำดีกว่า เมืองไทยร้อนสะใจดี ชอบชอบ
เอาเรื่องวันนี้ดีกว่า แม่งอารมณ์เสียนะคอมห่าๆนี่ จะตอบอีเมลก็ไม่ได้ เน็ทไม่ไป อากาศก็ร้อน พอบ่น พ่อก้อดุก็หันไปกัดอีก
ไม่ได้อัพเดทบล็อกมานาน แต่เขียนนู้นนี้ไว้เยอะมากๆ เยอะชิบหายเลยล่ะ
นึกถึงตอนนั่งรถกลับบ้านมาตะกี๊ เอ๋ยบอกว่า ข ค ม ด ร ม ฟังแล้วนิ่งเงียบสนิท คงจะจริง ก็ตะกี๊ก็ท่าทางว่าเป็นแบบนั้น คำตอบบางอย่างไม่ได้อยากรู้เลย เพราะรู้อยู่แล้ว
เริ่มเมื่อไหร่ดี
เอาที่กลับมาถึงไทยแล้วละกัน
ลงเครื่องมาอากาศก็ร้อน หาพ่อแม่ไม่เจอด้วย เออ เล่าตอนเช้าก่อนดีกว่า เหนื่อยชิบหายฝนตกหนัก ลากกระเป๋านานนั่นแท็กซี่ไกล เกือบตกรถไฟ ก็จะทำให้เกือบตกเครื่องบิน ขี้ก็จะแตก กรรไกรก็ห้ามขึ้นเครื่อง ทำลิบสติกที่ซื้อมาหล่นด้วย โชคดีมีคนเก็บได้ และมาประกาศบนเครื่อง ก็เลยได้คืน แสนวุ่นวายมหาศาล ตื่นมาตั้งแต่บ่ายสามวันที่๙ บนเครื่องก็ไม่ได้นอนเพราะเครื่องร้อนมากๆ หลับๆตื่นๆ และอ่านหนังสือมหาศาล อยากอ่านหนังสือไทยพวกนี้มานานเลยมัวแต่อ่าน หนังสือบนเครื่องดีนะ
กลับมาไทยก็ทำนู้นนี้แรดๆไปนู้นนี้หลายที่
นอนก็หกโมงเช้าวันที่11 เหี้ย นี่กูตื่นตั้ง 39ชั่วโมงได้ เผลอหลับๆไปไม่กี่วูบเอง สุดยอด มันจริงๆชีวิต วันนี้ตื่นมาเที่ยงที่บ้านน้ำ นอนหลับสนิทสัดๆๆไป6ชั่วโมง
แต่ปกติชีวิตไม่วุ่นวายงี้หรอก
เมื่อวานมาถึงไทยเกือบๆสี่โมง ก็หาพ่อแม่ไม่เจอ นึกหวั่นๆหน้าซีดๆอยู่นาน เพราะบอกกุ้งไปคนเดียวว่าจะกลับวันไหนเที่ยวอะไร ให้กุ้งบอกพ่อให้ด้วย ก็ยังดีที่เจอกัน พ่อกะแม่ก็กลัวเรามาถึงไม่เจอใคร นั่งแท็กซี่กลับบ้านไป
ไปกินโคคากันที่สยามตอนหกโมงกว่าๆ เพราะน้องทำงานที่พระราม4 แม่ไม่แฮปปี้ แม่ติดเอ็มเค ที่นี่เขาบริการไม่ถึงระดับแบบเอ็มเค แต่อรอ่ยกว่ามากนักๆ ของทอดอร่อยเหี้ยๆ มาสยามกะพ่อแม่ฟังดูน่ารักเนอะ ฮ่าๆๆ แล้วก็กลับบ้านกัน ถึงบ้านซักสี่ทุ่มได้มั้ง ก็แฮปปี้ดี ครอบครัวสุขสันต์หลังไม่ได้พบกันมานาน
กลับมาบ้านโทรหาเอ๋ย พวกแก๊งลูกหมูเตะบอลอยู่ใกล้ๆเอแบ็ค แถวๆบ้านเรา ก็เลยไปหาตอนห้าทุ่มกว่าๆให้พ่อไปส่งเพราะเราไม่คอ่ยกล้าขับรถบอกไม่ถูก มันเลิกเตะกันตอนห้าทุ่มครึ่ง เจอๆเพื่อนๆก็เพลินๆดี แล้วไปต่อกันที่บ้านน้ำ เราเอาเหล้าวิสกี้ญี่ปุ่นไปด้วย 4 ลิตร กินกันแล้วก็จับหมูกัน ถึงหกโมงเช้า
ตื่นมาก็กินข้าวกัน บ้านน้ำกับข้าวอร่อยเสมอ ชอบจัง กินเต็มที่เลย อาหารอร่อย ผลไม่ก็อร่อย แม่น้ำพึ่งกลับมาจากอังกฤษก็เลย มีบลูเบอร์รี่ให้กินด้วย มีช้อคโกแล็ตมิ้นท์ให้กินด้วย
แล้วพอบ่ายสองก็เยื้องยาตรกันออกไป แพลตตินั่ม ตอนเปิดใหม่ๆเราไป คนก็ร้างร้านก็ไม่มี ตอนนี้คนเยอะมากๆ ไปกะเอ๋ย เอ๋ยนัดกะอดีตพี่สะใภ้มาด้วย ส่วนเราก็ชวนกุ้งมาด้วย เดินกันสี่คนก็เพลินๆดี พอตอนเย็นก็เดินไปกินข้าวมันไก่ประตูน้ำ จริงๆแล้วตอนนี้นึกอยากดูหนังเรื่อง มายบลูเบอร์รี่ไน้ แต่กุ้งขี้เกียจ เราก็อดดูไปตามระเบียบ หนังเรื่องนี้ คุยกะเอ๋ยว่า สุดตีน จู๊ดลอเป็นพระเอก(แค่นี้กูก็ดูแล้ว) นอร่าโจร(ร้องเพลงประกอบและเป็นนางเอก (แค่นี้ก็ดูแน่ๆ)) นาตาลี ผอดแมน เป็นตัวประกอบ(อันนี้ก็ดู) และหว่องกาไวกำกับ(อันนี้ดูแน่ๆ) แต่พอมารวมกันสี่ข้อก็ยิ่งอยากดู เป็นหนังที่พลาดไม่ได้ในรอบปี แน่ๆ เมื่อวานแม่ก็บอกอยากดู แต่แม่เฉยๆ แม่ไม่รู้จักหว่องกาไว แม่ชอบจู๊ดลอ วันนี้ก็บอกเอ๋ยตอนหน้าลิบว่า กุ้งไม่รู้จักหว่องกาไวว่ะ กุ้งทำหน้างงๆ เอ๋ยไปส่งกุ้งที่บ้านแล้วมาส่งเรา แล้วก็แยกไป
หน้าบ้านยืนคุยกะน้องเดียอยู่พักนึง เดียก็อยู่ซอยนี้ละ แต่เราไม่ค่อยเจอกัน แต่ตอนนี้เดียมาเป็นแฟนกับข้างบ้านเราแล้ว เป็นมาเป็นปีแล้ว เดียบอกเราอ้วนมากๆ เดียนี่เรียนทั้งประถมมัธยมกะเราเลย แต่ก่อนเราผอมจะตายไปเนอะ แล้วเราก็มีช่วงอ้วนสุดๆ ถามถึงโต้ข้างบ้านอีกคน เดียบอกไปเมกาแล้ว เวลามันผ่านไปไวชะมัด เดียถามว่าพี่ทศแต่งงานแล้วหรอที่ญี่ปุ่นน่ะ เราบอกจะบ้าหรอ แล้วถามเขาว่า แล้วเดียแต่งงานเมื่อไหร่ เดียหัวเราะ ถ้าแต่งเราก้ต้องไป แต่งกะเพื่อนข้างบ้านรู้จักกันมาแต่เกิด แต่ก็”ม่ได้คุยกันมานานแล้วเนอะ
อ้อ เข้าเรื่องเลย
อันนี้เป็นความรู้สึกแปลกๆ
เอ๋ยจะไปเป็นอาจารย์ที่เอแบ็ค เป็นอาจารย์ประจำ เริ่มงานเดือนหน้าเลย เอ๋ยบอกว่าแต่เป้าหมายจริงๆอยากกลับไปสอนที่คณะมันที่เปิดอินเตอร์ที่จุฬามากกว่า ต่อไปโป้งก็คงไปเป็นอาจารย์เอแบ็คเหมือนกันมั้ง เราไม่รู้อะไรทั้งนั้น แต่เราก็อยากเป็นอาจารย์ แฟนเก่าเอ๋ยก็เป็นอาจารย์มหาลัย สองคนนี้ไม่เห็นหน้าตาเป็นเด็กเรียนเลยเนอะ เอิ๊กๆ เอ๋ยบอกว่าอย่างเราก็เป็นอาจารย์ได้ เราเงียบๆ ไว้ซักวันละมั้ง ไม่รุ้แฮะ แต่ก็อยากเป็น เป็นเรื่องอึ้งๆหลายๆอย่าง
แต่เอ๋ยผิดหวังรักก็คงไม่โดดตึกหรอก
http://www.flyingkas.ac.th/about_our_angel_preview.php?aid=62 ตะกี๊เหี้ยนินส่งมาให้ดู ขอเก็บลิ้งไว้หน่อย เรื่องนี้แม่งฮา เมื่อวานพ่อเม้าน่าดูว่าลุงสิงห์โทรหาพ่อ คุยใหญ่เลยเรื่องเรา รูปนี้ลูกสาวลุงสิงห์ อ้อ อีกเรื่อง ตะกี๊เห็นน้องโบว์บอกว่าเดือนหน้าไปอยุ่ญี่ปุ่นแล้วไปฝึกเป็นแอร์แจล เออ แปลกดี ช่วงนี้อย่างโบว์หรือออมก็ได้ติดต่อกันขึ้นมา ทั้งๆที่ไม่เคยนึกถึงเลยมาหลายปี ยังนึกถึงตอนพวกนี้เฟรชชี่ขี่จักรยานที่หอเออยู่เลย
ไปอาบน้ำดีกว่า เมืองไทยร้อนสะใจดี ชอบชอบ
Posted by
T 0 5 E
Subscribe to:
Posts (Atom)
About Me
- ทศ พิทักษากร
- Tokyo, Japan
- น้องสาวชื่อ ทอรุ้ง พ่อเป็นลูกคนเดียวของปู่กะย่า แม่เป็นลูกคนเดียวของตากะยาย น้องสาวมีลูกไม่ได้ ชอบเลี้ยงแมวมากกว่าหมา ตอนเด็กๆโดนหมางับที่โคนขา@เขาใหญ่ เลยไม่ค่อยรักมัน แมวเลี้ยงมาหลายตัวมากๆ หมาเลี้ยงมาและรักตัวเดียวชื่อ แตงโม ไก่แจ้ก็ชอบ ตอนเด็กที่บ้านมี๓๐ตัวได้ แต่้ตอนนี้อยากเลี้ยงนกยูง เ็ห้นว่าสวยดี เรื่องแฟนไม่คิดมาก ยังนึกไม่ออกว่าแต่งงานเมื่อไรดี แต่พ่อห้ามแต่งก่อนสามสิบ ส่วนจะมีบุตรสืบสกุลหรือไม่ ไม่ค่อยแน่ใจ เพราะหมอบอกว่าต้องดูสุขภาพภรรยาด้วย ว่ามีได้ไหม บ้านเราไม่ค่อยแข็งแรงกันอะ เป็นโรคทางพันธุกรรมบางอย่าง ความสามารถพิเศษ : เรียนจบนักธรรมตรี แต่ไม่เปรียญซักกะประโยค แต่ก็ยังขยันกินเหล้าอยู่ นอกจากทำมาหาเลี้ยงชีวิตแล้ว งานอดิเรกคือ ชอบอ่านหนังสือมากๆ ในรอบสี่ปีนี้ใช้ชีวิตในห้องสมุดเป็นหลัก สำหรับเราเราเรียกมันว่าโลกไร้กาลเวลา โดนดูดเข้าไปบ่อยๆ อ้อ เราสายตาไม่สั้นนะ ไม่เนิ้ดเลยด้วย เป็นผู้ชายตัวใหญ่ ใส่เสื้อที่ซื้อตามสวนจตุจักรไม่ได้ ชอบผู้หญิง ตัวเล็ก ผมสั้น ตาสวย แก้มใส เสียงหวานๆ พูดได้มากกว่าสองภาษา จะสามสี่ห้าภาษาก็ได้ไม่ว่ากัน เรียนเก่งๆ ญาติน้อยๆ ชอบอยู่บ้าน เล่นดนตรีได้ ทำบัญชีได้ ขับรถไม่เป็น