เมื่อว่านนั่งแชทกะไอ้จิ๋วอยู่พักใหญ่ มันถามว่าเราอยู่ไทยไหม ทำไมไม่ไปงานแต่งงานเพื่อนๆหลายๆคน เราบอกว่าอีปูน่ะกุไม่รุ้มันแต่งเมือ่ไหร่ รู้แต่ว่าแต่งเมื่อไหร่ก็จะไป สายรายงานมาอีกทีว่าแต่งแล้ว ห่า อีเหีร้ยๆ อีปูคงไม่คิดว่ากูอยู่ไทยหรือไง ชาวบ้านรู้จากปากกูว่าอีปูจะแต่งงานด้วยซ้ำ555 คิดไปขำชิบหาย เหี้ยบอยแม่งกวนตีน ส่วนอีหลาซี้อีปูแต่งไปแล้วทีเมกา เหี้ยตุ้ยก้เห็นว่าจะแต่งกะสาวไต้หวันอยู่
พอดีตะกี๊ รูปแรกหน้า5ไทยรัฐเป็นไอ้เกี๊ยวแต่งงาน ก็นึกถึงพวกนี้ขึ้นมา ไอ้จิ๋วยื่นเงื่อนไขแปลกๆ บอกให้เราจัดสาวให้ แล้วแลกกัน ตลกดีว่ะ
ใครแต่งงานก็บอกกันบ้างละกัน เราก็ไม่ค่อยได้ติดต่อเพือ่นที่คณะคนไหนเลยวะ msnก็แทบไม่ได้ใช้เลย จะว่าไป สงสัยต้องแวะเวียนไปตีแบ่ดกินเหล้ากะไอ้จิ๋วซะบ้างแล้ว แต่กูเบื่อทองหล่อนี่หว่า
คุยกะไอ้จิ๋วว่า อย่างนี้อีปูแต่งงานแล้วก็ไม่ซิงแล้วดิวะ5555 ถ้าเหรี้ยบอยอยู่ด้วยต้องบอกว่า แม่ไอ้ทศยังซิงอยู่แน่ๆเลย55
Tuesday, May 27, 2008
Sunday, May 25, 2008
มิตรภาพดีดีจากเพื่อนเก่าๆ
ช่วงนี้โทรหามิตรเก่าๆที่ไปตามล่าหาเบอร์ได้มาหลายคน คนชอบถามว่ากลับมาเมื่อไหร่ เราบอกไปว่าเมษา ก็ด่ากันว่าทำไมเราไม่ติดต่อมาแต่นานแล่ว ก็นั่นซินะ มัวทำไรอยู่ ตอนกลับมาใหม่ๆไม่นึกอยากเจอใครมั้ง อยากเจอแค่ครอบครัวและผู้หญิง1ท่าน ตอนนั้นอยากไปนครนายก ตอนนี้พี่โอ๊ตกลับมาแล้วมั้ง อยากไปหา เอ๊ะ ทำไมกูอยู่ไทยนานขนาดพี่โอ๊ตกลับมาจากดัลลัสเลยวะ 55
เมื่อวานเดินสยามอยู่ เจอมิตรเก่ามากๆ เพื่อนตะโกนร้องดีใจสุดฤทธิ์ เรียกว่า โทเซ่ เราขำมากๆ ยืนคุยอยู่นานมากๆ ถามเบอร์แฟนเก่ามันมา ในที่สุดก็จะได้เจอกันซักที ล่าสุดเพื่อนเราก็ทราบข่าวมาว่าเป็นผู้พิพากษาแล้ว ตะกี๊โทรไปเม้ามันมา คิดถึงชะมัด อีกซักพักคงได้เจอกัน
เจอเพือ่นที่สยามก็ขออีเมลมา บอกเขาไปว่า รู้ไหม เราเคยเข้าไปอ่านเวบบอดของพ่อเขาด้วย พ่อเขาคนดังมากๆบนอินเตอร์เน็ท คิดไปก็ขำ ตลกดี ดีใจได้เจอเพื่อนเก่าๆ เพื่อนถามว่าเคยตอบเวบบอดพ่อชั้นไหม เราบอกไปว่า ไม่เคยเลย 555 ใบ้ให้ว่าลูกสาวชื่อขัตติยา พ่อจะชื่ออะไร ฮ่าๆๆๆ
ช่วงนีเราวนเวียนไปหาเพื่อนที่สนิทกันสมัยหอเอเชี่ยนเกมส์ปีแรกบ่อยๆ ทุกคนเดินไปตามทางปกติของชีวิต อย่างไอ้แว่นจบนิติก็ไปเป็นผู้พิพากษา พวกถาปัดก็ไปเป็นสถาปนิก จะมีตัวประหลาดบ้าง แบบภาณิณจบโทถาปัดแต่เป็นนักเขียน ต้อมจบวิดวะ แต่ไปเป็นพระ(คงไม่สึกแล้ว บวชหนสองแล้วนี่นา) ปามจบวิดวะไปขายแจกัน โคมไฟ แต่โดยปกติก็ทำงานเหมือนทื่เรียนมากันมั้ง อ้อ วันนี้โทรหารุ่นน้องที่เรียนถาปัดแต่ลงเอยไปเป็นแอร์ เม้าแตกกระจาย จะเล่าให้บล๊อกฟัง มันมากๆ
กว่าจะหาเบอร์ได้ กว่าจะโทรไป ก็ผ่านไปนาน น้องคนนี้แต่ก่อนซี้กัน ไปส่งหน้าบ้านก็บ่อย นึกคุ้นๆกะบ้านนี้ แต่ก็จำไม่ได้ เวลาผ่านไปนานแสนนาน ไปทราบว่าเป็นลุกเพื่อนพ่อ ก็จากปะติดปะต่อเรื่องราวเอาเอง ตอนคุยกะลุงจี๋ที่โตเกียวและอีเมลถามมา เราเรียกลุงจี๋ทุกคำ เขาเรียกอาจี๋ทุกคำ ที่โตเกียวคนเรียกคุณชายจี๋ซะงั้น เขาเรียกอาเสก เราเรียกลุงเสก วันนี้เม้าแตก เขาบอกตอนเด็กเคยไปเกาะลุงเสก (เกาะหมาก) ลุงเสกเป็นเพือ่นรักพ่อเราเลย ที่รู้ว่าเป็นเพื่อนรักเพราะ นึกออกว่าตอนเด็กๆเขาคุยไรกัน เขาคุยกันเรื่องความกลุ้มใจของชีวิต ตอนเด็กไม่รู้ว่าเรือ่งแบบนี้ต้องเพื่อนสนิทจริงๆถึงพูดกัน โตมาถึงได้รู้ว่า เรื่องแบบนี้หาเพื่อนคุยกันยากๆมากๆ ยากจริงๆ
วันนี้เราก็เลยคุยกันเยอะหน่อย ไม่ค่อยมีกำแพงไรนัก คุยไปถึงตอนเด็กๆ เราบอกเราจำได้ว่าบ้านเขาชั้นเดียว เขาบอกเขาจำได้ว่าไปนู้นนี้บ้าง เราว่าไม่บ้างหรอก เราไปกันเป็นสิบจังหวัดเลยมั้ง เพลินๆดี ฟังแล้วมัน เม้ากันเรื่องพ่อๆพวกเรา น้องเขาคุยเก่งเหมือนเคย ก็คนไม่เคยติดต่อกันมาหลายๆปี คงเกินสามปีมั้ง ก็ถามถึงอดีตที่เราหายไปจากไทย ถามถึงอนาคตเรา ปัจจุบันเราก็ไม่ค่อยสบายนัก มีเรือ่งกลุ้มใจ อะไรต่างๆก็เล่าสู่กันฟังไปตามประสา แต่คุยกันแบบสนิทใจขึ้น เพราะพ่อของเราสนิทกัน ไอ้เรื่องแบบนี้ก็แปลกดีนะ
บอกลูกเพื่อนพ่อไปว่า เราเองก็เหมือนคนปกติวัย28นี่ละ ที่อยากแต่งงานแล้วล่ะ นึกๆไปเรื่องแบบนี้มันก็ขำนะ มันยากว่ะ เราก็คุยกันง่ายนะ พ่อเราทั้งสองก็ล้มบ้างลุกบ้างเป็นปกติ ฮ่าๆๆ ชีวิตคนเราคิดให้สุขก็สุข
เก็บไว้ในใจดีกว่า
แต่แค่นึกถึงเพื่อนเก่าๆและวันวานก็มีความสุขแล้วล่ะ มีคนหลายๆคนอยากเจอ คงไปหาไอ้แว่น คงไปหาไอ้โน๊ต แค่นึกถึงเรื่องพวกนี้ก็มีความสุขแล้ว ช่วงนี้ชีวิตหาความสุขยากพอควร เป็นมา2วันแล้ว โดนกระทำจากคนไม่รู้จักกันอย่างรุนแรง แรงมากๆ แรงจนตกใจ วันนี้ตอนตื่นมาก็ว่าโอเคแล้วนะ แล้วซักพักก็บ้าบอไปอีก
อ้อ คืนนี้มีนัดเพื่อนรักสมัยมัธยมสอบเสร็จ สอบเข้าเป็นผู้พิพากษา ไม่รุ้เข้าได้ไหม แต่สอบเสร็จวันนี้ เออ ได้เจอกันเสียที คิดถึงมันมากๆ ช่วงนี้ก็ต้องขอบพระคุณเพื่อนๆมากๆ ที่ช่วยดูแลเราให้ประเทศไทยและวันว่างๆไม่เหงาไม่หงอยจนเกินไป
เมื่อวานไปดูเกราะเพชร7สี ละครเวทีถาปัดจุฬามากะเพื่อนที่เป็นประธานเชียร์ถาปัดรุ่น65 ไม่หนุกเลย ผิดหวังมากๆ ไม่รู้เหมือนกันว่าที่ไม่หนุกเพราะ เรากำลังไม่มีความสุขอยู่หรือไม่ หรือว่า มันต่ำกว่ามาตรฐานจริงๆ เป็นละครเวทีคณะนี้ที่สนุกน้อยสุดตั้งแต่ไปดูมา
วันนี้ก็มีงาน75ปีถาปัดจุฬ่า ที่หอประชุมกองทัพเรือ ตรงข้ามวีวี่ หอนี้สวยเคยไปงานแต่งงาน
เรือ่งขำๆคือ ก่อนไปหามัน มันโทรมาชวนไปกินข้าวที่บ้านมัน เราบอกว่าขี้เกียจรีบออก ก็เลยไปช้า ไปถึงมันก็ให้ออกจากบ้านเลยไม่ทันได้ไปหวัดดีพ่อแม่ มัน พอดีญาติมันมา มันมาบอกในรถว่า ญาติมาคนนึงสวยมากๆ เด็กวิดวะปี4เอง สวยสุดๆ คงเป็นดาว มันกะว่าจะแนะนำให้เรารู้จัก คิดไปก็ขำนะ เรื่องแบบนี้ มันบอกว่า แม่มันบอกว่าดูเราเป็นคนรักเดียวใจเดียวตลอดมา และมันบอกว่าแม่มันมักมองไรไม่ค่อยพลาด เราก็บอกว่าถ้าน้องเขาสวยนักเดี๋ยวเราก็เผลอประกายตาวิบวับให้แม่เขาเข้าใจผิดน่ะซิ 555 นึกไปก็ขำตนเอง ชอบนะเด็กวิดวะสวยๆ พวกนี้ฉลาดดี แต่มันบอกว่าอีกไม่กี่วันเดี๋ยวทศก็กลับญี่ปุ่นแล้วไม่ต้องรู้จักหรอก เรานึกในใจ มึงหึงหวงกูอีกซิเนี่ย555 แต่ก็จริงนี่นา นับอีกไม่กี่วันไม่กี่ชั่วโมงหรอก ลัดฟ้าสู่โตเกียว (พูดยังกะเอเอฟ)
เมื่อวานตอนตีสองเพื่อนอีกคนมาส่งที่บ้าน มันก็บอกว่าถ้าอะไรมันแย่นักก็กลับไปโตเกียวเถอะ เราก็เห็นด้วย อีกไม่กี่นานก็กลับแล้วนี่ จริงๆแล้วช่วงเมษาเราก็มีความสุขดีนะ แต่มาหลังๆกลางเดือนพฤษภามานี่ รู้สึกไม่ดีกับอะไรหลายๆอย่าง ถ้าไม่กลับมาไทยก็คงไม่ต้องมาเจออะไรแบบนี้ เอาเถอะ เอิ๊กๆ ไว้เจอเพื่อนให้ครบก็ไปได้แล้ว
ทุกครั้งที่เจอเพื่อนเก่าๆที่ไม่เจอมาหลายๆปี จู่ๆจะมีคนถามถึงแฟนเก่าวิศวกรสุดสวยเราทั้งนั้น มันน่าสะพรึงกลัวมากๆ ทำไมต้องถามถึงกันด้วย เราจะตอบไปว่า กูเลิกมา30ปีแล้วนะ แล้วหัวเราะดังๆ แต่ในใจ ก็ตกใจทุกหนไป ตะกี๊ในโทสับยังตกใจจะแย่เลย อะไรกานนน
พอดีกว่า บันทึกนี้ดูมีความสุขดีเนอะ จริงๆหาเป็นเช่นนั้นไม่ ขอบคุณโลกใบนี้
ปล. สินค้าโอถ่อบประจำตำบลบางแก้วคือ หมาบางแก้ว
เมื่อวานเดินสยามอยู่ เจอมิตรเก่ามากๆ เพื่อนตะโกนร้องดีใจสุดฤทธิ์ เรียกว่า โทเซ่ เราขำมากๆ ยืนคุยอยู่นานมากๆ ถามเบอร์แฟนเก่ามันมา ในที่สุดก็จะได้เจอกันซักที ล่าสุดเพื่อนเราก็ทราบข่าวมาว่าเป็นผู้พิพากษาแล้ว ตะกี๊โทรไปเม้ามันมา คิดถึงชะมัด อีกซักพักคงได้เจอกัน
เจอเพือ่นที่สยามก็ขออีเมลมา บอกเขาไปว่า รู้ไหม เราเคยเข้าไปอ่านเวบบอดของพ่อเขาด้วย พ่อเขาคนดังมากๆบนอินเตอร์เน็ท คิดไปก็ขำ ตลกดี ดีใจได้เจอเพื่อนเก่าๆ เพื่อนถามว่าเคยตอบเวบบอดพ่อชั้นไหม เราบอกไปว่า ไม่เคยเลย 555 ใบ้ให้ว่าลูกสาวชื่อขัตติยา พ่อจะชื่ออะไร ฮ่าๆๆๆ
ช่วงนีเราวนเวียนไปหาเพื่อนที่สนิทกันสมัยหอเอเชี่ยนเกมส์ปีแรกบ่อยๆ ทุกคนเดินไปตามทางปกติของชีวิต อย่างไอ้แว่นจบนิติก็ไปเป็นผู้พิพากษา พวกถาปัดก็ไปเป็นสถาปนิก จะมีตัวประหลาดบ้าง แบบภาณิณจบโทถาปัดแต่เป็นนักเขียน ต้อมจบวิดวะ แต่ไปเป็นพระ(คงไม่สึกแล้ว บวชหนสองแล้วนี่นา) ปามจบวิดวะไปขายแจกัน โคมไฟ แต่โดยปกติก็ทำงานเหมือนทื่เรียนมากันมั้ง อ้อ วันนี้โทรหารุ่นน้องที่เรียนถาปัดแต่ลงเอยไปเป็นแอร์ เม้าแตกกระจาย จะเล่าให้บล๊อกฟัง มันมากๆ
กว่าจะหาเบอร์ได้ กว่าจะโทรไป ก็ผ่านไปนาน น้องคนนี้แต่ก่อนซี้กัน ไปส่งหน้าบ้านก็บ่อย นึกคุ้นๆกะบ้านนี้ แต่ก็จำไม่ได้ เวลาผ่านไปนานแสนนาน ไปทราบว่าเป็นลุกเพื่อนพ่อ ก็จากปะติดปะต่อเรื่องราวเอาเอง ตอนคุยกะลุงจี๋ที่โตเกียวและอีเมลถามมา เราเรียกลุงจี๋ทุกคำ เขาเรียกอาจี๋ทุกคำ ที่โตเกียวคนเรียกคุณชายจี๋ซะงั้น เขาเรียกอาเสก เราเรียกลุงเสก วันนี้เม้าแตก เขาบอกตอนเด็กเคยไปเกาะลุงเสก (เกาะหมาก) ลุงเสกเป็นเพือ่นรักพ่อเราเลย ที่รู้ว่าเป็นเพื่อนรักเพราะ นึกออกว่าตอนเด็กๆเขาคุยไรกัน เขาคุยกันเรื่องความกลุ้มใจของชีวิต ตอนเด็กไม่รู้ว่าเรือ่งแบบนี้ต้องเพื่อนสนิทจริงๆถึงพูดกัน โตมาถึงได้รู้ว่า เรื่องแบบนี้หาเพื่อนคุยกันยากๆมากๆ ยากจริงๆ
วันนี้เราก็เลยคุยกันเยอะหน่อย ไม่ค่อยมีกำแพงไรนัก คุยไปถึงตอนเด็กๆ เราบอกเราจำได้ว่าบ้านเขาชั้นเดียว เขาบอกเขาจำได้ว่าไปนู้นนี้บ้าง เราว่าไม่บ้างหรอก เราไปกันเป็นสิบจังหวัดเลยมั้ง เพลินๆดี ฟังแล้วมัน เม้ากันเรื่องพ่อๆพวกเรา น้องเขาคุยเก่งเหมือนเคย ก็คนไม่เคยติดต่อกันมาหลายๆปี คงเกินสามปีมั้ง ก็ถามถึงอดีตที่เราหายไปจากไทย ถามถึงอนาคตเรา ปัจจุบันเราก็ไม่ค่อยสบายนัก มีเรือ่งกลุ้มใจ อะไรต่างๆก็เล่าสู่กันฟังไปตามประสา แต่คุยกันแบบสนิทใจขึ้น เพราะพ่อของเราสนิทกัน ไอ้เรื่องแบบนี้ก็แปลกดีนะ
บอกลูกเพื่อนพ่อไปว่า เราเองก็เหมือนคนปกติวัย28นี่ละ ที่อยากแต่งงานแล้วล่ะ นึกๆไปเรื่องแบบนี้มันก็ขำนะ มันยากว่ะ เราก็คุยกันง่ายนะ พ่อเราทั้งสองก็ล้มบ้างลุกบ้างเป็นปกติ ฮ่าๆๆ ชีวิตคนเราคิดให้สุขก็สุข
เก็บไว้ในใจดีกว่า
แต่แค่นึกถึงเพื่อนเก่าๆและวันวานก็มีความสุขแล้วล่ะ มีคนหลายๆคนอยากเจอ คงไปหาไอ้แว่น คงไปหาไอ้โน๊ต แค่นึกถึงเรื่องพวกนี้ก็มีความสุขแล้ว ช่วงนี้ชีวิตหาความสุขยากพอควร เป็นมา2วันแล้ว โดนกระทำจากคนไม่รู้จักกันอย่างรุนแรง แรงมากๆ แรงจนตกใจ วันนี้ตอนตื่นมาก็ว่าโอเคแล้วนะ แล้วซักพักก็บ้าบอไปอีก
อ้อ คืนนี้มีนัดเพื่อนรักสมัยมัธยมสอบเสร็จ สอบเข้าเป็นผู้พิพากษา ไม่รุ้เข้าได้ไหม แต่สอบเสร็จวันนี้ เออ ได้เจอกันเสียที คิดถึงมันมากๆ ช่วงนี้ก็ต้องขอบพระคุณเพื่อนๆมากๆ ที่ช่วยดูแลเราให้ประเทศไทยและวันว่างๆไม่เหงาไม่หงอยจนเกินไป
เมื่อวานไปดูเกราะเพชร7สี ละครเวทีถาปัดจุฬามากะเพื่อนที่เป็นประธานเชียร์ถาปัดรุ่น65 ไม่หนุกเลย ผิดหวังมากๆ ไม่รู้เหมือนกันว่าที่ไม่หนุกเพราะ เรากำลังไม่มีความสุขอยู่หรือไม่ หรือว่า มันต่ำกว่ามาตรฐานจริงๆ เป็นละครเวทีคณะนี้ที่สนุกน้อยสุดตั้งแต่ไปดูมา
วันนี้ก็มีงาน75ปีถาปัดจุฬ่า ที่หอประชุมกองทัพเรือ ตรงข้ามวีวี่ หอนี้สวยเคยไปงานแต่งงาน
เรือ่งขำๆคือ ก่อนไปหามัน มันโทรมาชวนไปกินข้าวที่บ้านมัน เราบอกว่าขี้เกียจรีบออก ก็เลยไปช้า ไปถึงมันก็ให้ออกจากบ้านเลยไม่ทันได้ไปหวัดดีพ่อแม่ มัน พอดีญาติมันมา มันมาบอกในรถว่า ญาติมาคนนึงสวยมากๆ เด็กวิดวะปี4เอง สวยสุดๆ คงเป็นดาว มันกะว่าจะแนะนำให้เรารู้จัก คิดไปก็ขำนะ เรื่องแบบนี้ มันบอกว่า แม่มันบอกว่าดูเราเป็นคนรักเดียวใจเดียวตลอดมา และมันบอกว่าแม่มันมักมองไรไม่ค่อยพลาด เราก็บอกว่าถ้าน้องเขาสวยนักเดี๋ยวเราก็เผลอประกายตาวิบวับให้แม่เขาเข้าใจผิดน่ะซิ 555 นึกไปก็ขำตนเอง ชอบนะเด็กวิดวะสวยๆ พวกนี้ฉลาดดี แต่มันบอกว่าอีกไม่กี่วันเดี๋ยวทศก็กลับญี่ปุ่นแล้วไม่ต้องรู้จักหรอก เรานึกในใจ มึงหึงหวงกูอีกซิเนี่ย555 แต่ก็จริงนี่นา นับอีกไม่กี่วันไม่กี่ชั่วโมงหรอก ลัดฟ้าสู่โตเกียว (พูดยังกะเอเอฟ)
เมื่อวานตอนตีสองเพื่อนอีกคนมาส่งที่บ้าน มันก็บอกว่าถ้าอะไรมันแย่นักก็กลับไปโตเกียวเถอะ เราก็เห็นด้วย อีกไม่กี่นานก็กลับแล้วนี่ จริงๆแล้วช่วงเมษาเราก็มีความสุขดีนะ แต่มาหลังๆกลางเดือนพฤษภามานี่ รู้สึกไม่ดีกับอะไรหลายๆอย่าง ถ้าไม่กลับมาไทยก็คงไม่ต้องมาเจออะไรแบบนี้ เอาเถอะ เอิ๊กๆ ไว้เจอเพื่อนให้ครบก็ไปได้แล้ว
ทุกครั้งที่เจอเพื่อนเก่าๆที่ไม่เจอมาหลายๆปี จู่ๆจะมีคนถามถึงแฟนเก่าวิศวกรสุดสวยเราทั้งนั้น มันน่าสะพรึงกลัวมากๆ ทำไมต้องถามถึงกันด้วย เราจะตอบไปว่า กูเลิกมา30ปีแล้วนะ แล้วหัวเราะดังๆ แต่ในใจ ก็ตกใจทุกหนไป ตะกี๊ในโทสับยังตกใจจะแย่เลย อะไรกานนน
พอดีกว่า บันทึกนี้ดูมีความสุขดีเนอะ จริงๆหาเป็นเช่นนั้นไม่ ขอบคุณโลกใบนี้
ปล. สินค้าโอถ่อบประจำตำบลบางแก้วคือ หมาบางแก้ว
Posted by
T 0 5 E
Thursday, May 22, 2008
เราเกลียดการแข่งขัน(จริงหรือ?)
เราเกลียดการแข่งขัน(จริงหรือ?)
วันพฤหัสบดีที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2551
๐๔:๒๖:๓๘ น.
เลือดสีแดงฉาน ไหลหยดลงบนพื้นสีฟ้า ใต้โต๊ะตั้งคอมพิวเตอร์สีดำ
ตีสองกว่าๆ ไปส่งเพื่อนเก่าเพื่อนแก่ แถวๆบ้านเรานี่ล่ะ เพื่อนขึ้นรถมาถามว่ารถคันนี้นานมาแต่มึงปี1หรือเปล่าวะ เราตอบกลับไป ออมปี1ล่ะมั้ง มึงจำไรผิดป่ะวะ รถกูไม่เก่าขนาดนั้น และ กูกะมึงก็ไม่เจอกันมานานหลายปีเหลือเกิน
ขับรถย้อนกลับเข้าบ้าน นึกไรไม่รู้ส่งข้อความหาใครซักคน เขายังไม่นอนแต่เสียงที่ได้ยินกลับมาราวกับร้องไห้ ได้ยินเพลงเศร้าอีกมากมายตอบมา เป็นเสียงเพลงพูดแทนหัวใจ(จริงหรือ?) แหวะ กูจะอ้วก แล้วเราก็จอดรถหน้าซอย18 ฟังเพลงและร้องไห้ไม่หยุด พูดแต่เพียงว่า เราขอโทษ เราพูดคำนี้ในรถคนเดียวหลายหน คนไม่พิเศษ ไม่ใช่เกาเหลาอีกต่อไป ฝนตกที่ไหนจะหนักเท่าโตเกียว แต่ก็นั่นแหละ คิดไปก็ขำกับบางเรื่องของชีวิต
เข้าเรื่องดีกว่า
วันนี้บ่ายๆ นั่งดูหนังเรื่อง In good company อยู่พักนึง
ดูกับพ่อน่ะแหละ บอกพ่อไปว่า ดูตอนอยุ่กับพ่อน่ะแหละ เห็นตนเอง ถามพ่อว่า ถ้าเราเป็นแบบนี้พ่อจะภูมิใจในตัวเราไหม พ่อบอกว่าพ่อคงเสียใจที่เสียลูกไป1คน เรานึกขอบคุณพ่อ นี่ละพ่อเรา พ่อที่เข้าใจเราเสมอ เราเคยนึกดีใจอยู่บ้างที่เราไม่ได้เป็นคนนั้น คนแบบนั้น แต่ในโลกนี้คนแบบนั้นละ ที่ใครๆต่างก็นิยม แต่เรื่องที่เราคุยกับพ่อมันมากกว่านั้น แต่พอคุยกันไปนาน เรากลับบอกพ่อไปว่า รอให้เวลามาถึงเราจะไปทำงานด้านการเงินนะ พ่อก่ายหน้าผาก เฮ้อ เดี๋ยวได้เสียลูกให้งานแน่ๆ เหอะๆ
เราเกลียดการแข่งขัน จริงหรือ
แต่ก่อนเราชอบมาตลอด20ปี ทำไมจู่ๆทศคนนั้นตายไปได้นะ ไม่น่าเชื่อเลย
หมดรมบันทึกแล้วล่ะ
เอาเป็นว่าเกลียดการแข่งขันขึ้นมา
นึกในใจถึงคำพูดพ่อเมื่อวานว่า ผู้หญิงแบบนี้มีจุดอ่อนเยอะ
หึหึ ใกล้การเดินทางแล้วเราคงไม่สนใจไรนักหรอก
แต่วันนี้พึงพอใจมากๆกับเรื่องราวที่เราเขียนบท เรียกว่า วินวินละกัน เติมความคำนึงให้หัวใจกระชุ่มกระชวยกันบ้าง แต่อย่างไรก็ตาม แหวะ เบื่อมันทุกคนทุกสิ่งเลย
เออ เดี๋ยวไปอาบน้ำดีกว่า
อาบเสร็จก็เขียนจดหมาย บอกตนเองวันนี้ว่า เราจะเขียนอีก7ฉบับ และก็คงต้องเดินทางไกลอีกหนนึงแล้วล่ะ ทำอะไรมากกว่านี้ไม่ได้นี่นา เพลงมันจบลงแล้ว ใครบอกเราล่ะ ว่า ถ้าหลับก็ตื่น ทั้งๆที่เราอยากนอนฝันแบบนั้นตลอดไป
ปล. บันทึกนี้เป็นเรื่องโกหกทั้งหมด เราจะอยู่ในความฝันตลอดไป
วันพฤหัสบดีที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2551
๐๔:๒๖:๓๘ น.
เลือดสีแดงฉาน ไหลหยดลงบนพื้นสีฟ้า ใต้โต๊ะตั้งคอมพิวเตอร์สีดำ
ตีสองกว่าๆ ไปส่งเพื่อนเก่าเพื่อนแก่ แถวๆบ้านเรานี่ล่ะ เพื่อนขึ้นรถมาถามว่ารถคันนี้นานมาแต่มึงปี1หรือเปล่าวะ เราตอบกลับไป ออมปี1ล่ะมั้ง มึงจำไรผิดป่ะวะ รถกูไม่เก่าขนาดนั้น และ กูกะมึงก็ไม่เจอกันมานานหลายปีเหลือเกิน
ขับรถย้อนกลับเข้าบ้าน นึกไรไม่รู้ส่งข้อความหาใครซักคน เขายังไม่นอนแต่เสียงที่ได้ยินกลับมาราวกับร้องไห้ ได้ยินเพลงเศร้าอีกมากมายตอบมา เป็นเสียงเพลงพูดแทนหัวใจ(จริงหรือ?) แหวะ กูจะอ้วก แล้วเราก็จอดรถหน้าซอย18 ฟังเพลงและร้องไห้ไม่หยุด พูดแต่เพียงว่า เราขอโทษ เราพูดคำนี้ในรถคนเดียวหลายหน คนไม่พิเศษ ไม่ใช่เกาเหลาอีกต่อไป ฝนตกที่ไหนจะหนักเท่าโตเกียว แต่ก็นั่นแหละ คิดไปก็ขำกับบางเรื่องของชีวิต
เข้าเรื่องดีกว่า
วันนี้บ่ายๆ นั่งดูหนังเรื่อง In good company อยู่พักนึง
ดูกับพ่อน่ะแหละ บอกพ่อไปว่า ดูตอนอยุ่กับพ่อน่ะแหละ เห็นตนเอง ถามพ่อว่า ถ้าเราเป็นแบบนี้พ่อจะภูมิใจในตัวเราไหม พ่อบอกว่าพ่อคงเสียใจที่เสียลูกไป1คน เรานึกขอบคุณพ่อ นี่ละพ่อเรา พ่อที่เข้าใจเราเสมอ เราเคยนึกดีใจอยู่บ้างที่เราไม่ได้เป็นคนนั้น คนแบบนั้น แต่ในโลกนี้คนแบบนั้นละ ที่ใครๆต่างก็นิยม แต่เรื่องที่เราคุยกับพ่อมันมากกว่านั้น แต่พอคุยกันไปนาน เรากลับบอกพ่อไปว่า รอให้เวลามาถึงเราจะไปทำงานด้านการเงินนะ พ่อก่ายหน้าผาก เฮ้อ เดี๋ยวได้เสียลูกให้งานแน่ๆ เหอะๆ
เราเกลียดการแข่งขัน จริงหรือ
แต่ก่อนเราชอบมาตลอด20ปี ทำไมจู่ๆทศคนนั้นตายไปได้นะ ไม่น่าเชื่อเลย
หมดรมบันทึกแล้วล่ะ
เอาเป็นว่าเกลียดการแข่งขันขึ้นมา
นึกในใจถึงคำพูดพ่อเมื่อวานว่า ผู้หญิงแบบนี้มีจุดอ่อนเยอะ
หึหึ ใกล้การเดินทางแล้วเราคงไม่สนใจไรนักหรอก
แต่วันนี้พึงพอใจมากๆกับเรื่องราวที่เราเขียนบท เรียกว่า วินวินละกัน เติมความคำนึงให้หัวใจกระชุ่มกระชวยกันบ้าง แต่อย่างไรก็ตาม แหวะ เบื่อมันทุกคนทุกสิ่งเลย
เออ เดี๋ยวไปอาบน้ำดีกว่า
อาบเสร็จก็เขียนจดหมาย บอกตนเองวันนี้ว่า เราจะเขียนอีก7ฉบับ และก็คงต้องเดินทางไกลอีกหนนึงแล้วล่ะ ทำอะไรมากกว่านี้ไม่ได้นี่นา เพลงมันจบลงแล้ว ใครบอกเราล่ะ ว่า ถ้าหลับก็ตื่น ทั้งๆที่เราอยากนอนฝันแบบนั้นตลอดไป
ปล. บันทึกนี้เป็นเรื่องโกหกทั้งหมด เราจะอยู่ในความฝันตลอดไป
Posted by
T 0 5 E
Friday, May 16, 2008
ทะเลสีดำ แสงเงารัก ฉันรักเธอ
เกือบหกโมง วันศุกร์ที่16พค กลับมาจากฮาเล็มและโกบู้ตอนตีห้า คนละอารมณ์กับที่ฟังเพลงนี้สิ้นดี เห็นคอมเม้นเก่าบอกว่ามีคนผ่านมาอ่าน ก็อ่านไปเถอะครับ ผมขอบคุณที่ผ่านมา บล๊อกผมไม่ค่อยมีคนอ่านหรอก ปกติผมอ่านของผมคนเดียว ไว้ถ้าตายไปบอกแฟนเก่าไว้ว่าให้พิมพ์เป็นพินัยกรรมให้คนอ่านก่อนเผาที่วัดก็เท่านั้น เผื่อเพื่อนจะคิดถึงกันบ้าง และเขายังเข้าใจว่าเราจดจำเขาได้เสมอแม้ในความทรงจำ
คืนนี้อารมณ์บูดๆ ไปตามเรื่องตามราว ขอใช้เวลากับตนเองหน่อย
..................
...
ทะเลสีดำ แสงเงารัก ฉันรักเธอ
Monday, May 12, 2008
4:43:38 AM
เรา : ทะเลสีดำ ไม่มีแสงไฟ มองไม่เห็นทาง เธอกลัวหรือไม่
เธอ : ได้ยินเสียงเธอ จะกลัวอะไร จับมือฉันไว้ ฉันก็อบอุ่นหัวใจ
เรา : เธออาจเหน็บหนาวทุกคราวที่เจอะคลื่นลม
เธอ : ก็ห่มใจฉันด้วยความอบอุ่นของเธอ
เรา : อาจมองไม่เห็นเส้นของขอบฟ้าไกล
เธอ : ยังมีแสงดวงดาวจะคอยนำทางให้เราก้าวไป
เรา : เธอแน่ใจ
เธอ : ฉันแน่ใจ
เรา : ทะเลสีดำ
เธอ : ไม่นานก็เช้า
เรา : ค่ำคืนเหน็บหนาว
เธอ : จับมือฉันไว้
เรา : ทะเลสีดำ
เธอ : ไม่ต้องหวั่นไหว
เรา : จะทำเช่นไร
เธอ : กอดฉันไว้เธอ
เรา : ทะเลสีดำ ทำให้ฉันกลัว อาจทำให้เธอนั้นต้องลำบาก
เธอ : ไม่เห็นเป็นไร อย่าไปคิดมาก มันคงไม่ยาก เพียงเธอจับมือฉัน กอดฉันไว้เธอ
………………….
จากเพลงทะเลสีดำ ของคุณตุ๊กตา
ตอนเที่ยงคืน มีเสียงปลายสายโทรออกมาชวนไปนั่งดื่มกัน เป็นเพื่อนบ้านใกล้ๆที่เรียนประถมด้วยกัน เรารักเพื่อน
สายซ้อนเข้ามาจากผู้หญิงที่เราบอกรักเสมอ โทรมาบอกว่าจะนอนแล้วน้า เราบอกว่ากำลังจะออกไปกินเหล้ากับเพื่อน ปลายสายทำเสียงตกใจ ว่า ตอนนี้เนี้ยนะ เราบอกไปว่า เพื่อนอยู่ซอย10เราอยู่ซอย19 ออกไปใกล้ๆนี่ละ
ผ่านไปครู่หนึ่ง เพื่อนมารับหน้าบ้าน เราออกไป เพื่อนบอกว่า วันนี้ฝนตกทั้งวัน มันนั่งอ่านจดหมายเก่าๆที่แฟนไม่นานนี้มันเขียนถึง และพึ่งเลิกกันไปสองเดือนกว่าๆ คืนนี้มันอยู่คนเดียวไม่ได้ เรานึกในใจขอบคุณที่เพื่อนนึกถึงเรา มีมิตรภาพดีดีแสนสวยงาม เรารู้จักกันมากว่า20ปีและเรียนประถมด้วยกัน เมื่อวานเราไปเยี่ยมญาติมันเป็นเพื่อนรักสมัยมัธยม ที่บวชเป็นพระรอบที่2 และไม่คิดสึกมา เมื่อคืนเราเหนื่อย เหนื่อยใจบางเรื่องและเพลียกายจากการขับรถกว่า7ชั่วโมง
แต่... คืนนี้เราอิ่มใจมากๆ
เรานั่งคุยกันสารพัดเรื่องตลอด4ชั่วโมง ขอให้รู้ว่าเพื่อนมีเราอยู่เสมอ เพียงเพราะวันนี้ฝนตกตลอด เพื่อนเลยอ่อนแอ
เรานึกไปถึงเมื่อคืนก่อน ผู้หญิงที่เรารักบอกว่ารู้นะว่าเราเป็นคน Sensitive เรานึกในใจว่า เราไม่ได้เป็นคนอ่อนแอทุกวันหรอกนะ เราเป็นคนอ่อนโยน เราคุยกันถึงเรื่องว่า เขาทำให้เราเสียใจหรือไม่ เราขอบคุณและตื้นตันกับคำตอบที่เขาให้เรา เราไม่รู้บอกอย่างไรดี เราพอใจในความสัมพันธ์ทุกวันนี้ เราไม่ขออะไรมากนัก
กับคำตอบที่ได้ยิน เราบอกตนเองว่า เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสมและความสัมพันธ์เราสองคนยังงดงามอยู่แบบเดือนก่อน เราจะแต่งงานกับเขา
ขอให้ในเวลาที่เราอ่อนแอ เรามีเขาอยู่เคียงข้างเรา และบอกเราว่าเรามีเขาเสมอ บางคราวเราอยากจับมือเขา เราขอบคุณมือเขา เขารู้แน่นอนว่าเรารักเขา เรารับรู้ความห่วงใยที่เขามีให้เรา เราเริ่มแน่ใจบางเรื่องขึ้นมากๆ เราพอใจ ใช้คำว่าเราพอใจละกัน แต่ไม่รู้ว่าวันหน้าจะเป็นอย่างไร เขาอาจนั่งอ่านจดหมายของเราและร้องไห้กับถ้อยความคำพูดในจดหมายเราเหมือนที่เพื่อนเราเป็นในคืนนี้ก็เป็นได้
หลายครั้งที่เราหวาดกลัวอนาคตของตนเอง ทะเลสีดำ มันดำทะมึนจริงๆ ไม่ใช่ความสัมพันธ์ของชายหญิง หากเป็นอนาคตการงานของตัวเราเอง วันนี้เรายืนอยู่บนความเสี่ยง แต่เรามั่นใจในมันสมองและสองมือของเราเอง เราจะสร้างวันนั้น วันที่สวยงามเพื่อเราและครอบครัว หากสิ่งที่เราต้องการไม่ใช่อะไรมากนัก หากเป็นมือเขาที่จะคอยจับ และประคองเราไว้ด้วยอ้อมกอดที่แสนอบอุ่น ในยามที่เราอ่อนล้า เราต้องการหลังไว้พิงในเวลาทุกข์
นอนดีกว่า คืนนี้อยากได้ยินเสียงเขาจัง ถ้าได้พบกันและอยู่เคียงข้างกันทุกวัน ฉันคงอบอุ่นในหัวใจกว่าวันนี้ แต่ทุกวันนี้ที่เราตื่นมาและรับรู้ว่ามีเขาอยู่บนโลกใบนี้ เราก็ขอบคุณโลกใบน้อยใบนี้แล้วว่าเราโชคดีเพียงไหนที่ได้พบกัน
ราตรีสวัสดิ์
คืนนี้อารมณ์บูดๆ ไปตามเรื่องตามราว ขอใช้เวลากับตนเองหน่อย
..................
...
ทะเลสีดำ แสงเงารัก ฉันรักเธอ
Monday, May 12, 2008
4:43:38 AM
เรา : ทะเลสีดำ ไม่มีแสงไฟ มองไม่เห็นทาง เธอกลัวหรือไม่
เธอ : ได้ยินเสียงเธอ จะกลัวอะไร จับมือฉันไว้ ฉันก็อบอุ่นหัวใจ
เรา : เธออาจเหน็บหนาวทุกคราวที่เจอะคลื่นลม
เธอ : ก็ห่มใจฉันด้วยความอบอุ่นของเธอ
เรา : อาจมองไม่เห็นเส้นของขอบฟ้าไกล
เธอ : ยังมีแสงดวงดาวจะคอยนำทางให้เราก้าวไป
เรา : เธอแน่ใจ
เธอ : ฉันแน่ใจ
เรา : ทะเลสีดำ
เธอ : ไม่นานก็เช้า
เรา : ค่ำคืนเหน็บหนาว
เธอ : จับมือฉันไว้
เรา : ทะเลสีดำ
เธอ : ไม่ต้องหวั่นไหว
เรา : จะทำเช่นไร
เธอ : กอดฉันไว้เธอ
เรา : ทะเลสีดำ ทำให้ฉันกลัว อาจทำให้เธอนั้นต้องลำบาก
เธอ : ไม่เห็นเป็นไร อย่าไปคิดมาก มันคงไม่ยาก เพียงเธอจับมือฉัน กอดฉันไว้เธอ
………………….
จากเพลงทะเลสีดำ ของคุณตุ๊กตา
ตอนเที่ยงคืน มีเสียงปลายสายโทรออกมาชวนไปนั่งดื่มกัน เป็นเพื่อนบ้านใกล้ๆที่เรียนประถมด้วยกัน เรารักเพื่อน
สายซ้อนเข้ามาจากผู้หญิงที่เราบอกรักเสมอ โทรมาบอกว่าจะนอนแล้วน้า เราบอกว่ากำลังจะออกไปกินเหล้ากับเพื่อน ปลายสายทำเสียงตกใจ ว่า ตอนนี้เนี้ยนะ เราบอกไปว่า เพื่อนอยู่ซอย10เราอยู่ซอย19 ออกไปใกล้ๆนี่ละ
ผ่านไปครู่หนึ่ง เพื่อนมารับหน้าบ้าน เราออกไป เพื่อนบอกว่า วันนี้ฝนตกทั้งวัน มันนั่งอ่านจดหมายเก่าๆที่แฟนไม่นานนี้มันเขียนถึง และพึ่งเลิกกันไปสองเดือนกว่าๆ คืนนี้มันอยู่คนเดียวไม่ได้ เรานึกในใจขอบคุณที่เพื่อนนึกถึงเรา มีมิตรภาพดีดีแสนสวยงาม เรารู้จักกันมากว่า20ปีและเรียนประถมด้วยกัน เมื่อวานเราไปเยี่ยมญาติมันเป็นเพื่อนรักสมัยมัธยม ที่บวชเป็นพระรอบที่2 และไม่คิดสึกมา เมื่อคืนเราเหนื่อย เหนื่อยใจบางเรื่องและเพลียกายจากการขับรถกว่า7ชั่วโมง
แต่... คืนนี้เราอิ่มใจมากๆ
เรานั่งคุยกันสารพัดเรื่องตลอด4ชั่วโมง ขอให้รู้ว่าเพื่อนมีเราอยู่เสมอ เพียงเพราะวันนี้ฝนตกตลอด เพื่อนเลยอ่อนแอ
เรานึกไปถึงเมื่อคืนก่อน ผู้หญิงที่เรารักบอกว่ารู้นะว่าเราเป็นคน Sensitive เรานึกในใจว่า เราไม่ได้เป็นคนอ่อนแอทุกวันหรอกนะ เราเป็นคนอ่อนโยน เราคุยกันถึงเรื่องว่า เขาทำให้เราเสียใจหรือไม่ เราขอบคุณและตื้นตันกับคำตอบที่เขาให้เรา เราไม่รู้บอกอย่างไรดี เราพอใจในความสัมพันธ์ทุกวันนี้ เราไม่ขออะไรมากนัก
กับคำตอบที่ได้ยิน เราบอกตนเองว่า เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสมและความสัมพันธ์เราสองคนยังงดงามอยู่แบบเดือนก่อน เราจะแต่งงานกับเขา
ขอให้ในเวลาที่เราอ่อนแอ เรามีเขาอยู่เคียงข้างเรา และบอกเราว่าเรามีเขาเสมอ บางคราวเราอยากจับมือเขา เราขอบคุณมือเขา เขารู้แน่นอนว่าเรารักเขา เรารับรู้ความห่วงใยที่เขามีให้เรา เราเริ่มแน่ใจบางเรื่องขึ้นมากๆ เราพอใจ ใช้คำว่าเราพอใจละกัน แต่ไม่รู้ว่าวันหน้าจะเป็นอย่างไร เขาอาจนั่งอ่านจดหมายของเราและร้องไห้กับถ้อยความคำพูดในจดหมายเราเหมือนที่เพื่อนเราเป็นในคืนนี้ก็เป็นได้
หลายครั้งที่เราหวาดกลัวอนาคตของตนเอง ทะเลสีดำ มันดำทะมึนจริงๆ ไม่ใช่ความสัมพันธ์ของชายหญิง หากเป็นอนาคตการงานของตัวเราเอง วันนี้เรายืนอยู่บนความเสี่ยง แต่เรามั่นใจในมันสมองและสองมือของเราเอง เราจะสร้างวันนั้น วันที่สวยงามเพื่อเราและครอบครัว หากสิ่งที่เราต้องการไม่ใช่อะไรมากนัก หากเป็นมือเขาที่จะคอยจับ และประคองเราไว้ด้วยอ้อมกอดที่แสนอบอุ่น ในยามที่เราอ่อนล้า เราต้องการหลังไว้พิงในเวลาทุกข์
นอนดีกว่า คืนนี้อยากได้ยินเสียงเขาจัง ถ้าได้พบกันและอยู่เคียงข้างกันทุกวัน ฉันคงอบอุ่นในหัวใจกว่าวันนี้ แต่ทุกวันนี้ที่เราตื่นมาและรับรู้ว่ามีเขาอยู่บนโลกใบนี้ เราก็ขอบคุณโลกใบน้อยใบนี้แล้วว่าเราโชคดีเพียงไหนที่ได้พบกัน
ราตรีสวัสดิ์
Posted by
T 0 5 E
Tokyo Tower, my blueberry nights
Tokyo Tower, my blueberry nights
Wednesday, May 14, 2008
12:50:43 AM
เมื่อเช้าไปส่งพ่อ พ่อหงุดหงิดกับการขับรถของเรา มีปากเสียงกันเล็กน้อย อยู่ดีดีเปิดประตูและเดินลงจากรถไปแถวๆสุขุมวิท24 ตั้งแต่เก้าโมงเช้า ยังไม่ได้คุยกันอีกเลย เห็นแต่นอนอยู่ตอนเรากลับมาตอนห้าทุ่ม เรากลับมาบ้านตอนสิบโมงแม่ถามว่าพ่อเป็นไงบ้าง เราไม่ได้บอกอะไร เหนื่อยใจเลยหลับไป(ครั้งแรกในชีวิตที่โดนแบบนี้ ไม่ตกใจก็แปลก) ตื่นมาเพราะมีคนโทรออกมาชวนไปช้อบปิ้งตอนสองโมงกว่าๆ เขามารับก็เลยไปเซ็นทั่นเวิน เราไปสามวันติดแล้วล่ะ แต่ยังเดินไม่ครบเลย
เมื่อวานพาพ่อแม่น้องไปดู โตเกียวทาวเว่อร์มารอบสองทุ่มที่สยาม
เมื่อวาน ตื่นมาตอนบ่ายโมงเพราะเมย์โทรมาชวนไปพิษณุโลกซักสิบวัน ขี้เกียจไป เสาร์ที่ผ่านมาก็ไประยองกันมา
บ่ายสอง ไปรษณีย์มาส่งที่บ้าน ทามิโกะส่งของมาให้ มีรูปหลายๆรูป ดูไปอึ้งไป เก็บใส่กระเป๋าทันที ไม่อยากเปิดดู อารมณ์เดียวๆกับที่ได้ซีดีรูปแล้วเปิดแล้วเซ็งไปมากๆ มาจากญี่ปุ่นเมื่อหลายนานก่อนนี้
ตอนเย็นไปเดินห้างเรื่อยๆเปื่อยๆ เพลินๆดี กินข้าวมันไก่ประตูน้ำอร่อยอีกเช่นเคย
วันก่อนนู้นกินเซ็นร้านแรกกับพ่อกับน้อง คิดถึงนาชะมัด แต่ก่อนกินด้วยกันที่นี่ประจำ 13ปีแล้วซินะ ร้านเปลี่ยนไปจนจำไม่ได้ มีเพียงรูปนามิใหญ่นั้นที่เหมือนเดิม แต่ก่อนกินกันประจำ ปัจจุบันเซ็นมีคงหลายสิบร้านแล้วซินะ แต่ทราบไหมว่าตลาดอาหารญี่ปุ่นในไทยเล็กมากๆ 6000ล้านบาทเศษเท่านั้นเอง สู้อนาคตของตลาดอาหารไทยในญี่ปุ่นไม่ได้เลย แล้วผมควรเล่นตลาดไหน ว่าไงดีครับ
ทุกๆครั้งที่มาที่นี่ ต้องคิดถึงวันเก่า รักครั้งแรกเราเกิดขึ้นที่นี่ และที่นี่ไม่เหลือร่องรอยห้างเก่าแล้ว เช่นเดียวกับหัวใจเรา
ไปดูหนังที่โรงสยามครั้งแรกในรอบนานแสนนาน จำไม่ได้ว่าครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่
แต่วันก่อนก็มาดูที่ลิโด้2เรื่องทั้ง My blueberry nights หนังที่อยากดูที่สุดในรอบสองปี เสียดายนิดหน่อยที่ไม่ดีแบบที่คิด แต่ตอนจบก็ประทับใจเรามาก อ้อ วันก่อนกิน บลูเบอร์รี่ชีสพายที่มีคนทำให้ ก็แค่เรื่องที่คนไกลกันเป็นเวลานานนับปี แต่ส่งโป๊สก๊าดหากันตลอดเวลาที่ไม่เจอหน้า อีกฝ่ายก็คิดถึงกันเสมอ reserveที่นั่งไว้ให้ สองคนนี้พบคนผ่านเข้ามามากมายในชีวิตแต่ยังคงคิดถึงกันเสมอ คนเราจดจำได้ในรายละเอียดที่ต่างกันของมนุษย์ เราเหมือนพระเอกเลย จดจำรายการแบบนี้ได้แม่นมากๆ หนังก็ธรรมดามากๆ ดาราบ้านๆ นาตาลีผอดแมนเป็นตัวประกอบ จู๊ดลอเป็นพระเอก นอร่าโจรสุดสวยร้องเพลง และเป็นนางเอก ผู้กำกับกระจอกๆชื่อหว่องกาไว (ประชดหมดเลย)
หนังดี ภาพสวย อบอุ่น เหงา ดาราเล่นดี บทภาพยนตร์ลึก คม ปูบุคลิคตัวละครได้สมจริง เข้าใจลักษณะคนทำงานร้านเหล้า(เราซินะ) และมนุษย์ที่ชอบแดกเหล้า และอีกหลายๆอย่างในรายละเอียดรูปแบบหว่องกาไว รถไฟเหงาๆ ห้องว่างเปล่า ภาพโคลสอัพหน้าสวยๆ สีแตกๆ
เราจำของที่คนมาฝากได้เสมอ จำเรื่องราวที่คนบ่นให้ฟังในร้านเหล้าได้เสมอด้วย ขี้เกียจเขียนถึงว่ะ หมดอารมณ์ไปตั้งแต่ตอนเข้าโรงแล้ว ภาพยนตร์ลำดับแรกควรเป็นเนื้อเรื่องแบบนี้ไม่ใช่หรอ ก็แค่เราเดินทางมาเพื่อการนี้ เหมือนนางเอกข้ามถนนน่ะละ มันไม่ได้ข้ามยากนักหรอก เพียงแต่ว่า ไปหาใครที่อีกฝั่งหนึ่งเท่านั้น
อ้อ วันนั้น แดดร้อนมากๆไปตามหาร้านตัดเสื้อแห่งหนึ่งมาด้วย ส่งข้อความไปบอกน้ำว่าเสื้อได้แล้วนะ มารับซะที สะใภ้ร้านนี้เขาบอกเรามาหลายวันแล้ว ไปตามหาสำนักพิมพ์บางกอกชูโอที่เคยให้งานเรามาด้วย เมื่อหลายปีก่อน
อีกเรื่องก็ Happiness หนังเกาหลีงั้นๆสุดๆ (ไม่ประชด) ดูไปก็หลับ พระเอกไม่หล่อ นางเอกไม่สวย ตัวอิจฉานมไม่ตู้ม
โตเกียวทาวเว่อร์ ก็เฉยๆ แค่อยากพาแม่พ่อไปดูเท่านั้น หนังก็ออกแนวแบบชีวิตเรานี่ละ มีความฝันที่โตเกียว ในที่สุด แม่ตาย พ่อแยกกันอยู่แต่เด็ก แต่หนังธรรมดาจริงๆ แต่หนังสือคงดี ขายตั้ง2ล้านเล่ม จะไม่ดีได้ไงจริงไหมล่า ในหนังมีเพื่อนพระเอกชื่อทามามิ เราเห็นแล้วนึกถึงทามามิ นึกหน้าไม่ออก ใครกันวะ
วันนี้เจอเพื่อนIEโดยบังเอิญกับงานหนังสือเล่มหนึ่งที่มีรถซุปเปอ้รคาร์ร่วมๆ20คันมาโชว์หน้าลานห้าง เพื่อนบอกว่าเป็นบอกอหนังสือเล่มนึงเมื่อสองปีก่อนมาสองปี ตอนนี้เลิกทำแล้ว นึกแล้วรู้สึกแปลกๆ งงๆนิดๆ เพื่อนเราเป็นวิศวกรไม่ใช่หรอ เฮ้อ อนิจจาคนเรา อยากทำงานหนังสือไหมทศ
พอก่อนดีกว่า อารมณ์บูดๆไปทุกเรื่องๆ แสงเงารัก ยังอ่านไม่จบเลย
ว่าแต่ว่าทำไมต่ออินเตอร์เน็ทไม่ได้อีกแล้วล่ะ
Wednesday, May 14, 2008
12:50:43 AM
เมื่อเช้าไปส่งพ่อ พ่อหงุดหงิดกับการขับรถของเรา มีปากเสียงกันเล็กน้อย อยู่ดีดีเปิดประตูและเดินลงจากรถไปแถวๆสุขุมวิท24 ตั้งแต่เก้าโมงเช้า ยังไม่ได้คุยกันอีกเลย เห็นแต่นอนอยู่ตอนเรากลับมาตอนห้าทุ่ม เรากลับมาบ้านตอนสิบโมงแม่ถามว่าพ่อเป็นไงบ้าง เราไม่ได้บอกอะไร เหนื่อยใจเลยหลับไป(ครั้งแรกในชีวิตที่โดนแบบนี้ ไม่ตกใจก็แปลก) ตื่นมาเพราะมีคนโทรออกมาชวนไปช้อบปิ้งตอนสองโมงกว่าๆ เขามารับก็เลยไปเซ็นทั่นเวิน เราไปสามวันติดแล้วล่ะ แต่ยังเดินไม่ครบเลย
เมื่อวานพาพ่อแม่น้องไปดู โตเกียวทาวเว่อร์มารอบสองทุ่มที่สยาม
เมื่อวาน ตื่นมาตอนบ่ายโมงเพราะเมย์โทรมาชวนไปพิษณุโลกซักสิบวัน ขี้เกียจไป เสาร์ที่ผ่านมาก็ไประยองกันมา
บ่ายสอง ไปรษณีย์มาส่งที่บ้าน ทามิโกะส่งของมาให้ มีรูปหลายๆรูป ดูไปอึ้งไป เก็บใส่กระเป๋าทันที ไม่อยากเปิดดู อารมณ์เดียวๆกับที่ได้ซีดีรูปแล้วเปิดแล้วเซ็งไปมากๆ มาจากญี่ปุ่นเมื่อหลายนานก่อนนี้
ตอนเย็นไปเดินห้างเรื่อยๆเปื่อยๆ เพลินๆดี กินข้าวมันไก่ประตูน้ำอร่อยอีกเช่นเคย
วันก่อนนู้นกินเซ็นร้านแรกกับพ่อกับน้อง คิดถึงนาชะมัด แต่ก่อนกินด้วยกันที่นี่ประจำ 13ปีแล้วซินะ ร้านเปลี่ยนไปจนจำไม่ได้ มีเพียงรูปนามิใหญ่นั้นที่เหมือนเดิม แต่ก่อนกินกันประจำ ปัจจุบันเซ็นมีคงหลายสิบร้านแล้วซินะ แต่ทราบไหมว่าตลาดอาหารญี่ปุ่นในไทยเล็กมากๆ 6000ล้านบาทเศษเท่านั้นเอง สู้อนาคตของตลาดอาหารไทยในญี่ปุ่นไม่ได้เลย แล้วผมควรเล่นตลาดไหน ว่าไงดีครับ
ทุกๆครั้งที่มาที่นี่ ต้องคิดถึงวันเก่า รักครั้งแรกเราเกิดขึ้นที่นี่ และที่นี่ไม่เหลือร่องรอยห้างเก่าแล้ว เช่นเดียวกับหัวใจเรา
ไปดูหนังที่โรงสยามครั้งแรกในรอบนานแสนนาน จำไม่ได้ว่าครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่
แต่วันก่อนก็มาดูที่ลิโด้2เรื่องทั้ง My blueberry nights หนังที่อยากดูที่สุดในรอบสองปี เสียดายนิดหน่อยที่ไม่ดีแบบที่คิด แต่ตอนจบก็ประทับใจเรามาก อ้อ วันก่อนกิน บลูเบอร์รี่ชีสพายที่มีคนทำให้ ก็แค่เรื่องที่คนไกลกันเป็นเวลานานนับปี แต่ส่งโป๊สก๊าดหากันตลอดเวลาที่ไม่เจอหน้า อีกฝ่ายก็คิดถึงกันเสมอ reserveที่นั่งไว้ให้ สองคนนี้พบคนผ่านเข้ามามากมายในชีวิตแต่ยังคงคิดถึงกันเสมอ คนเราจดจำได้ในรายละเอียดที่ต่างกันของมนุษย์ เราเหมือนพระเอกเลย จดจำรายการแบบนี้ได้แม่นมากๆ หนังก็ธรรมดามากๆ ดาราบ้านๆ นาตาลีผอดแมนเป็นตัวประกอบ จู๊ดลอเป็นพระเอก นอร่าโจรสุดสวยร้องเพลง และเป็นนางเอก ผู้กำกับกระจอกๆชื่อหว่องกาไว (ประชดหมดเลย)
หนังดี ภาพสวย อบอุ่น เหงา ดาราเล่นดี บทภาพยนตร์ลึก คม ปูบุคลิคตัวละครได้สมจริง เข้าใจลักษณะคนทำงานร้านเหล้า(เราซินะ) และมนุษย์ที่ชอบแดกเหล้า และอีกหลายๆอย่างในรายละเอียดรูปแบบหว่องกาไว รถไฟเหงาๆ ห้องว่างเปล่า ภาพโคลสอัพหน้าสวยๆ สีแตกๆ
เราจำของที่คนมาฝากได้เสมอ จำเรื่องราวที่คนบ่นให้ฟังในร้านเหล้าได้เสมอด้วย ขี้เกียจเขียนถึงว่ะ หมดอารมณ์ไปตั้งแต่ตอนเข้าโรงแล้ว ภาพยนตร์ลำดับแรกควรเป็นเนื้อเรื่องแบบนี้ไม่ใช่หรอ ก็แค่เราเดินทางมาเพื่อการนี้ เหมือนนางเอกข้ามถนนน่ะละ มันไม่ได้ข้ามยากนักหรอก เพียงแต่ว่า ไปหาใครที่อีกฝั่งหนึ่งเท่านั้น
อ้อ วันนั้น แดดร้อนมากๆไปตามหาร้านตัดเสื้อแห่งหนึ่งมาด้วย ส่งข้อความไปบอกน้ำว่าเสื้อได้แล้วนะ มารับซะที สะใภ้ร้านนี้เขาบอกเรามาหลายวันแล้ว ไปตามหาสำนักพิมพ์บางกอกชูโอที่เคยให้งานเรามาด้วย เมื่อหลายปีก่อน
อีกเรื่องก็ Happiness หนังเกาหลีงั้นๆสุดๆ (ไม่ประชด) ดูไปก็หลับ พระเอกไม่หล่อ นางเอกไม่สวย ตัวอิจฉานมไม่ตู้ม
โตเกียวทาวเว่อร์ ก็เฉยๆ แค่อยากพาแม่พ่อไปดูเท่านั้น หนังก็ออกแนวแบบชีวิตเรานี่ละ มีความฝันที่โตเกียว ในที่สุด แม่ตาย พ่อแยกกันอยู่แต่เด็ก แต่หนังธรรมดาจริงๆ แต่หนังสือคงดี ขายตั้ง2ล้านเล่ม จะไม่ดีได้ไงจริงไหมล่า ในหนังมีเพื่อนพระเอกชื่อทามามิ เราเห็นแล้วนึกถึงทามามิ นึกหน้าไม่ออก ใครกันวะ
วันนี้เจอเพื่อนIEโดยบังเอิญกับงานหนังสือเล่มหนึ่งที่มีรถซุปเปอ้รคาร์ร่วมๆ20คันมาโชว์หน้าลานห้าง เพื่อนบอกว่าเป็นบอกอหนังสือเล่มนึงเมื่อสองปีก่อนมาสองปี ตอนนี้เลิกทำแล้ว นึกแล้วรู้สึกแปลกๆ งงๆนิดๆ เพื่อนเราเป็นวิศวกรไม่ใช่หรอ เฮ้อ อนิจจาคนเรา อยากทำงานหนังสือไหมทศ
พอก่อนดีกว่า อารมณ์บูดๆไปทุกเรื่องๆ แสงเงารัก ยังอ่านไม่จบเลย
ว่าแต่ว่าทำไมต่ออินเตอร์เน็ทไม่ได้อีกแล้วล่ะ
Posted by
T 0 5 E
Subscribe to:
Posts (Atom)
About Me
- ทศ พิทักษากร
- Tokyo, Japan
- น้องสาวชื่อ ทอรุ้ง พ่อเป็นลูกคนเดียวของปู่กะย่า แม่เป็นลูกคนเดียวของตากะยาย น้องสาวมีลูกไม่ได้ ชอบเลี้ยงแมวมากกว่าหมา ตอนเด็กๆโดนหมางับที่โคนขา@เขาใหญ่ เลยไม่ค่อยรักมัน แมวเลี้ยงมาหลายตัวมากๆ หมาเลี้ยงมาและรักตัวเดียวชื่อ แตงโม ไก่แจ้ก็ชอบ ตอนเด็กที่บ้านมี๓๐ตัวได้ แต่้ตอนนี้อยากเลี้ยงนกยูง เ็ห้นว่าสวยดี เรื่องแฟนไม่คิดมาก ยังนึกไม่ออกว่าแต่งงานเมื่อไรดี แต่พ่อห้ามแต่งก่อนสามสิบ ส่วนจะมีบุตรสืบสกุลหรือไม่ ไม่ค่อยแน่ใจ เพราะหมอบอกว่าต้องดูสุขภาพภรรยาด้วย ว่ามีได้ไหม บ้านเราไม่ค่อยแข็งแรงกันอะ เป็นโรคทางพันธุกรรมบางอย่าง ความสามารถพิเศษ : เรียนจบนักธรรมตรี แต่ไม่เปรียญซักกะประโยค แต่ก็ยังขยันกินเหล้าอยู่ นอกจากทำมาหาเลี้ยงชีวิตแล้ว งานอดิเรกคือ ชอบอ่านหนังสือมากๆ ในรอบสี่ปีนี้ใช้ชีวิตในห้องสมุดเป็นหลัก สำหรับเราเราเรียกมันว่าโลกไร้กาลเวลา โดนดูดเข้าไปบ่อยๆ อ้อ เราสายตาไม่สั้นนะ ไม่เนิ้ดเลยด้วย เป็นผู้ชายตัวใหญ่ ใส่เสื้อที่ซื้อตามสวนจตุจักรไม่ได้ ชอบผู้หญิง ตัวเล็ก ผมสั้น ตาสวย แก้มใส เสียงหวานๆ พูดได้มากกว่าสองภาษา จะสามสี่ห้าภาษาก็ได้ไม่ว่ากัน เรียนเก่งๆ ญาติน้อยๆ ชอบอยู่บ้าน เล่นดนตรีได้ ทำบัญชีได้ ขับรถไม่เป็น