กระบะมาสด้าสีแดงอายุเกือบๆ20ปีที่บ้านใครๆก็เรียกว่า "มณีแดง"
คืนนี้ผมยืนอยู่หน้าบ้านกับเพื่อน1คน
เด็กผู้หญิงคนหนึ่งขับรถผ่านไปบ้านตรงข้ามสองหลัง
เกิดความเหงาเข้ามาจับจิตฉับพลันในเวลาตี1
วันนี้ผมควรร่วมยินดีกับเพื่อนสนิทสุดๆที่ผ่านการสอบหฤโหดผู้พิพากษามาได้
ไปบ้านเพื่อนกัน เพื่อเลี้ยงฉลองความสำเร็จนี้
ผมกลับบ้านมาพร้อมรับความจริงว่าโดดเดี่ยวเหลือเกิน
เพือ่นสูบบุหรี่ด้วยกันหน้าบ้านบอกผมว่า
" รองเท้าสีแดงของมันก็แค่สีๆนึง"
แปลกที่ผมมักเดินย้อนลงไปท้ายซอยไปดูบ้านใหม่หลังนี้
บ้านหลังเดียวในซอยที่มาอยู่ใหม่
แรกๆสวยดี พอทาสีแล้วไม่สวย
ตอนนี้บ้านตรงข้ามผมกำลังปลูกใหม่อยู่ หลังใหญ่มาก
บ้านหลังนี้ร้างมาตั้งแต่เด็ก
แม่เล่าว่าเคยมีผัวเมียฆ่ากันตายเมื่อกว่า20ปีก่อน
ผมคุ้นๆแต่นึกไม่ออกกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
จำได้เพียงว่ามีรถหวอมาเยอะไปหมด
คนมีลูกด้วยกันเขาไม่รักกันขนาดฆ่ากันตายได้เชียวหรือ
แล้วบ้านนี้ก็กลายเป็นบ้านร้างไป
เพื่อนสนามบาสเคยบอกผมว่า
เด็กสาวบ้านใหม่ในซอยผมหน้าตาดี
เย็นๆไปตีเทนนิสบ่อยๆ ใช่ผมเองก็เคยเห็น
สังคมเมืองเปลี่ยนไป ตอนเด็กๆเราเล่นกันทั้งซอย
หมู่บ้านใหญ่ชานเมืองที่เด็กๆทุกคน เล่นตลอดเวลา
ปัจจุบันกลับกลายสภาพเป็นอยู่แบบตัวใครตัวมัน
บ้านถัดผมไปทางซ้ายสองหลังไม่มีคนอยู่
วันก่อนผมเจอน้องคนนั้นในไฮ5
เธอย้ายไปเกิน15ปีแล้ว
เธอสวยมากๆ เพราะผมจำได้ว่าพ่อเธอหล่อมากๆ
ผมเข้าไปวิ่งเล่นด้วยบ่อยๆกับพี่สาวเขา
พ่อเขาชอบใช้เด็กผู้ชายตัวเล็กๆแบบผมไปซื้อบุหรี่หน้าปากซอย
ตอนนั้นข่าวทีวีมีบ่อยๆว่า
ห้ามเด็กต่ำกว่า18ปีสูบบุหรี่
ผมในวัย8ขวบรู้สึกผิดทุกครั้งเพียงซื้อบุหรี่
ทุกวันนี้ผมสูบมันเสพมันมาตลอด10ปีหลังพ้นวันเกิดอายุ18
บ้านข้างผมข้างขวาไม่มีคนอยู่
แปลกนะ ซอยที่เคยมีเด็กๆวิ่งเล่นเต็มซอย
กลับเป็นซอยเงียบๆ ใครๆต่างย้ายบ้านออกไป
ไม่รู้เพราะอะไร ฐานะทางการเงินดีขึ้นกระมัง
แต่บ้านผมก็ไม่ได้หลังเล็กนัก ผมก็เลยไม่ค่อยเข้าใจอะไรแบบนี้
ที่แสนน่าเบื่อคือหน้าปากซอยที่กลายเป็นตลาดเช้า
แล้วหลังหัวมุมก็ทำสกปรก
คนเราจะจดจำกันได้เพราะการไม่ย้ายถิ่นที่อยู่จริงหรือ
คนไปอาจลืม คนอยู่คงจำ
ภาพความทรงจำหลายๆอย่างไม่อาจลบเลือน
วันนี้ให้ความรู้สึกเหงาเศร้า
แต่ไม่ใช่เศร้าเพราะเศร้า
แต่เศร้าเพราะมีเรื่องที่น่ายินดีที่สุดเรื่องนึงในชีวิตเกิดขึ้น
แต่ข้างกายเรากลับไม่มีผู้หญิงที่เรารักร่วมยินดีด้วย
เวลาทุกข์ เราแก้ไขคนเดียวได้เสมอมา
แต่เวลาสุขเรานึกอยากร่วมแบ่งปันกับใครซักคน
เธอคนนั้นอยู่ที่ไหนกันนะ
มีเพียงพ่อแม่และน้องสาวเราเท่านั้นหรือที่ร่วมยินดี
เวลาแห่งความสำเร็จและแสนโดดเดี่ยวมันทรมานกว่า
การเดินไปสู่ความสำเร็จเพียงคนเดียวซินะ
ผมไม่ได้ประสบความสำเร็จอะไรในวันนี้หรอก
เป็นเพียงก้าวหนึ่งก้าวใหม่ของชีวิต
แต่ผมหวาดกลัวไปข้างหน้าว่า
ผมจะไม่มีคนๆนั้นเคียงข้างกาย
วันก่อนนั่งดื่มกาแฟกับเพื่อนรัก1ท่าน เพื่อนลองใจถามแฟนดูว่าถ้ามันอยากไปอยู่กับเราที่โตเกียว
ไปหาเงิน ทำเงิน สร้างอนาคตกับเรา จะดีไหม
แฟนถามมันว่า "แล้วเค้าละ?.."
คำตอบเพียงสามคำแสนสั้นที่ทำให้คำถามจบลง
ผมด่าเพื่อนไปว่า "จะบ้าหรือ มึงไปพูดแบบนั้น แฟนมึงเกลียดกูพอดี"
ผมไม่เคยชวนใครไปไหนนานๆนัก และไม่นึกอยากชวนไป
ผมรู้ว่าการอยู่ในไทยนั้นมีความสุขยิ่ง
การได้อยู่กับครอบครัว
การได้อยู่กับผองเพื่อน
การได้อยู่กับผู้หญิงที่เรารักนั้นเป็นสุขอันล้นพ้น
ผมอาจจะต้องเดินทางอีกมากกว่าจะเจอคนๆนั้น
ที่ร้านกาแฟนั้นบอกเพื่อนไปว่า
อย่าแกร่งต้องเดี่ยว
อยากประสบความสำเร็จต้องมีคู่คิด
เราคุยกันกับเพื่อนเรื่อง
นักเขียนชั้นนำชื่อดังของเมืองไทยหลายๆคนที่เพื่อนรู้จัก
ว่าทำไมเขาถึงไม่เปิดเผยชีวิตครอบครัวกัน
บางครั้งเรารู้สึกว่า ชีวิตคู่มันขัดกับวิถีคิดแห่งการสร้างศิลปะ
90เปอร์เซ็นต์ของภาพศิลปะ สร้างโดยแรงบันดาลใจจากเพศหญิง แต่สร้างโดยผู้ชาย
ใครกันบอกไว้
การมีส่วนร่วมและแบ่งแยกการทำงานเป็นวิถีหนึ่งที่ทำให้ชีวิตคู่เดินไปข้างหน้าได้โดยไม่ต้องพะวงหลัง
ชีวิตต้องเดินอีกครั้ง
อีกก้าวที่ทำให้แกร่ง
ปีนี้แต่ต้นปีมีเรื่องที่ผ่านมาแล้วยินดีน้อยเหลือเกิน
แต่จริงๆไม่น้อยหรอก
เพียงแต่ผมให้ความสำคัญและคุณค่าของบางสิ่งมากเกินการถ่วงน้ำหนักปกติ
กระเป๋าเดินทางของผมใบเล็กลงเรื่อยๆ
ของที่ผมนำมาฝากจากต่างประเทศมีน้อยลงเรื่อยๆ
เพื่อนที่รู้สึกสนิทใจในชีวิตมีน้อยลงเรื่อยๆ
ต่างกับวิถีชีวิตที่ต้องเจอผู้คนหน้าใหม่ๆทุกวัน
ผมเพียงอยากกอดผู้หญิงคนนั้นด้วยความรักที่เต็มเปี่ยม
และอยากให้เธอกอดผมในเวลาที่ผมอ่อนแอแบบคืนนี้
..............
ผมเหงาตั้งแต่เมื่อไหร่กัน
วันอังคารต้องไปเกี่ยวกับงานที่เวียงจันทน์
วันก่อนผมพึ่งแช็ทกับผู้หญิงลาวคนหนึ่งที่อยู่เมวเบิ้น
เธอบอกว่าอีกไม่นานเธอคงกลับเวียงจันทน์
ผมแอบคิดว่า ชีวิตนี้เราอาจได้พบกันอีก
แต่ผมว่าไม่ว่าผมจะเจอเธออย่างไร ผมก็เหงาอยู่ดี
...............
ทำไมต้องเหงา
แปลกนะ แปลกนะ
ผมไม่เหงามาครึ่งปีแล้ว
จู่ๆช่วงนี้เห็ดพิษก็ทำพิษซินะ
ทำลายสถิติความเหงาด้วยการเพิ่มน้ำหนักตนเอง5โลใน10วัน
ปล.ส่งท้าย ครั้งแรกในบล๊อกนี้ที่แทนตนเองด้วยคำว่า "ผม" โบ๊ะขุ และหนแรกที่ลบสิ่งที่โพสไปแล้ว แต่เพราะนั่นไม่ใช่สิ่งที่ผมคิด ผมเพียงพบเรื่องราวที่ผมกระทำในบล๊อกคนอื่น ผมเลยบันทึกมันไว้ แล้วผมก็ลบมัน ถ้าเรื่องราวในชีวิตมันลบได้แบบบล๊อกนี้ก็คงไม่ดี มันต้องมีร่องรอยเหลือไว้บ้าง จริงไหม พี่น้อง
Saturday, June 28, 2008
1197
ใช้สอบถามเส้นทาง ตลกนะ เดินทางไปเป็นชั่วโมงๆ เหนื่อยจัดๆกับการขับรถ ถามหาใครไม่มีใครรู้จักซอยนี้ หรืออะไรแถวๆนี้ สุดท้ายก็ได้1197ช่วยเราไว้ เดินทางจากบ้านไปอาคารไตรธาดาซอยเย็นจิตใช้เวลา2ชั่วโมงกว่า นานเหลือเกิน เหนื่อยมากๆ คืนนั้น เห็นหน้าเพื่อนแล้วยังกะไกรฤทธิ์ ผู้ชายที่หล่อสุดๆในอดีต
เดินทางเมื่อทุ่มเศษๆของวันที่ 24 เดือนนี้ เพื่อตามหาพลังให้ตนเอง
เดินทางเมื่อทุ่มเศษๆของวันที่ 24 เดือนนี้ เพื่อตามหาพลังให้ตนเอง
Posted by
T 0 5 E
8/58
15เมษา เซฟดร๊าฟท์ไว้3ชาติที่แล้ว
ฉันไม่รู้ว่าเธอเป็นใคร
ฉันแค่คุ้นเมื่อเธอส่งยิ้ม แล้วเดินผ่าน
จนวันนึงได้อ่านจดหมายที่เขียนข้อความมากมาย
ให้เราได้เรียนรู้กัน
*แล้วจดหมายฉบับสุดท้าย
จดหมายรักที่เธอบรรยายถึงความในใจ
แต่ฉันกลับไม่เคยเข้าใจ
ข้อความที่ตอบเธอไป ได้กลับมาพร้อมที่เธอจากลา
**จดหมายที่อ่านกี่ครั้งก็ร้องไห้
ข้อความที่เขียนด้วยมือฉันเอง ว่าไม่เคยรักเธอ
อาจสายเกินกว่าที่ฉันจะรั้งเธอ
ผิดที่ฉันไม่เคยเข้าใจ ว่าความรักเป็นเช่นไร
ถ้าหากได้ย้อนเวลา กลับไปมีเธอข้างกาย
จะเปลี่ยนข้อความจดหมาย
จะเขียนในคำลงท้ายว่ารักเธอ
*,**
..........................
ฟังเพลงนี้ครั้งแรกเวลาราวๆตีสอง ในซอยลาดพร้าว107 จากวิทยุรถตนเอง รู้สึกเหวี่ยงอย่างรุนแรงจากคำพูดของดีเจ ใช่พลอยที่ดวงเคยบอกว่าอยู่ฟุกุโอกะหรือไม่ ฟังเสร็จรู้สึกแปลกๆ แปลกมากๆ ไม่ได้แปลกที่เนื้อหาของจดหมาย แต่เป็นหนแรกที่ได้ยินเสียงดีเจคนนี้ ไม่แน่ใจนักว่า ใคร โทรเข้าไปถามจากเบอร์ที่เขาบอก ถามว่าใครเป็นดีเจ เราถามว่าขอสายดีเจได้ไหม คนรับโทรศัพท์เขาบอกไม่ได้ เราฝากข้อความไว้ว่าชื่อทศ ฟังเพลงนี้แล้วคิดถึง เสียงคนรับโทรศัพท์คงแอบขำ
ถึงหน้าบ้านเพื่อนมันดันไปเซเว่น โทรไปหามันถามว่า อยู่ไหนมีเรื่องอยากคุยด้วยว่ะ อารมณ์เหวี่ยงมหาศาล นี่เรากำลังทำอะไรอยู่ และมันเกิดขึ้นได้อย่างไร
ฉันไม่รู้ว่าเธอเป็นใคร
ฉันแค่คุ้นเมื่อเธอส่งยิ้ม แล้วเดินผ่าน
จนวันนึงได้อ่านจดหมายที่เขียนข้อความมากมาย
ให้เราได้เรียนรู้กัน
*แล้วจดหมายฉบับสุดท้าย
จดหมายรักที่เธอบรรยายถึงความในใจ
แต่ฉันกลับไม่เคยเข้าใจ
ข้อความที่ตอบเธอไป ได้กลับมาพร้อมที่เธอจากลา
**จดหมายที่อ่านกี่ครั้งก็ร้องไห้
ข้อความที่เขียนด้วยมือฉันเอง ว่าไม่เคยรักเธอ
อาจสายเกินกว่าที่ฉันจะรั้งเธอ
ผิดที่ฉันไม่เคยเข้าใจ ว่าความรักเป็นเช่นไร
ถ้าหากได้ย้อนเวลา กลับไปมีเธอข้างกาย
จะเปลี่ยนข้อความจดหมาย
จะเขียนในคำลงท้ายว่ารักเธอ
*,**
..........................
ฟังเพลงนี้ครั้งแรกเวลาราวๆตีสอง ในซอยลาดพร้าว107 จากวิทยุรถตนเอง รู้สึกเหวี่ยงอย่างรุนแรงจากคำพูดของดีเจ ใช่พลอยที่ดวงเคยบอกว่าอยู่ฟุกุโอกะหรือไม่ ฟังเสร็จรู้สึกแปลกๆ แปลกมากๆ ไม่ได้แปลกที่เนื้อหาของจดหมาย แต่เป็นหนแรกที่ได้ยินเสียงดีเจคนนี้ ไม่แน่ใจนักว่า ใคร โทรเข้าไปถามจากเบอร์ที่เขาบอก ถามว่าใครเป็นดีเจ เราถามว่าขอสายดีเจได้ไหม คนรับโทรศัพท์เขาบอกไม่ได้ เราฝากข้อความไว้ว่าชื่อทศ ฟังเพลงนี้แล้วคิดถึง เสียงคนรับโทรศัพท์คงแอบขำ
ถึงหน้าบ้านเพื่อนมันดันไปเซเว่น โทรไปหามันถามว่า อยู่ไหนมีเรื่องอยากคุยด้วยว่ะ อารมณ์เหวี่ยงมหาศาล นี่เรากำลังทำอะไรอยู่ และมันเกิดขึ้นได้อย่างไร
Posted by
T 0 5 E
Tuesday, June 24, 2008
สะบายดี....หลวงพระบาง
พุธ25
ทำไมในสือพิมพ์เขาต้องเขียนว่าให้ไปดูกับคนที่คุณรักด้วยนะ เราไม่เห็นว่าจะต้องไปดูอะไรนักเลย ตอนแรกก็นึกว่าหนังจะดี ปรากฏว่าหนังน่าเบื่อมากๆ มีวันนึงน้องผู้ชายคนนึงโทรมาหลายหนเพือ่ชวนเราไปลาว เราบอกว่าเราไม่อยากไป เวลาในไทยมีน้อย อยากอยู่กทม ก็จะอ้วกแล้วนะเนี่ย
ได้ยินผู้หญิงคนนึงพูดว่าจะไปลาว2อาทิตย ์เราพูดตอบกลับไปว่าจะไปโตเกียวซัก2เดือน วันนี้พอไปดูหนังเรื่องนี้จบ นึกไปถึงวันที่ไปโตเกียวหนแรก เช้าวันนั้นที่ดอนเมืองมีสายโทรมาจากเวียงจันทน์ โทรมาร่ำลา เราก็ยังดีใจอยู่ จนเรากลับมากทมกี่หนแล้วเรายังไม่ไปเวียงจันทน์อีกเลย เมื่อวานไปเจอเพื่อนคนนึง นั่ง
คุยกันอยู่นาน เพื่อนไปลาวด้วยกันเมื่อปลายปี2005 จู่ๆเพื่อนถามว่า มึงยังติดต่อน้อยอยู่ป่ะ เราตกใจบอกมันไปว่ากูมีไฮ5นะ นางเอกในเรื่องหน้าตาธรรมดามากๆ อาจเพราะเราไม่ได้ชื่นชมอะไรกับพวกหน้าหมวยๆอยู่แล้ว แต่นึกถึงญาติเพื่อนคนนึงที่ไปแลกเงินกับเขา หน้าตายังกะนางเอกเรื่องนี้
แต่น้องที่ไปดูด้วยกันบอกว่า หน้าเหมือนเมี่ยง เรานึกถึงเมี่ยง เออ ก็คล้ายนะ แต่หมวยกว่า
ทำไมคนมาอ่านคอมเม้นไฮ5เรื่อยๆ
แล้วชอบเข้าใจผิดอะไรกันไปเรื่อยเปื่อยว่าเราจะแต่งงาน
ไม่เห็นสะเตตัสกูหรอ ยังเปนซิงเกิ้นนนอยู่เลย
ก็อยากแต่งอยู่หรอก แต่เรื่องของเรื่องคือไม่มีคนให้แต่งด้วย
ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร
มันเป็นอารมณ์แปลกๆเป็นพักๆ
แม่สายบัวเธออาจจะแต่งตัวรอเก้ออยากจะรดน้ำพรวนดินปลูกต้นรักกับเราเป็นพักๆ
เราเองก็เช่นกัน งี่เง่าเป็นปกติแบบนี้ผุ้หญิงที่ไหนจะอยากแต่งด้วย
วันนี้ไปดูสะบายดีหลวงพระบางมานึกไปถึงเมื่อนานแล้วเคยไปฉลองวันแห่งความรักอยู่ริมโขง
ในหนังที่มีสอนเต้นรำในงานแต่งงานน่ะใช่เลย
เราไปงานแต่งงานที่ร้านอาหารริมของมาด้วย มีคนสอนเต้นแบบนั้นเลย
คืนนี้กับคืนนั้นต่างกันมากๆ คืนนั้นไม่ได้นึกถึงอยากแต่งงาน ทั้งๆที่อยู่ในงานแต่งงาน คืนนี้ก็ไม่ได้นึกถึงอยากแต่งงาน
คืนก่อนไปเดินเล่นในร้านเหล้ามืดๆแถวๆเอกมัย
(หนที่สองในรอบปี ประหลาดใจตนเองมากๆว่าผิดที่ผิดกลื่นจัง)
เจอพี่คนนึงที่ไม่เจอมาตั้งแต่มีนาปี42 และเจอเพื่อนที่คณะอีกซัก30คน555
พี่เขายังสวยอยู่มากๆ สวยจริงจังเลย ไปเป็นผู้จัดการซาร่าไรไม่รู้
(เวลานี้เวียนหัวอยากแดกซาร่าแก้ปวดมากกว่าใส่เสื้อซาร่าที่พี่แกขาย)
ู้เขาทักเรา เราทักเขา โห ไม่เจอกันมา9ปีได้ ตั้งแต่พี่เขาเรียนจบไป
เราถามคำถามแรกว่า พี่แต่งงานยัง555
ตลกวะ เป็นประโยคทักทายกันแปลกดี
นี่เราเดินมาถึงยุคคำถามแบบนี้แล้วหรือ
พี่เขาคงอายุซัก31
แล้วก็คุยกันยืดยาว
พอดีพี่เขาเคยเป็นแฟนกับพี่ชายของแฟนเก่าเราสมัย10ปีก่อน
และเราสี่คนก็อยู่หอด้วยกัน กินข้าวกันเรื่อยเปื่อยไปนู้นไปนี้กันเรือ่ยๆ
พอกลับบ้านมาก็นึกถึงว่ามันมีเหตุผลอะไรกันนะ
ที่ทำให้คนเราต้องแต่งงานหรือไม่แต่งงาน
ถ้าเราคบแฟนคนนั้นมา7ปี เราต้องแต่งงานกับเขาไหม
แล้วคนเราต้องเจอกันนานแค่ไหนแล้วจะแต่งงานกัน
วันก่อนเจอเพื่อนที่ได้ข่าวว่าจะแต่งงาน แต่เราเจอมันในงานศพนะ
ก็อยากรู้เหมือนกันว่าเหตุผลอะไรกันบ้างที่ทำให้คนเราอยากแต่งงานกัน
มันต้องมีเหตุผลมะ หรือใช้แค่สัญชาตญานกับการนำพาของหัวใจ
(บ้านรวยกันจัด ตัดปัญหาเรื่องเงินออกไป(ฮา ตลกร้ายกาจ))
ถ้าโดนผู้หญิงหลอกว่าอยากแต่งงานด้วย มันตลกมะ (เขียนเอาฮานะ ไม่เคยโดน)
แต่เหนื่อยจัง ได้เวลาเสียที
เรายังไม่สูญสิ้นศรัทธาในความรักหรอกนะ
แต่ความรักควรให้กับคนที่อยากรับเท่านั้น
แต่เกิดมาก็ยังไม่เคยเจอคนที่มาหลงรักเราหัวปักหัวปำเลย555
ออกจะชอบวิ่งไล่เสียด้วยซ้ำ
ใครมาแอบหลงรัก กูถีบตกบันไดหมดแน่ เอิ๊กๆ
วันนี้โทรหาลูกสาวเพื่อนพ่อ ถามว่ากำลังทำไรอยู่
เขาตอบกลับทันที "กำลังคิดถึงพี่ทศอยู่"
เหี้ยนึกในใจ ตอแหลยังกะกู 555 อยู่ใกล้ๆแม่จะเบิ๊ดกะโหลกให้ เอิ๊กๆ
คุยไปไม่กี่ประโยค ตาสว่างยังกะแดกกระทิงแดงซัก2ขวด
ผู้หญิงไรวะตลกไม่เปลี่ยนแปลงจริงๆ
จะว่าไปเซ็งเป็ดขนาดนี้ ออกไปหาเหี้ยอ้ายดีกว่า ตี1.30
จะยิ่งเซ็งป่ะวะ เดี๋ยวแม่งพ่นเรือ่งแต่งงานอีก
วันก่อนพึ่งไปดูอนาคตเรือนหอมันมาเอง
ใครเพื่อนผมก็ประกาศนะฮะ เห็นมันว่าจะแต่งงานกุมภาปีหน้า
ของชำร่วยเป็นอะไรดีไปช่วยมันคิดดีกว่า
ถ้าเราเปลี่ยนวีซ่าเป็นวีซ่าแต่งงาน จะมีคนไทยเสียใจไหมนะ
เดือนหน้าเปลี่ยนแม่งเลยดีกว่า ทำมาหาแดกสะดวกดี
...................
ศุกร์27
ตอนแรกนึกอยากเขียนเรื่องเพื่อนเก่าๆแก่ๆ SIที่ไปเจอมาเมื่อสองวันก่อนเป็นเพื่อนรักมากๆที่เรามีเรื่องงอนกันไปแล้วก็ไม่เจอกันมาพักใหญ่ๆ คนนึงเกือบๆ2ปี อีกคนงอนจริงจังกว่าไม่ติดต่อกันมา7ปี เรารักโน๊ตและตุ้ยมากๆ โน๊ตเป็นดั่งพี่ดั่งเพื่อน(29ปี) ตุ้ยเป็นดั่งเพื่อนดั่งน้อง(27ปี)อยู่ดีดีก็คิดถึงพวกมันขึ้นมา ก็เลยไปง้อ
เรากลับมาอยู่ไทยได้ซักพักแล้ว วันนี้มีเรือ่งน่ายินดีอย่างหนึ่งคือ เหมือนจะมีคนเสนอให้ไปทำงานที่เมืองจีน สัปดาห์หน้า หลังจากอะไรๆลงตัวกว่านี้ เราคงบอกได้ว่าเขาจะจ้างไม่จ้างหรือทำไม่ทำ ต้องไปดูสถานที่จริงก่อน นั่นแปลว่าชีพจรเราจะลงเท้าอีกครั้งหนึ่ง ต้องเดินทางไปลาวและจีนในสัปดาห์หน้ากับพวกเขา ซึ่งถ้าเราได้ทำงานที่จีนจริงๆก็คงต้องกลับไปเก็บข้าวของออกจากบ้านที่โตเกียวให้หมด แต่คราวนี้ดูจะตัดสินใจอะไรไม่ยากนัก ถ้าเจ้านายดี เงินโอเค ตัวงานน่าสนใจ ได้เรียนรู้ภาษาใหม่ๆ มีประสบการณ์จากที่ใหม่ๆ แล้วทำไมเราจะไม่ทำล่ะ จริงไหม เราก็ทุ่มเทให้แรงใจให้กายเต็มที่อยู่แล้วล่ะ
เข้าเรื่องดีกว่า
เพื่อนมัธยมห้องเดียวกันสมัยมอปลายที่เราสนิทและยังคบหากันอยู่ก็มีหลายคน(พ้นวัยมัธยมมา10ปีแล้วซินะ) มีป้องโป้งเอ๋ยน้ำอ้ายแด๊กที่ยังเจอกันอยู่ประจำ อาทิตย์นึงเจอกันมากกว่าหนึ่งหนล่ะ ตอนนี้เหี้ยนุ่นก็กลับมาแล้ว
คงเพราะเป็นคนแบบเดียวกันในระดับนึง
ึคนที่เรียนเก่งที่สุดนับให้เป็นนาแฟนเก่าที่สวยที่สุดในชีวิตเราเอง ไปเรียนตั้งวิดวะจุฬา แต่สุดท้ายทุกๆวันนี้นาเหนื่อยกับภาระหนี้สินกิจการและการเป็นผู้จัดการโรงงานมากๆ โน๊ตเป็นเพื่อนคณะที่เป็นพี่นา บอกว่าชีวิตนาทุกวันนี้ดูเหนื่อยเหลือเกิน(หน้าตาเกินวัยไปแล้ว) เรานึกเห็นใจเสมอ อยากให้เขามีคนรักดีดีจะได้ช่วยกันเป็นกำลังใจในการทำธุรกิจที่แสนเหน็ดเหนื่อยให้ผ่านพ้นไปด้วยดี
แต่ที่จะบอกคือ วันนี้เหี้ยแด๊กประกาศผลแล้วว่าได้เป็นผู้พิพากษา ดีใจกับมันด้วยสุดๆ ไม่รู้บอกไงดี วันนี้เป็นวันดีจริงๆ แฟนมันคงดีใจจะได้เป็นคุณนาย555 ชีวิตนี้เรารู้จักคนสอบผ่านผู้พิพากษาแค่2คน คนนึงคือเหี้ยแว่น ซึ่งเราสนิทกะเเว่นมากๆๆๆๆสมัยอยู่หอเอ แต่แว่นมันผ่านมาปีกว่าๆแล้ว ไม่น่าเชื่อว่าเราจะมีเพื่อนสนิทกันเก่งกาจขนาดนี้
อาชีพชั้น1ในเมืองไทยจะมีซักกี่อาชีพกัน เรานับว่าผู้พิพากษาเป็น1ในนั้น เราว่าอาจารยมหาลัยหรือ์ นักบินก็เช่นกัน
เอ๋ยก็เป็นอาจารย์มหาลัยที่ABACสอนถาปัด
อนรรฆ(บิน) a_narkbin@hotmale ก็เป็นนักบินสุดหล่อมาหลายปี
ถึงเวลาแล้วซินะ ที่ชีวิตต้องเดินไปตามทางของมันแบบตั้งอกตั้งใจกว่าที่ผ่านมา
เก็บเงินแต่งงาน55
รักเพื่อนๆจังเลย แต่ที่ฮากว่าคือ ป้อง โป้ง น้ำ แด๊ก อ้าย นุ่น ทศ แต่ละคนหล่อสัดๆหมาๆ555 ตลกดีไหม เขียนแบบนี้ แต่หล่อๆกันทุกคนเลยนะเอ้า ถึงจะอ้วนกันไปบ้างก็ตาม แต่ที่ดีกว่าหน้าตาก็คือ ทุกคนมีมันสมองที่แปลกประหลาดและเป็นตัวของตังเองอย่างไม่น่าเชื่อ
เพราะเหตุนี้กระมังที่ทำให้พวกเรามารวมตัวกัน เพื่อจับหมู555
พวกเรารักการจับหมู จับหมูคือศาสดาของพวกเรา เอิ๊กๆ
จบข่าว
ดีใจกะเหี้ยแด๊ก เท่านี้ล่ะ
ทำไมในสือพิมพ์เขาต้องเขียนว่าให้ไปดูกับคนที่คุณรักด้วยนะ เราไม่เห็นว่าจะต้องไปดูอะไรนักเลย ตอนแรกก็นึกว่าหนังจะดี ปรากฏว่าหนังน่าเบื่อมากๆ มีวันนึงน้องผู้ชายคนนึงโทรมาหลายหนเพือ่ชวนเราไปลาว เราบอกว่าเราไม่อยากไป เวลาในไทยมีน้อย อยากอยู่กทม ก็จะอ้วกแล้วนะเนี่ย
ได้ยินผู้หญิงคนนึงพูดว่าจะไปลาว2อาทิตย ์เราพูดตอบกลับไปว่าจะไปโตเกียวซัก2เดือน วันนี้พอไปดูหนังเรื่องนี้จบ นึกไปถึงวันที่ไปโตเกียวหนแรก เช้าวันนั้นที่ดอนเมืองมีสายโทรมาจากเวียงจันทน์ โทรมาร่ำลา เราก็ยังดีใจอยู่ จนเรากลับมากทมกี่หนแล้วเรายังไม่ไปเวียงจันทน์อีกเลย เมื่อวานไปเจอเพื่อนคนนึง นั่ง
คุยกันอยู่นาน เพื่อนไปลาวด้วยกันเมื่อปลายปี2005 จู่ๆเพื่อนถามว่า มึงยังติดต่อน้อยอยู่ป่ะ เราตกใจบอกมันไปว่ากูมีไฮ5นะ นางเอกในเรื่องหน้าตาธรรมดามากๆ อาจเพราะเราไม่ได้ชื่นชมอะไรกับพวกหน้าหมวยๆอยู่แล้ว แต่นึกถึงญาติเพื่อนคนนึงที่ไปแลกเงินกับเขา หน้าตายังกะนางเอกเรื่องนี้
แต่น้องที่ไปดูด้วยกันบอกว่า หน้าเหมือนเมี่ยง เรานึกถึงเมี่ยง เออ ก็คล้ายนะ แต่หมวยกว่า
ทำไมคนมาอ่านคอมเม้นไฮ5เรื่อยๆ
แล้วชอบเข้าใจผิดอะไรกันไปเรื่อยเปื่อยว่าเราจะแต่งงาน
ไม่เห็นสะเตตัสกูหรอ ยังเปนซิงเกิ้นนนอยู่เลย
ก็อยากแต่งอยู่หรอก แต่เรื่องของเรื่องคือไม่มีคนให้แต่งด้วย
ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร
มันเป็นอารมณ์แปลกๆเป็นพักๆ
แม่สายบัวเธออาจจะแต่งตัวรอเก้ออยากจะรดน้ำพรวนดินปลูกต้นรักกับเราเป็นพักๆ
เราเองก็เช่นกัน งี่เง่าเป็นปกติแบบนี้ผุ้หญิงที่ไหนจะอยากแต่งด้วย
วันนี้ไปดูสะบายดีหลวงพระบางมานึกไปถึงเมื่อนานแล้วเคยไปฉลองวันแห่งความรักอยู่ริมโขง
ในหนังที่มีสอนเต้นรำในงานแต่งงานน่ะใช่เลย
เราไปงานแต่งงานที่ร้านอาหารริมของมาด้วย มีคนสอนเต้นแบบนั้นเลย
คืนนี้กับคืนนั้นต่างกันมากๆ คืนนั้นไม่ได้นึกถึงอยากแต่งงาน ทั้งๆที่อยู่ในงานแต่งงาน คืนนี้ก็ไม่ได้นึกถึงอยากแต่งงาน
คืนก่อนไปเดินเล่นในร้านเหล้ามืดๆแถวๆเอกมัย
(หนที่สองในรอบปี ประหลาดใจตนเองมากๆว่าผิดที่ผิดกลื่นจัง)
เจอพี่คนนึงที่ไม่เจอมาตั้งแต่มีนาปี42 และเจอเพื่อนที่คณะอีกซัก30คน555
พี่เขายังสวยอยู่มากๆ สวยจริงจังเลย ไปเป็นผู้จัดการซาร่าไรไม่รู้
(เวลานี้เวียนหัวอยากแดกซาร่าแก้ปวดมากกว่าใส่เสื้อซาร่าที่พี่แกขาย)
ู้เขาทักเรา เราทักเขา โห ไม่เจอกันมา9ปีได้ ตั้งแต่พี่เขาเรียนจบไป
เราถามคำถามแรกว่า พี่แต่งงานยัง555
ตลกวะ เป็นประโยคทักทายกันแปลกดี
นี่เราเดินมาถึงยุคคำถามแบบนี้แล้วหรือ
พี่เขาคงอายุซัก31
แล้วก็คุยกันยืดยาว
พอดีพี่เขาเคยเป็นแฟนกับพี่ชายของแฟนเก่าเราสมัย10ปีก่อน
และเราสี่คนก็อยู่หอด้วยกัน กินข้าวกันเรื่อยเปื่อยไปนู้นไปนี้กันเรือ่ยๆ
พอกลับบ้านมาก็นึกถึงว่ามันมีเหตุผลอะไรกันนะ
ที่ทำให้คนเราต้องแต่งงานหรือไม่แต่งงาน
ถ้าเราคบแฟนคนนั้นมา7ปี เราต้องแต่งงานกับเขาไหม
แล้วคนเราต้องเจอกันนานแค่ไหนแล้วจะแต่งงานกัน
วันก่อนเจอเพื่อนที่ได้ข่าวว่าจะแต่งงาน แต่เราเจอมันในงานศพนะ
ก็อยากรู้เหมือนกันว่าเหตุผลอะไรกันบ้างที่ทำให้คนเราอยากแต่งงานกัน
มันต้องมีเหตุผลมะ หรือใช้แค่สัญชาตญานกับการนำพาของหัวใจ
(บ้านรวยกันจัด ตัดปัญหาเรื่องเงินออกไป(ฮา ตลกร้ายกาจ))
ถ้าโดนผู้หญิงหลอกว่าอยากแต่งงานด้วย มันตลกมะ (เขียนเอาฮานะ ไม่เคยโดน)
แต่เหนื่อยจัง ได้เวลาเสียที
เรายังไม่สูญสิ้นศรัทธาในความรักหรอกนะ
แต่ความรักควรให้กับคนที่อยากรับเท่านั้น
แต่เกิดมาก็ยังไม่เคยเจอคนที่มาหลงรักเราหัวปักหัวปำเลย555
ออกจะชอบวิ่งไล่เสียด้วยซ้ำ
ใครมาแอบหลงรัก กูถีบตกบันไดหมดแน่ เอิ๊กๆ
วันนี้โทรหาลูกสาวเพื่อนพ่อ ถามว่ากำลังทำไรอยู่
เขาตอบกลับทันที "กำลังคิดถึงพี่ทศอยู่"
เหี้ยนึกในใจ ตอแหลยังกะกู 555 อยู่ใกล้ๆแม่จะเบิ๊ดกะโหลกให้ เอิ๊กๆ
คุยไปไม่กี่ประโยค ตาสว่างยังกะแดกกระทิงแดงซัก2ขวด
ผู้หญิงไรวะตลกไม่เปลี่ยนแปลงจริงๆ
จะว่าไปเซ็งเป็ดขนาดนี้ ออกไปหาเหี้ยอ้ายดีกว่า ตี1.30
จะยิ่งเซ็งป่ะวะ เดี๋ยวแม่งพ่นเรือ่งแต่งงานอีก
วันก่อนพึ่งไปดูอนาคตเรือนหอมันมาเอง
ใครเพื่อนผมก็ประกาศนะฮะ เห็นมันว่าจะแต่งงานกุมภาปีหน้า
ของชำร่วยเป็นอะไรดีไปช่วยมันคิดดีกว่า
ถ้าเราเปลี่ยนวีซ่าเป็นวีซ่าแต่งงาน จะมีคนไทยเสียใจไหมนะ
เดือนหน้าเปลี่ยนแม่งเลยดีกว่า ทำมาหาแดกสะดวกดี
...................
ศุกร์27
ตอนแรกนึกอยากเขียนเรื่องเพื่อนเก่าๆแก่ๆ SIที่ไปเจอมาเมื่อสองวันก่อนเป็นเพื่อนรักมากๆที่เรามีเรื่องงอนกันไปแล้วก็ไม่เจอกันมาพักใหญ่ๆ คนนึงเกือบๆ2ปี อีกคนงอนจริงจังกว่าไม่ติดต่อกันมา7ปี เรารักโน๊ตและตุ้ยมากๆ โน๊ตเป็นดั่งพี่ดั่งเพื่อน(29ปี) ตุ้ยเป็นดั่งเพื่อนดั่งน้อง(27ปี)อยู่ดีดีก็คิดถึงพวกมันขึ้นมา ก็เลยไปง้อ
เรากลับมาอยู่ไทยได้ซักพักแล้ว วันนี้มีเรือ่งน่ายินดีอย่างหนึ่งคือ เหมือนจะมีคนเสนอให้ไปทำงานที่เมืองจีน สัปดาห์หน้า หลังจากอะไรๆลงตัวกว่านี้ เราคงบอกได้ว่าเขาจะจ้างไม่จ้างหรือทำไม่ทำ ต้องไปดูสถานที่จริงก่อน นั่นแปลว่าชีพจรเราจะลงเท้าอีกครั้งหนึ่ง ต้องเดินทางไปลาวและจีนในสัปดาห์หน้ากับพวกเขา ซึ่งถ้าเราได้ทำงานที่จีนจริงๆก็คงต้องกลับไปเก็บข้าวของออกจากบ้านที่โตเกียวให้หมด แต่คราวนี้ดูจะตัดสินใจอะไรไม่ยากนัก ถ้าเจ้านายดี เงินโอเค ตัวงานน่าสนใจ ได้เรียนรู้ภาษาใหม่ๆ มีประสบการณ์จากที่ใหม่ๆ แล้วทำไมเราจะไม่ทำล่ะ จริงไหม เราก็ทุ่มเทให้แรงใจให้กายเต็มที่อยู่แล้วล่ะ
เข้าเรื่องดีกว่า
เพื่อนมัธยมห้องเดียวกันสมัยมอปลายที่เราสนิทและยังคบหากันอยู่ก็มีหลายคน(พ้นวัยมัธยมมา10ปีแล้วซินะ) มีป้องโป้งเอ๋ยน้ำอ้ายแด๊กที่ยังเจอกันอยู่ประจำ อาทิตย์นึงเจอกันมากกว่าหนึ่งหนล่ะ ตอนนี้เหี้ยนุ่นก็กลับมาแล้ว
คงเพราะเป็นคนแบบเดียวกันในระดับนึง
ึคนที่เรียนเก่งที่สุดนับให้เป็นนาแฟนเก่าที่สวยที่สุดในชีวิตเราเอง ไปเรียนตั้งวิดวะจุฬา แต่สุดท้ายทุกๆวันนี้นาเหนื่อยกับภาระหนี้สินกิจการและการเป็นผู้จัดการโรงงานมากๆ โน๊ตเป็นเพื่อนคณะที่เป็นพี่นา บอกว่าชีวิตนาทุกวันนี้ดูเหนื่อยเหลือเกิน(หน้าตาเกินวัยไปแล้ว) เรานึกเห็นใจเสมอ อยากให้เขามีคนรักดีดีจะได้ช่วยกันเป็นกำลังใจในการทำธุรกิจที่แสนเหน็ดเหนื่อยให้ผ่านพ้นไปด้วยดี
แต่ที่จะบอกคือ วันนี้เหี้ยแด๊กประกาศผลแล้วว่าได้เป็นผู้พิพากษา ดีใจกับมันด้วยสุดๆ ไม่รู้บอกไงดี วันนี้เป็นวันดีจริงๆ แฟนมันคงดีใจจะได้เป็นคุณนาย555 ชีวิตนี้เรารู้จักคนสอบผ่านผู้พิพากษาแค่2คน คนนึงคือเหี้ยแว่น ซึ่งเราสนิทกะเเว่นมากๆๆๆๆสมัยอยู่หอเอ แต่แว่นมันผ่านมาปีกว่าๆแล้ว ไม่น่าเชื่อว่าเราจะมีเพื่อนสนิทกันเก่งกาจขนาดนี้
อาชีพชั้น1ในเมืองไทยจะมีซักกี่อาชีพกัน เรานับว่าผู้พิพากษาเป็น1ในนั้น เราว่าอาจารยมหาลัยหรือ์ นักบินก็เช่นกัน
เอ๋ยก็เป็นอาจารย์มหาลัยที่ABACสอนถาปัด
อนรรฆ(บิน) a_narkbin@hotmale ก็เป็นนักบินสุดหล่อมาหลายปี
ถึงเวลาแล้วซินะ ที่ชีวิตต้องเดินไปตามทางของมันแบบตั้งอกตั้งใจกว่าที่ผ่านมา
เก็บเงินแต่งงาน55
รักเพื่อนๆจังเลย แต่ที่ฮากว่าคือ ป้อง โป้ง น้ำ แด๊ก อ้าย นุ่น ทศ แต่ละคนหล่อสัดๆหมาๆ555 ตลกดีไหม เขียนแบบนี้ แต่หล่อๆกันทุกคนเลยนะเอ้า ถึงจะอ้วนกันไปบ้างก็ตาม แต่ที่ดีกว่าหน้าตาก็คือ ทุกคนมีมันสมองที่แปลกประหลาดและเป็นตัวของตังเองอย่างไม่น่าเชื่อ
เพราะเหตุนี้กระมังที่ทำให้พวกเรามารวมตัวกัน เพื่อจับหมู555
พวกเรารักการจับหมู จับหมูคือศาสดาของพวกเรา เอิ๊กๆ
จบข่าว
ดีใจกะเหี้ยแด๊ก เท่านี้ล่ะ
Posted by
T 0 5 E
Friday, June 13, 2008
111ปี ไทย-รัสเซีย
นานๆทีขอซีเรียสหน่อยนะจ๊ะ
ตะกี๊นี้นั่งดูรายการTNN PEOPLE อยู่ พึ่งดูหนแรก ชอบนะ แต่เคยผ่านๆเห็นตอนจบไปหนหนึ่ง นึกถึงหลายปีก่อนดูข่าวช่อง11ที่มีไฮโซมาอ่านข่าวกัน สมัยก่อนก็มี หม่อมหลวง ณัฐกร(ชื่อในขณะนั้น) เทวกุล เจ บุนนาค ศีกัญญา ศักดิเดชน์ ภาณุพันธ์ ที่จำได้ก็ประมาณนี้ละ มีคุณฮันนี่อีกคน อะไรๆ ยอดมณีอีกซักคนด้วย ประมาณนี้ละ แต่ละคนพูดอังกฤษไฟแลบๆ แต่ก็เป็นคนไทยแน่ๆ มีกลิ่นไทยพอควร ดูทุกวันเลย ชอบนะ ปัจจุบันแต่ละคนก็โดดเด่นไปคนละช่องกันไป เห็นคุณฮันนี่ช่อง80บ่อยๆ คุณ ณัฏฐกรณ์(ชื่อขณะนี้) ก็เห็นได้ทั่วไป
ชอบคุณปลื้มคนที่ทำรายการภาคภาษาอังกฤษ เพราะดูไม่แข็งกร้าวหรือแย่งแขกผู้ร่วมรายการพูดจนเกินไป จะบอกเขาเถียงไม่ทันคงไม่ใช่เพราะเขาก็ใช้ภาษาอังกฤษได้ไม่แพ้ไทย แม้จะมีสำเนียงกลื่นไทยอยู่นิดนึง(นิดเดียวจริงๆ) เราคิดมาแต่เด็กว่าไม่ต้องพูดอังกฤษได้แบบเนทีฟหรอก แต่ต้องพูดให้เถียงฝรั่งได้ในรูปแบบนี้ล่ะ แต่มันยากนะ มันไม่ง่ายหรอก คุณปลื้มแกเรียนมาด้าน IR จากโรงเรียนระดับโลก ก็เก่งนะละ แกไม่ได้เรียนมาด้านเศรษฐกิจนี่นา แม้จะทำงานที่เนชั่นมาก็ตาม แต่สัมภาษณ์ท่านทูตก็ต้องใช้คนมีระดับมีศักดิ์ศรีแบบนี้ละ แต่ไม่ว่าทูตประเทศไหนก็ไม่จำเป็นต้องพูดได้สำเนียงเนถีฝนี่นา แต่ต้องเขียนได้แบบเนถีฝ
ถ้านับแค่สำเนียงภาษาอังกฤษแน่นอนละ ไอ้แบ๊ง(พชร ปัญญายงค์)เลิศกว่า แต่ถ้านับความรู้ด้านรัฐศาสตร์แบบที่สนทนากับท่านเอกอัครราชทูตรัสเซีย คุณ ปลื้มย่อมดีกว่า เราเรียกไอ้แบ๊งนะ ตามศักดิ์ที่รู้จักกัน (ฉลองวันเกิดวัย28พร้อมกัน เป่าเค้กพร้อมกัน2คน)ส่วนคุณปลื้มก็เรียกตามสรรพนามบุรุษที่3ที่เรียกหม่อมหลวง
เมื่อ 11ปีก่อนวันนี้ละ 12 มิย คุณ เล็ก จุลจักร จักรพงษ์ (ฮิวโก้) ขึ้นปกพลอยแกมเพชร เขียนว่า 100 ปี ความสัมพันธ์ไทย-รัสเซีย ตอนเราเห็นปกหนแรกเราก็นึกแบบ โห จ๊าบว่ะ ใช้คนแทนสัญลักษณ์นี่ใช่เลย ตอนนั้นเขาเรื่มดังแล้ว และก็รู้ๆกันอยู่ว่า เขาเป็นพระราชนัดดาในพระองค์เจ้าจักรพงษ์ภูวนาถ พระราชบิดาของเจ้าฟ้าพระองค์ดัง พระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์ ๆ ทรงพระราชนิพนธ์ "เกิดวังปารุสก์" เอาไว้เป็นหนังสือชั้นดีในยุคนี้เลย หนามากๆ เรื่องราวยุคเปลี่ยนแปลงการปกครองที่เขียนโดยเจ้ามีน้อยมากถ้าเทียบปริมาณกับที่เขียนโดยคนในกลุ่มคณะราษฏร์
มีคราวหนึ่งหลายปีก่อนดูในทีวีรายการท่องเที่ยว คุณ พลอยไพลิน เจนเซ่น เดินแนะนำเกาะรัตนโกสินทร์ แล้วชี้ไปว่านี่บ้านฮิวโก้ คนบอกกันว่า เล็กเป็นญาติเรา เราดูแล้วดูน่ารักดีนะ พวกลูกครึ่งพวกนี้ ปัจจุบันวังจักรพงษ์ เปิดจักรพงษ์วิลล่า 6หลัง ราคาเช่าต่อคืน600ยูเอสดี สองคนนี้มีปู่เป็นพี่น้องกัน (ปู่ของคุณ พลอย ชื่อเล่น(ราชาศัพท์ไรหรอ)ว่า ทูลกระหม่อม แดง อันนี้เราจำได้ ปู่คุณ เล็ก ชือ่เล่นอะไร นึกไม่ออก)
พระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์ทรงเป็นพระอุปถัมภ์ พระญาติผู้หลาน พระองค์เจ้าพีระ เจ้าฟ้าขยันขับรถแข่งของคนไทยนั่นเอง ถ้าอ่านตามประวัติศาตร์ เรื่องราวพวกนี้สนุกมากๆ และแน่นอนเรื่องราวพวกนี้ทำให้เกิดการเปลี่ยนเเปลง(สูงยิ่ง)เกี่ยวกับระบอบประชาธิปไตยในประเทศไทย ถ้าพระองค์เจ้าพีระมีโอรส ธิดา ก็ต้องใช้ราชสกุล ภาณุพันธ์แบบคุณ ศีกัญญา นะละ วันก่อนนู้นเดินๆเจอคุณศีกัญญาแกอัดรายการที่เซ็นทั่นเวิน แม่เห็นกล้อง แม่หันมาถามว่า ดาราหรอลูกสวยเชียว เราหันไปบอกแม่ว่า เขาเป็นผู้ประกาศข่าวนะแม่ พ่อบอกว่าแหวนเขาสวยเนอะ (แหวนเพชรรูปหัวใจสวยจริง ไม่ใหญ่แต่เห็นเด่นชัดมากๆ น้ำสวยจัด) เราหันไปบอกพ่อว่า ศักดิเดชน์ ภาณุพันธ์น่ะพ่อ พ่อก็พูดว่า อืม มิน่าล่ะ
วันนี้เห็นคุณปลื้มในรายการไรไม่รุ้ก็บอกพ่อว่า พวก เทวกุลเขาเก่งเนอะ เขาโดดเด่นกันทุกเจเนอเรชั่นเลย พอตอนดึกๆมาดูรายการนี้ก็นึกชอบใจ ทั้งๆที่แต่ก่อนเบื่อเลิกดูพิธีกรคนไปนานแล้ว ราชสกุล เช่น กิติยากร เทวกุล ยุคล พวกนี้โดดเด่นเหลือเกิน แต่ถ้ายุคปัจจุบัน(ไม่นับทุนลดาวัลย์)รวยสุดก็คง คุณชายเต่า โสณกุล เพราะแกขยันทำธุรกิจใหม่ๆเรือ่ยๆ ลงทุนทีนึงหลายๆพันล้านบาทนู้นแน่ะ
รายการวันนี้นำท่านเอกอัครราชทูตรัสเซียที่ประจำไทยมา3.5ปีมาออก รายการไม่มีโฆษณา พูดกันได้น้ำได้เนื้อสุดๆ คุยกันสารพัดเรื่อง ภาษาเพราะมากๆ ถ้าไม่มีคำแปลเราคงฟังได้ไม่หมด เป็นภาษาแบบนักการทูต( ปู่คุณปลิ้มเป็นเสนบดีปลัดกระทรวงการต่างประเทศพระองค์แรก) นักการทูตจะใช้ภาษาที่เพราะและไม่ทำร้ายคู่สนทนา มากด้วยมารยาทเสมอ และจะไม่เสือกกิจการภายในประเทศนั้นๆ เออ มีช่วงนึงที่ไม่มีซับไตเติ้นนนด้วย นั่งอมยิ้มคนเดียวเพราะท่านทูตตอบเกี่ยวกับวิถีประชาธิปไตยแบบไทยๆ
เราเองก็พึ่งทราบว่า ร้านอาหารไทยในมอสโกก็มีอยู่จำนวนนึง และอีกมากมายในรายละเอียดทั้งการลงทุนในปัจจุบันและ เรื่องราวในประวัติศาตร์
เมื่อปีที่แล้ว สมเด็จพระนางเจ้าฯ ทรงเสด็จพระราชดำเนินเยือนรัสเซียอย่างเป็นทางการ ตามคำเชิญของ ปธน วลาดิเมียร์ ปูติน อดีตสายลับเคจีบี(ใช้ดีจึงบอกเพือ่น) ได้รับการถวายการต้อนรับเช่นเดียวกับล้นเกล้ารัชกาลที่5 ทั้งเมนูพระกระยาหารเดียวกัน เรือนรับรองเดียวกัน เด็กเสิบแต่งชุดเดียวกัน ฯลฯ
สมัยล้นเกล้ารัชกาลที่5 สมเด็จพระเจ้าซาร์นิโคลัสที่2 ขณะดำรงอิสริยยศเป็นสมเด็จพระยุพราช ทรงเสด็จเยือน สยาม มีการเฉลิมฉลองยิ่งใหญ่เหมือนครั้งฉลองกรุง100ปี ซึ่งส่งผลอันดีถึงความสัมพันธ์ทางการทูตอันดีเยี่ยมของไทยและรัสเซีย ทำให้ประเทศไทยรอดพ้นจากการยึดครองการล่าอาณานิคมจากชาติตะวันตก และล้นเกล้ารัชกาลที่5ก็ส่งพระราชโอรสองค์สำคัญไปศีกษาวิชาทหารที่รัสเซีย นั่นคือ พระองค์เจ้าจักรพงษ์ภูวนาถนั่นเอง
ในรายการก็ได้พูดถึงทางรถไฟสาย ทรานซ์ ไซบีเรียด้วย เรานึกอยากเดินทางด้วยทางสายนี้มาแต่เด็กๆ ตอนเราเด็กสมัยเป็นสหภาพโซเวียด พ่อเคยไป แล้วขึ้นรถไฟเส้นนี้ด้วย ของสวยๆงามๆหลายอย่างเขาซื้อมาในราคาแสนถูก นาฬิกาข้อมือที่ใครๆชมว่าสวยราคา80บาทเอง วันนี้ตอนก่อนแกนอนเรายังถามเลยว่า เชิรน์บุนใหญ่สุดในโลกใช่ป่ะพ่อ แล้วพ่อประทับใจวังไหนที่สุดในโลก พ่อบอกว่า ชีวิตนี้ลุกต้องไปวังที่เซ๊นต์ปีเตอร์สเบิกนะลูก สวยมากๆ เดิน7วันก็ไม่หมด ยิ่งพอฟังรายการนี้แล้วยิ่งน่าไป เราคุยกันเรื่องท่องเที่ยวเพราะเราคุยกันว่าเราสองคนอิจฉาชีวิตแบบ เรย์ แมคโดนั่ลด์มากๆ มันเจ๋งสุดตีนเลยว่ะ
ถ้าพ่อไม่นอนไปก่อนรายการนี้มา คงมีเรื่องเม้ากันได้ทั้งคืน เราสามารถเดินทางจากจีนไปรัสเซียโดนรถไฟได้ และจากรัสเซียเข้ายุโหรพได้ อันนี้เราดูแผนที่โลกมาเมื่อไม่นานนี้ในโตเกียวแล้วฝันไปว่าวันนึงต้องไปให้จงได้
คนไทยไปเที่ยวรัสเซียปีละ20000คน คนรัสเซียมาพักร้อนตากแดดทะเลไทยปีละ300000คน อันนี้ก็ฟังมาจากในรายการ
ผลไม้ไทยก็ขายไม่ดีหรอก บนโลกนี้ ผลไม้ไทยไม่ได้ขายดีนักหรอก มีแค่บางที่เขากินกัน แพงน่ะจริง ขายได้ราคาน่ะจริง แต่ไม่ได้แปลว่า เป็นที่นิยม ตอนอยู่ญี่ปุ่น เราสนทนากับ มรว จิ ราคม กิติยากร อัครราชทูตฝ่ายการพาณิชย์บ่อยๆ ในบ้านท่าน เพราะพ่อเราอยากทำค้าส่งพืชไร่มานานแล้ว แต่ลุงจี๋แกก็บอกตรงๆน่ะละ ว่ามันไม่ง่าย
ดึกมากๆแล้ว
ทิ้งท้ายว่า ทุเรียนที่โตเกียวลูกละเป็นหมื่นเยน (น่าค้าส่งพืชไร่ไหมล่ะ)
ปล. วันไรหว่า อัพเดทบล๊อกสองหน แต่ตอนนี้อารมณ์ดีขึ้นมาก ชีวิตไม่ขออะไรมากหรอก ขอแค่เธอพูดจาดีดีกับฉัน แล้วซักวันนึงเราไปเที่ยวเซ๊นปีเต้อรสเบิกด้วยกันเถอะ ฝันเข้าไป ฝันเข้าไป
ตะกี๊นี้นั่งดูรายการTNN PEOPLE อยู่ พึ่งดูหนแรก ชอบนะ แต่เคยผ่านๆเห็นตอนจบไปหนหนึ่ง นึกถึงหลายปีก่อนดูข่าวช่อง11ที่มีไฮโซมาอ่านข่าวกัน สมัยก่อนก็มี หม่อมหลวง ณัฐกร(ชื่อในขณะนั้น) เทวกุล เจ บุนนาค ศีกัญญา ศักดิเดชน์ ภาณุพันธ์ ที่จำได้ก็ประมาณนี้ละ มีคุณฮันนี่อีกคน อะไรๆ ยอดมณีอีกซักคนด้วย ประมาณนี้ละ แต่ละคนพูดอังกฤษไฟแลบๆ แต่ก็เป็นคนไทยแน่ๆ มีกลิ่นไทยพอควร ดูทุกวันเลย ชอบนะ ปัจจุบันแต่ละคนก็โดดเด่นไปคนละช่องกันไป เห็นคุณฮันนี่ช่อง80บ่อยๆ คุณ ณัฏฐกรณ์(ชื่อขณะนี้) ก็เห็นได้ทั่วไป
ชอบคุณปลื้มคนที่ทำรายการภาคภาษาอังกฤษ เพราะดูไม่แข็งกร้าวหรือแย่งแขกผู้ร่วมรายการพูดจนเกินไป จะบอกเขาเถียงไม่ทันคงไม่ใช่เพราะเขาก็ใช้ภาษาอังกฤษได้ไม่แพ้ไทย แม้จะมีสำเนียงกลื่นไทยอยู่นิดนึง(นิดเดียวจริงๆ) เราคิดมาแต่เด็กว่าไม่ต้องพูดอังกฤษได้แบบเนทีฟหรอก แต่ต้องพูดให้เถียงฝรั่งได้ในรูปแบบนี้ล่ะ แต่มันยากนะ มันไม่ง่ายหรอก คุณปลื้มแกเรียนมาด้าน IR จากโรงเรียนระดับโลก ก็เก่งนะละ แกไม่ได้เรียนมาด้านเศรษฐกิจนี่นา แม้จะทำงานที่เนชั่นมาก็ตาม แต่สัมภาษณ์ท่านทูตก็ต้องใช้คนมีระดับมีศักดิ์ศรีแบบนี้ละ แต่ไม่ว่าทูตประเทศไหนก็ไม่จำเป็นต้องพูดได้สำเนียงเนถีฝนี่นา แต่ต้องเขียนได้แบบเนถีฝ
ถ้านับแค่สำเนียงภาษาอังกฤษแน่นอนละ ไอ้แบ๊ง(พชร ปัญญายงค์)เลิศกว่า แต่ถ้านับความรู้ด้านรัฐศาสตร์แบบที่สนทนากับท่านเอกอัครราชทูตรัสเซีย คุณ ปลื้มย่อมดีกว่า เราเรียกไอ้แบ๊งนะ ตามศักดิ์ที่รู้จักกัน (ฉลองวันเกิดวัย28พร้อมกัน เป่าเค้กพร้อมกัน2คน)ส่วนคุณปลื้มก็เรียกตามสรรพนามบุรุษที่3ที่เรียกหม่อมหลวง
เมื่อ 11ปีก่อนวันนี้ละ 12 มิย คุณ เล็ก จุลจักร จักรพงษ์ (ฮิวโก้) ขึ้นปกพลอยแกมเพชร เขียนว่า 100 ปี ความสัมพันธ์ไทย-รัสเซีย ตอนเราเห็นปกหนแรกเราก็นึกแบบ โห จ๊าบว่ะ ใช้คนแทนสัญลักษณ์นี่ใช่เลย ตอนนั้นเขาเรื่มดังแล้ว และก็รู้ๆกันอยู่ว่า เขาเป็นพระราชนัดดาในพระองค์เจ้าจักรพงษ์ภูวนาถ พระราชบิดาของเจ้าฟ้าพระองค์ดัง พระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์ ๆ ทรงพระราชนิพนธ์ "เกิดวังปารุสก์" เอาไว้เป็นหนังสือชั้นดีในยุคนี้เลย หนามากๆ เรื่องราวยุคเปลี่ยนแปลงการปกครองที่เขียนโดยเจ้ามีน้อยมากถ้าเทียบปริมาณกับที่เขียนโดยคนในกลุ่มคณะราษฏร์
มีคราวหนึ่งหลายปีก่อนดูในทีวีรายการท่องเที่ยว คุณ พลอยไพลิน เจนเซ่น เดินแนะนำเกาะรัตนโกสินทร์ แล้วชี้ไปว่านี่บ้านฮิวโก้ คนบอกกันว่า เล็กเป็นญาติเรา เราดูแล้วดูน่ารักดีนะ พวกลูกครึ่งพวกนี้ ปัจจุบันวังจักรพงษ์ เปิดจักรพงษ์วิลล่า 6หลัง ราคาเช่าต่อคืน600ยูเอสดี สองคนนี้มีปู่เป็นพี่น้องกัน (ปู่ของคุณ พลอย ชื่อเล่น(ราชาศัพท์ไรหรอ)ว่า ทูลกระหม่อม แดง อันนี้เราจำได้ ปู่คุณ เล็ก ชือ่เล่นอะไร นึกไม่ออก)
พระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์ทรงเป็นพระอุปถัมภ์ พระญาติผู้หลาน พระองค์เจ้าพีระ เจ้าฟ้าขยันขับรถแข่งของคนไทยนั่นเอง ถ้าอ่านตามประวัติศาตร์ เรื่องราวพวกนี้สนุกมากๆ และแน่นอนเรื่องราวพวกนี้ทำให้เกิดการเปลี่ยนเเปลง(สูงยิ่ง)เกี่ยวกับระบอบประชาธิปไตยในประเทศไทย ถ้าพระองค์เจ้าพีระมีโอรส ธิดา ก็ต้องใช้ราชสกุล ภาณุพันธ์แบบคุณ ศีกัญญา นะละ วันก่อนนู้นเดินๆเจอคุณศีกัญญาแกอัดรายการที่เซ็นทั่นเวิน แม่เห็นกล้อง แม่หันมาถามว่า ดาราหรอลูกสวยเชียว เราหันไปบอกแม่ว่า เขาเป็นผู้ประกาศข่าวนะแม่ พ่อบอกว่าแหวนเขาสวยเนอะ (แหวนเพชรรูปหัวใจสวยจริง ไม่ใหญ่แต่เห็นเด่นชัดมากๆ น้ำสวยจัด) เราหันไปบอกพ่อว่า ศักดิเดชน์ ภาณุพันธ์น่ะพ่อ พ่อก็พูดว่า อืม มิน่าล่ะ
วันนี้เห็นคุณปลื้มในรายการไรไม่รุ้ก็บอกพ่อว่า พวก เทวกุลเขาเก่งเนอะ เขาโดดเด่นกันทุกเจเนอเรชั่นเลย พอตอนดึกๆมาดูรายการนี้ก็นึกชอบใจ ทั้งๆที่แต่ก่อนเบื่อเลิกดูพิธีกรคนไปนานแล้ว ราชสกุล เช่น กิติยากร เทวกุล ยุคล พวกนี้โดดเด่นเหลือเกิน แต่ถ้ายุคปัจจุบัน(ไม่นับทุนลดาวัลย์)รวยสุดก็คง คุณชายเต่า โสณกุล เพราะแกขยันทำธุรกิจใหม่ๆเรือ่ยๆ ลงทุนทีนึงหลายๆพันล้านบาทนู้นแน่ะ
รายการวันนี้นำท่านเอกอัครราชทูตรัสเซียที่ประจำไทยมา3.5ปีมาออก รายการไม่มีโฆษณา พูดกันได้น้ำได้เนื้อสุดๆ คุยกันสารพัดเรื่อง ภาษาเพราะมากๆ ถ้าไม่มีคำแปลเราคงฟังได้ไม่หมด เป็นภาษาแบบนักการทูต( ปู่คุณปลิ้มเป็นเสนบดีปลัดกระทรวงการต่างประเทศพระองค์แรก) นักการทูตจะใช้ภาษาที่เพราะและไม่ทำร้ายคู่สนทนา มากด้วยมารยาทเสมอ และจะไม่เสือกกิจการภายในประเทศนั้นๆ เออ มีช่วงนึงที่ไม่มีซับไตเติ้นนนด้วย นั่งอมยิ้มคนเดียวเพราะท่านทูตตอบเกี่ยวกับวิถีประชาธิปไตยแบบไทยๆ
เราเองก็พึ่งทราบว่า ร้านอาหารไทยในมอสโกก็มีอยู่จำนวนนึง และอีกมากมายในรายละเอียดทั้งการลงทุนในปัจจุบันและ เรื่องราวในประวัติศาตร์
เมื่อปีที่แล้ว สมเด็จพระนางเจ้าฯ ทรงเสด็จพระราชดำเนินเยือนรัสเซียอย่างเป็นทางการ ตามคำเชิญของ ปธน วลาดิเมียร์ ปูติน อดีตสายลับเคจีบี(ใช้ดีจึงบอกเพือ่น) ได้รับการถวายการต้อนรับเช่นเดียวกับล้นเกล้ารัชกาลที่5 ทั้งเมนูพระกระยาหารเดียวกัน เรือนรับรองเดียวกัน เด็กเสิบแต่งชุดเดียวกัน ฯลฯ
สมัยล้นเกล้ารัชกาลที่5 สมเด็จพระเจ้าซาร์นิโคลัสที่2 ขณะดำรงอิสริยยศเป็นสมเด็จพระยุพราช ทรงเสด็จเยือน สยาม มีการเฉลิมฉลองยิ่งใหญ่เหมือนครั้งฉลองกรุง100ปี ซึ่งส่งผลอันดีถึงความสัมพันธ์ทางการทูตอันดีเยี่ยมของไทยและรัสเซีย ทำให้ประเทศไทยรอดพ้นจากการยึดครองการล่าอาณานิคมจากชาติตะวันตก และล้นเกล้ารัชกาลที่5ก็ส่งพระราชโอรสองค์สำคัญไปศีกษาวิชาทหารที่รัสเซีย นั่นคือ พระองค์เจ้าจักรพงษ์ภูวนาถนั่นเอง
ในรายการก็ได้พูดถึงทางรถไฟสาย ทรานซ์ ไซบีเรียด้วย เรานึกอยากเดินทางด้วยทางสายนี้มาแต่เด็กๆ ตอนเราเด็กสมัยเป็นสหภาพโซเวียด พ่อเคยไป แล้วขึ้นรถไฟเส้นนี้ด้วย ของสวยๆงามๆหลายอย่างเขาซื้อมาในราคาแสนถูก นาฬิกาข้อมือที่ใครๆชมว่าสวยราคา80บาทเอง วันนี้ตอนก่อนแกนอนเรายังถามเลยว่า เชิรน์บุนใหญ่สุดในโลกใช่ป่ะพ่อ แล้วพ่อประทับใจวังไหนที่สุดในโลก พ่อบอกว่า ชีวิตนี้ลุกต้องไปวังที่เซ๊นต์ปีเตอร์สเบิกนะลูก สวยมากๆ เดิน7วันก็ไม่หมด ยิ่งพอฟังรายการนี้แล้วยิ่งน่าไป เราคุยกันเรื่องท่องเที่ยวเพราะเราคุยกันว่าเราสองคนอิจฉาชีวิตแบบ เรย์ แมคโดนั่ลด์มากๆ มันเจ๋งสุดตีนเลยว่ะ
ถ้าพ่อไม่นอนไปก่อนรายการนี้มา คงมีเรื่องเม้ากันได้ทั้งคืน เราสามารถเดินทางจากจีนไปรัสเซียโดนรถไฟได้ และจากรัสเซียเข้ายุโหรพได้ อันนี้เราดูแผนที่โลกมาเมื่อไม่นานนี้ในโตเกียวแล้วฝันไปว่าวันนึงต้องไปให้จงได้
คนไทยไปเที่ยวรัสเซียปีละ20000คน คนรัสเซียมาพักร้อนตากแดดทะเลไทยปีละ300000คน อันนี้ก็ฟังมาจากในรายการ
ผลไม้ไทยก็ขายไม่ดีหรอก บนโลกนี้ ผลไม้ไทยไม่ได้ขายดีนักหรอก มีแค่บางที่เขากินกัน แพงน่ะจริง ขายได้ราคาน่ะจริง แต่ไม่ได้แปลว่า เป็นที่นิยม ตอนอยู่ญี่ปุ่น เราสนทนากับ มรว จิ ราคม กิติยากร อัครราชทูตฝ่ายการพาณิชย์บ่อยๆ ในบ้านท่าน เพราะพ่อเราอยากทำค้าส่งพืชไร่มานานแล้ว แต่ลุงจี๋แกก็บอกตรงๆน่ะละ ว่ามันไม่ง่าย
ดึกมากๆแล้ว
ทิ้งท้ายว่า ทุเรียนที่โตเกียวลูกละเป็นหมื่นเยน (น่าค้าส่งพืชไร่ไหมล่ะ)
ปล. วันไรหว่า อัพเดทบล๊อกสองหน แต่ตอนนี้อารมณ์ดีขึ้นมาก ชีวิตไม่ขออะไรมากหรอก ขอแค่เธอพูดจาดีดีกับฉัน แล้วซักวันนึงเราไปเที่ยวเซ๊นปีเต้อรสเบิกด้วยกันเถอะ ฝันเข้าไป ฝันเข้าไป
Posted by
T 0 5 E
Thursday, June 12, 2008
love me not
ถ้าผู้หญิงที่เราเขียนจดหมายหาเขาทุกวัน เขากลับตาบอดมองไม่เห็นมัน และในวันที่เราไปพบเขา เขากลับพูดว่า ฉันไม่ต้องการความรัก <<< จากหนังเกาหีเรื่องlove me not ที่ดูตะกี๊
แต่อารัมภบทก่อน
จริงๆเขียนบล๊อกไว้เยอะ แต่อย่อีกคอมนึง และมีเรื่องอยากเล่าเยอะ แต่ก็คงไม่ได้ทำ มัวแต่โง่นั่งเขียนจดหมายอยู่หลายสิบชั่วโมงในรอบไม่กี่สัปดาห์นี้
...............
มีแต่เรื่องปวดเศียรเวียนเกล้า กว่าจะเข้าบล๊อกได้ก็เบือ่ไปเลย ห่าเอ๊ย บล๊อกตนเองทำไมเข้ายากเข้าเย็น
ฝนตกหนักยูบีซีดับ ก็เลยเอาหนังที่ยืมเพื่อนมาเมื่อคืนมาดู ชือ่เรื่อง love me not อยากดูหนังรักเกาหลีๆมานานแล้ว เดือนก่อนไปยืมเพื่อนสนิทเพือ่นเสือกให้หนังดนตรีญี่ปุ่นมา กูไม่ได้อยากดูละครญี่ปุ่นแม้เเต่น้อย ไม่ยอมดูเสียที เพื่อนงอน เอ้า เว้ กูอยากดูละครรักๆเกาหลี ไมได้อยากดูละครญี่ปุ่น อยู่ญี่ปุ่นมานานนะ รู้ดีละครญี่ปุ่นมักสร้างแรงบันดาลใจ ละครเกาหลีมักทำให้หลงใหลอยากมีคนรักดีดี ละครไทยก็ทำให้ไม่อยากมีครอบครัว(คงเป็นนโยบายคุมกำเนิดของภาครัฐละมั้ง)
ช่วงนี้มีปัญหาบางประการของชีวิต กลุ้มใจมากๆ พึ่งมากลุ้มไม่กี่วันนี้หรอก เลยพาลพยายามเก็บตัวด้วย กลัวไปฟาดงวงฟาดงาคนที่คุณรักเข้า จะเป็นปัญหาลุกลามไปกันใหญ่
เมื่อวานเดินทางไกลหลายแสนเมตรมานั่งนิ่งๆที่ปั๊มเชลล์ ริมถนนวิภาวดี ปัญญาอ่อนพอๆกะการคุยโทรศัพท์หน้าบ้านชาวบ้าน ซึ่งนับไปก็กระจอกมากๆ หากเดินทางแค่ไม่กี่แสนเมตรมานั่งโง่ๆนิ่งๆ เพราะถ้าเดินทางเป็นหมื่นๆกิโลเมตรมานั่งนิ่งๆโง่ๆนั่นน่าเซ็งกว่า
วันก่อนคุยกะเพื่อนหล่อนเล่าว่า อิทธิฤทธิ์ของเธอคือ การให้ผู้ชายที่จีบขับรถมานับหลายสิบกิโลเมตรมาแล้วก็ให้วนไปใหม่ อันนั้นก็ฟังดูตลกดี เราบอกว่า เขาคงไม่ตลกหรอก เป็นกูกูเอาตีนยันหน้ามึงตกเก้าอี้เลย555 ล้อเล่นๆ เกิดเป้นผู้ชายต้องอดทน
เออ วันก่อนไปบางแสน มีคนถามถึงบางปู เราเล่าเรื่อง2499ไปว่าที่พูดว่า แดง ภาอยากไปบางปู แล้วแดงหันมาทำหน้าหล่อใส่ว่า ภาเป็นเมียเราต้องอดทน คืนต่อมา เราเจอปุ๊ระเบิดขวดที่โกบู้ นึกไปก็ขำ ร้อยวันพันปีไม่เคยเห็นพวกนี้เลย พอพูดถึงก็เจอ เมื่อคืนไปกินข้าวหมูกรอบสุดอร่อย ก็เจอ วัลภา เจอได้ไงล่ะ
เพือ่นสนิทมารับเพราะดูเรางอแงมากๆ ขึ้นรถมา มันถามว่ามึงจะงอนเขาไรนักหนา เราบอกไม่รู้ ช่วงนี้กูอารมณ์ไม่ดี ไปขอดแบ่ท แล้วไปแดกข้าวต่อ อยากกินหมูกะทะมากๆ เพราะไปกินเจมาเป็นสิบวัน ไม่มีใครสนองความต้องการ งอนนนน เพื่อนทั้งสี่ก็ดูจะคิดถึงเรา เพราะรู้ว่าอีกไม่กี่วันหรอก เราก็ไม่อยู่ไทยแล้ว
ตอนตีสองกว่าๆ มีเรื่องน่าตกใจโผล่มาทางอีเมลด้วย เล่าสู่กันฟังกับเพื่อนทั้งสี่ พาลนึกขึ้นได้ว่า โศกนาฏกรรมของบุรุษคือ ความโง่เขลา เราไม่น่าเล่าให้ใครฟังเลยด้วยซ้ำ แค่นี้คนก็สมเพชเราจะแย่เเล้ว
เรื่องทั้งหลายที่ทำเมือ่สองเดิอนก่อน ผลออกมาจัญไรดีแท้ ช่วงนี้ต้องการกำลังใจ ต้องการมากๆ อยากนอนเฉยๆไม่รับรู้ใดๆในชีวิตไปซักสามวัน
เมื่อวานตอนตีสี่โทรไปหาไอ้นนท์ มันพูดแบบว่า ดูเท่าทันกันดีนะ เราไม่ค่อยขำ หลังๆนี้ทำไรก็ไม่ขำ
ชอบเวลาโทรหานนท์ดึกๆ ดูมันจะเห็นคุณค่าในตัวเรา มันก็คงรู้ละว่าเวลาดึกๆเรามักรู้สึกเหงาๆ
...................
เข้าเรื่องหนังดีกว่า
ถ้าผู้หญิงที่เราเขียนจดหมายหาเขาทุกวัน เขากลับตาบอดมองไม่เห็นมัน และในวันที่เราไปพบเขา เขากลับพูดว่า ฉันไม่ต้องการความรัก
ตะกี๊ดูหนังเรื่องนีอยู่ดูแล้ว นึกถึงอะไรกันดี ชีวิตฉํนอยู่ในกำมือผู้หญิงตาบอดหรือไง แล้วทำไมกัน นางเอกหน้าเหมือนละครออท่ำอินมายฮ้าดไหมไม่รู้เพราะไม่เคยดูแต่เคยอ่านหนังสือเล่มนี้
ชีวิตฉันอยู่ในกำมือผู้หญิงตาบอดหรือไง
เมื่อวานก่อนเมย์มาที่บ้าน เปิดบ้านสวยๆให้ดูให้ชมกัน ดูเขาตื่นเต้น บอกว่าน่าถ่ายละครนะ เราขำๆ บอกไปว่า ท่านมุ้ยเคยมาถ่ายหนัง แล้วขำขันกันไป
ทำไมบ้านในหนังเกาหลีมักใหญ่เหลือเกิน ทำไมใครๆที่ไปมาก็มักบอกว่าเกาหลีเป็นประเทศยากจน กทม ศิวิไลซ์กว่า แต่ในละครมันไม่ใช่นี่ เราเองก็ไม่เคยไป อยากไปเหมือนกัน แต่แค่คิดถึงเรื่องเพื่อนเกาหลีทำกับกูเมือ่ไม่นานนี้แล้วมันเจ็บว่ะ ยังนึกไม่ออกว่าจะแก้ปัญหายังไง
เรา2คนจะอยู่ด้วยกัน ขอเพืยงเธอเปิดใจบ้าง
รู้สึกยังไงที่ลืมความทรงจำที่เก็บเอาไว้
สัมผัสกอดกันก็มีความสุขดีนะ
ความเศร้ามาตามความสุขนะ เธอจะรู้สึกไม่อยากตาย ทำให้คนกล้ากลับมาใช้ชีวิตคนเดียวด้วย กล้ได้อีกครั้งเพราะรู้ว่า หากล้มลงแล้วยังมีคนรองรับช่วยเหลือ
นกึถงคำเพื่อนสนิทบอกว่า ต้องมาหัดใช้ชีวิตคนเดียวหลังเลิกรากับคนรักไป
ทำไมชีวิตต้องมีองค์ประกอบที่มองไม่เห็นด้วยนะ
หิ่งห้อยสวยๆและรุปที่หายไป นึกไปถึงเคยเห็นหิ่งห้อยมากสุดในชีวิต กะคนหลายคน รูปชุดนั้นหายไปเพราะคอมพัง เสียดาย ทริพที่ดีที่สุดในชีวิตกะต้อม
ดูภาพผู้หญิงป้อนยาใส่ปาก นึกไปถึงไส้กรอกโรลที่เราเคยป้อนให้ใคร
หน้าเป็นน้ำ หลังเป็นภูเขา
เมื่อวานก่อนยินดูสาแหรกอยู่พบว่า ถ้าพี่น้องพ่อเดียวกันแต่งง่านกันอายุลูกๆจะสั้นมากๆ จริงแท้แน่นอน แล้วทำไมละครเกาหลีพี่น้องต่างสายเลือดมักรักกัน เราไม่คอ่ยเข้าใจไรนัก
ตอนหลังๆ นางเอกพูดว่า พี่กรุณาไปเงียบๆเหมือนไมอะไรเกิดขึ้น ฉันจะได้คิดว่าความทรงจำที่เกิดขึ้นกับคุณเป็นความฝัน
เราคิดว่าอำนาจแห่งความรักนี่มันน่าทึ่ง
พี่สามารถเขียนจดหมายได้เป็น1000ครั้ง แล้วแสร้งให้เธอได้เห็น
ถ้ามีผู้หญิงมองเราด้วยสายตาฉ่ำรักขนาดนั้นคงรู้สึกอบอุ่นจังเลย
ที่พิมพ์ๆๆมาก็จดด้วยลายมือขยุกขยุยไว้ในสมุด ตอนนั่งดูเงียบๆคนเดียว ฝนตกหนักด้วย บรรยากาศดีทีเดียว ถ้าได้นั่งดูหนังกะคนที่เรารักก็คงดีไม่น้อย
ภาพยนตร์เรื่องแฮปปิเหน็ส พูดว่า ทำไมจูบแล้วถึงได้โหยหารสจูบอีกนะ พึ่งจูบไปตะกี๊เอง
แต่หนังที่ดูจบแล้วรู้สึกดีที่สุดในรอบเป็นปีๆก็เรื่อง my blueberry nights ตอนจบอิ่มใจขึ้นมาแบบวูบใหญ่ๆเหมือนลมพัดเลย อิ่มมากๆ มากจนไม่น่าเชื่อ
ตอนดูหนังกะตอนนี้คนละอารมณ์เลย ปวดหัวแล้วไปพาลแม่อีกแล้ว พูดจาดีดีกับแม่ซิ อีกไม่กี่นานก็จะไม่ได้เจอกันแล้ว จะอีกกี่วันกันเชียว
อ้อ ขอบคุณน้องพิมที่ซือ้หนังแผ่นนี้มาวางไว้ที่บ้านเพื่อนเรา หนังดีมาตรฐานเกาหลี เพลงร้องโดย บัว
แย่ว่ะ บันทึกได้ห่วยมากๆ คอมก็ห่วย อารมณ์ก็บูด ต้องเป็นแบบนี้ไปอีกนานแค่ไหนนะ เมือคืนพูดกับนนท์ว่า ถ้ากูใช้ตรรกวิธีการตัดสินใจแบบที่กูใช้มาตลอดหลายปีในชีวิตช่วงนี้นะ รับรอง เหี้ยนกันไปหมดแล้ว แต่ต้องอดทนไปทุกๆอย่าง ต้องหัดอดทนกันบ้าง เรื่องทำมาหาแดกเนี่ยต้องดทนสูงมากๆ ต้องหัดอดทนต่ออารมณ์ตนเองด้วย นนท์บอกว่านานๆทีจะเห็นพี่อดทนอะไรแบบนี้
เราเล่าเรื่องขุดบ่อ เราบอกว่าเราเบื่อการขุดบ่อดินลงไป1เมตรแล้วไม่เจอน้ำ แล้วเราก็ย้ายไปขุดบ่อใหม่ เราคงต้องตั้งใจขุดบ่อเป็นสิบๆเมตรซักบ่อนึงเสียที การงานก็เหมือนกัน เมื่อวานพึ่งเจอหุ้นส่วนเก่าพ่อเอง เขาขับรถมาส่ง ไม่เจอกันนานเป็นปีๆ
เบื่อความรับผิดชอบที่ตนเองต้องมีเหมือนกัน แต่ทำไงได้ ต้องทำก็คือต้องทำ
ครวยเอ๊ย หิวจัง หาไรกินดีกว่า อารมณ์บูดมากๆ อยากไปว่ายน้ำแก้เครียด
แต่อารัมภบทก่อน
จริงๆเขียนบล๊อกไว้เยอะ แต่อย่อีกคอมนึง และมีเรื่องอยากเล่าเยอะ แต่ก็คงไม่ได้ทำ มัวแต่โง่นั่งเขียนจดหมายอยู่หลายสิบชั่วโมงในรอบไม่กี่สัปดาห์นี้
...............
มีแต่เรื่องปวดเศียรเวียนเกล้า กว่าจะเข้าบล๊อกได้ก็เบือ่ไปเลย ห่าเอ๊ย บล๊อกตนเองทำไมเข้ายากเข้าเย็น
ฝนตกหนักยูบีซีดับ ก็เลยเอาหนังที่ยืมเพื่อนมาเมื่อคืนมาดู ชือ่เรื่อง love me not อยากดูหนังรักเกาหลีๆมานานแล้ว เดือนก่อนไปยืมเพื่อนสนิทเพือ่นเสือกให้หนังดนตรีญี่ปุ่นมา กูไม่ได้อยากดูละครญี่ปุ่นแม้เเต่น้อย ไม่ยอมดูเสียที เพื่อนงอน เอ้า เว้ กูอยากดูละครรักๆเกาหลี ไมได้อยากดูละครญี่ปุ่น อยู่ญี่ปุ่นมานานนะ รู้ดีละครญี่ปุ่นมักสร้างแรงบันดาลใจ ละครเกาหลีมักทำให้หลงใหลอยากมีคนรักดีดี ละครไทยก็ทำให้ไม่อยากมีครอบครัว(คงเป็นนโยบายคุมกำเนิดของภาครัฐละมั้ง)
ช่วงนี้มีปัญหาบางประการของชีวิต กลุ้มใจมากๆ พึ่งมากลุ้มไม่กี่วันนี้หรอก เลยพาลพยายามเก็บตัวด้วย กลัวไปฟาดงวงฟาดงาคนที่คุณรักเข้า จะเป็นปัญหาลุกลามไปกันใหญ่
เมื่อวานเดินทางไกลหลายแสนเมตรมานั่งนิ่งๆที่ปั๊มเชลล์ ริมถนนวิภาวดี ปัญญาอ่อนพอๆกะการคุยโทรศัพท์หน้าบ้านชาวบ้าน ซึ่งนับไปก็กระจอกมากๆ หากเดินทางแค่ไม่กี่แสนเมตรมานั่งโง่ๆนิ่งๆ เพราะถ้าเดินทางเป็นหมื่นๆกิโลเมตรมานั่งนิ่งๆโง่ๆนั่นน่าเซ็งกว่า
วันก่อนคุยกะเพื่อนหล่อนเล่าว่า อิทธิฤทธิ์ของเธอคือ การให้ผู้ชายที่จีบขับรถมานับหลายสิบกิโลเมตรมาแล้วก็ให้วนไปใหม่ อันนั้นก็ฟังดูตลกดี เราบอกว่า เขาคงไม่ตลกหรอก เป็นกูกูเอาตีนยันหน้ามึงตกเก้าอี้เลย555 ล้อเล่นๆ เกิดเป้นผู้ชายต้องอดทน
เออ วันก่อนไปบางแสน มีคนถามถึงบางปู เราเล่าเรื่อง2499ไปว่าที่พูดว่า แดง ภาอยากไปบางปู แล้วแดงหันมาทำหน้าหล่อใส่ว่า ภาเป็นเมียเราต้องอดทน คืนต่อมา เราเจอปุ๊ระเบิดขวดที่โกบู้ นึกไปก็ขำ ร้อยวันพันปีไม่เคยเห็นพวกนี้เลย พอพูดถึงก็เจอ เมื่อคืนไปกินข้าวหมูกรอบสุดอร่อย ก็เจอ วัลภา เจอได้ไงล่ะ
เพือ่นสนิทมารับเพราะดูเรางอแงมากๆ ขึ้นรถมา มันถามว่ามึงจะงอนเขาไรนักหนา เราบอกไม่รู้ ช่วงนี้กูอารมณ์ไม่ดี ไปขอดแบ่ท แล้วไปแดกข้าวต่อ อยากกินหมูกะทะมากๆ เพราะไปกินเจมาเป็นสิบวัน ไม่มีใครสนองความต้องการ งอนนนน เพื่อนทั้งสี่ก็ดูจะคิดถึงเรา เพราะรู้ว่าอีกไม่กี่วันหรอก เราก็ไม่อยู่ไทยแล้ว
ตอนตีสองกว่าๆ มีเรื่องน่าตกใจโผล่มาทางอีเมลด้วย เล่าสู่กันฟังกับเพื่อนทั้งสี่ พาลนึกขึ้นได้ว่า โศกนาฏกรรมของบุรุษคือ ความโง่เขลา เราไม่น่าเล่าให้ใครฟังเลยด้วยซ้ำ แค่นี้คนก็สมเพชเราจะแย่เเล้ว
เรื่องทั้งหลายที่ทำเมือ่สองเดิอนก่อน ผลออกมาจัญไรดีแท้ ช่วงนี้ต้องการกำลังใจ ต้องการมากๆ อยากนอนเฉยๆไม่รับรู้ใดๆในชีวิตไปซักสามวัน
เมื่อวานตอนตีสี่โทรไปหาไอ้นนท์ มันพูดแบบว่า ดูเท่าทันกันดีนะ เราไม่ค่อยขำ หลังๆนี้ทำไรก็ไม่ขำ
ชอบเวลาโทรหานนท์ดึกๆ ดูมันจะเห็นคุณค่าในตัวเรา มันก็คงรู้ละว่าเวลาดึกๆเรามักรู้สึกเหงาๆ
...................
เข้าเรื่องหนังดีกว่า
ถ้าผู้หญิงที่เราเขียนจดหมายหาเขาทุกวัน เขากลับตาบอดมองไม่เห็นมัน และในวันที่เราไปพบเขา เขากลับพูดว่า ฉันไม่ต้องการความรัก
ตะกี๊ดูหนังเรื่องนีอยู่ดูแล้ว นึกถึงอะไรกันดี ชีวิตฉํนอยู่ในกำมือผู้หญิงตาบอดหรือไง แล้วทำไมกัน นางเอกหน้าเหมือนละครออท่ำอินมายฮ้าดไหมไม่รู้เพราะไม่เคยดูแต่เคยอ่านหนังสือเล่มนี้
ชีวิตฉันอยู่ในกำมือผู้หญิงตาบอดหรือไง
เมื่อวานก่อนเมย์มาที่บ้าน เปิดบ้านสวยๆให้ดูให้ชมกัน ดูเขาตื่นเต้น บอกว่าน่าถ่ายละครนะ เราขำๆ บอกไปว่า ท่านมุ้ยเคยมาถ่ายหนัง แล้วขำขันกันไป
ทำไมบ้านในหนังเกาหลีมักใหญ่เหลือเกิน ทำไมใครๆที่ไปมาก็มักบอกว่าเกาหลีเป็นประเทศยากจน กทม ศิวิไลซ์กว่า แต่ในละครมันไม่ใช่นี่ เราเองก็ไม่เคยไป อยากไปเหมือนกัน แต่แค่คิดถึงเรื่องเพื่อนเกาหลีทำกับกูเมือ่ไม่นานนี้แล้วมันเจ็บว่ะ ยังนึกไม่ออกว่าจะแก้ปัญหายังไง
เรา2คนจะอยู่ด้วยกัน ขอเพืยงเธอเปิดใจบ้าง
รู้สึกยังไงที่ลืมความทรงจำที่เก็บเอาไว้
สัมผัสกอดกันก็มีความสุขดีนะ
ความเศร้ามาตามความสุขนะ เธอจะรู้สึกไม่อยากตาย ทำให้คนกล้ากลับมาใช้ชีวิตคนเดียวด้วย กล้ได้อีกครั้งเพราะรู้ว่า หากล้มลงแล้วยังมีคนรองรับช่วยเหลือ
นกึถงคำเพื่อนสนิทบอกว่า ต้องมาหัดใช้ชีวิตคนเดียวหลังเลิกรากับคนรักไป
ทำไมชีวิตต้องมีองค์ประกอบที่มองไม่เห็นด้วยนะ
หิ่งห้อยสวยๆและรุปที่หายไป นึกไปถึงเคยเห็นหิ่งห้อยมากสุดในชีวิต กะคนหลายคน รูปชุดนั้นหายไปเพราะคอมพัง เสียดาย ทริพที่ดีที่สุดในชีวิตกะต้อม
ดูภาพผู้หญิงป้อนยาใส่ปาก นึกไปถึงไส้กรอกโรลที่เราเคยป้อนให้ใคร
หน้าเป็นน้ำ หลังเป็นภูเขา
เมื่อวานก่อนยินดูสาแหรกอยู่พบว่า ถ้าพี่น้องพ่อเดียวกันแต่งง่านกันอายุลูกๆจะสั้นมากๆ จริงแท้แน่นอน แล้วทำไมละครเกาหลีพี่น้องต่างสายเลือดมักรักกัน เราไม่คอ่ยเข้าใจไรนัก
ตอนหลังๆ นางเอกพูดว่า พี่กรุณาไปเงียบๆเหมือนไมอะไรเกิดขึ้น ฉันจะได้คิดว่าความทรงจำที่เกิดขึ้นกับคุณเป็นความฝัน
เราคิดว่าอำนาจแห่งความรักนี่มันน่าทึ่ง
พี่สามารถเขียนจดหมายได้เป็น1000ครั้ง แล้วแสร้งให้เธอได้เห็น
ถ้ามีผู้หญิงมองเราด้วยสายตาฉ่ำรักขนาดนั้นคงรู้สึกอบอุ่นจังเลย
ที่พิมพ์ๆๆมาก็จดด้วยลายมือขยุกขยุยไว้ในสมุด ตอนนั่งดูเงียบๆคนเดียว ฝนตกหนักด้วย บรรยากาศดีทีเดียว ถ้าได้นั่งดูหนังกะคนที่เรารักก็คงดีไม่น้อย
ภาพยนตร์เรื่องแฮปปิเหน็ส พูดว่า ทำไมจูบแล้วถึงได้โหยหารสจูบอีกนะ พึ่งจูบไปตะกี๊เอง
แต่หนังที่ดูจบแล้วรู้สึกดีที่สุดในรอบเป็นปีๆก็เรื่อง my blueberry nights ตอนจบอิ่มใจขึ้นมาแบบวูบใหญ่ๆเหมือนลมพัดเลย อิ่มมากๆ มากจนไม่น่าเชื่อ
ตอนดูหนังกะตอนนี้คนละอารมณ์เลย ปวดหัวแล้วไปพาลแม่อีกแล้ว พูดจาดีดีกับแม่ซิ อีกไม่กี่นานก็จะไม่ได้เจอกันแล้ว จะอีกกี่วันกันเชียว
อ้อ ขอบคุณน้องพิมที่ซือ้หนังแผ่นนี้มาวางไว้ที่บ้านเพื่อนเรา หนังดีมาตรฐานเกาหลี เพลงร้องโดย บัว
แย่ว่ะ บันทึกได้ห่วยมากๆ คอมก็ห่วย อารมณ์ก็บูด ต้องเป็นแบบนี้ไปอีกนานแค่ไหนนะ เมือคืนพูดกับนนท์ว่า ถ้ากูใช้ตรรกวิธีการตัดสินใจแบบที่กูใช้มาตลอดหลายปีในชีวิตช่วงนี้นะ รับรอง เหี้ยนกันไปหมดแล้ว แต่ต้องอดทนไปทุกๆอย่าง ต้องหัดอดทนกันบ้าง เรื่องทำมาหาแดกเนี่ยต้องดทนสูงมากๆ ต้องหัดอดทนต่ออารมณ์ตนเองด้วย นนท์บอกว่านานๆทีจะเห็นพี่อดทนอะไรแบบนี้
เราเล่าเรื่องขุดบ่อ เราบอกว่าเราเบื่อการขุดบ่อดินลงไป1เมตรแล้วไม่เจอน้ำ แล้วเราก็ย้ายไปขุดบ่อใหม่ เราคงต้องตั้งใจขุดบ่อเป็นสิบๆเมตรซักบ่อนึงเสียที การงานก็เหมือนกัน เมื่อวานพึ่งเจอหุ้นส่วนเก่าพ่อเอง เขาขับรถมาส่ง ไม่เจอกันนานเป็นปีๆ
เบื่อความรับผิดชอบที่ตนเองต้องมีเหมือนกัน แต่ทำไงได้ ต้องทำก็คือต้องทำ
ครวยเอ๊ย หิวจัง หาไรกินดีกว่า อารมณ์บูดมากๆ อยากไปว่ายน้ำแก้เครียด
Posted by
T 0 5 E
Subscribe to:
Posts (Atom)
About Me
- ทศ พิทักษากร
- Tokyo, Japan
- น้องสาวชื่อ ทอรุ้ง พ่อเป็นลูกคนเดียวของปู่กะย่า แม่เป็นลูกคนเดียวของตากะยาย น้องสาวมีลูกไม่ได้ ชอบเลี้ยงแมวมากกว่าหมา ตอนเด็กๆโดนหมางับที่โคนขา@เขาใหญ่ เลยไม่ค่อยรักมัน แมวเลี้ยงมาหลายตัวมากๆ หมาเลี้ยงมาและรักตัวเดียวชื่อ แตงโม ไก่แจ้ก็ชอบ ตอนเด็กที่บ้านมี๓๐ตัวได้ แต่้ตอนนี้อยากเลี้ยงนกยูง เ็ห้นว่าสวยดี เรื่องแฟนไม่คิดมาก ยังนึกไม่ออกว่าแต่งงานเมื่อไรดี แต่พ่อห้ามแต่งก่อนสามสิบ ส่วนจะมีบุตรสืบสกุลหรือไม่ ไม่ค่อยแน่ใจ เพราะหมอบอกว่าต้องดูสุขภาพภรรยาด้วย ว่ามีได้ไหม บ้านเราไม่ค่อยแข็งแรงกันอะ เป็นโรคทางพันธุกรรมบางอย่าง ความสามารถพิเศษ : เรียนจบนักธรรมตรี แต่ไม่เปรียญซักกะประโยค แต่ก็ยังขยันกินเหล้าอยู่ นอกจากทำมาหาเลี้ยงชีวิตแล้ว งานอดิเรกคือ ชอบอ่านหนังสือมากๆ ในรอบสี่ปีนี้ใช้ชีวิตในห้องสมุดเป็นหลัก สำหรับเราเราเรียกมันว่าโลกไร้กาลเวลา โดนดูดเข้าไปบ่อยๆ อ้อ เราสายตาไม่สั้นนะ ไม่เนิ้ดเลยด้วย เป็นผู้ชายตัวใหญ่ ใส่เสื้อที่ซื้อตามสวนจตุจักรไม่ได้ ชอบผู้หญิง ตัวเล็ก ผมสั้น ตาสวย แก้มใส เสียงหวานๆ พูดได้มากกว่าสองภาษา จะสามสี่ห้าภาษาก็ได้ไม่ว่ากัน เรียนเก่งๆ ญาติน้อยๆ ชอบอยู่บ้าน เล่นดนตรีได้ ทำบัญชีได้ ขับรถไม่เป็น