Monday, July 28, 2008

บ้าน EJ

0 comments
บ้านอีเจ

ห้าโมงตรง

ชื่อตอนแปลกๆมะ จะเล่าเรื่องอะไรดีก่อน มีหลายเรื่องอยากเล่าให้ฟัง ก่อนออกไปเดินสวนเสรีไทยกะแม่ และพาแม่ไปดูหนังหน่อย แม่งอนหลายวันแล้วที่เราเป็นอะไรแปลกๆ แต่ไม่ยอมบอกกัน (เมื่อวานซืนวันเกิดแม่ก็ฉลองกันตามปกติ)

ชื่อตอนว่าบ้านอีเจ เพราะว่า เมื่อวานผ่านในซอยอินทรามระ41ก็นึกได้ว่าไอ้โตเจริญมอเต้ออะไรนี่มันบ้านอีเจนี่หว่า กูเคยมา

เกิดมาชีวิตก็แทบไม่ได้ไปแถวๆนั้น อยู่ๆปีนี้ก็ไปบ่อยๆ

ตะกี๊ที่รักโทรมาเหมือนจะให้ไปหาที่บ้านเขาในซอยอินทรามระ41 แต่บอกไปตามตรงว่าไปไม่ได้ นัดแม่ไว้

ปกติเรากะแม่ก็ไม่ค่อยนัดกันหรอกเพราะเจอกันได้ตามปกติอยู่แล้ว แต่หลังๆแม่เริ่มรู้สึกว่าเราเป็นอะไรซักอย่างแปลกๆ แต่เราก็แปลกๆทุกๆหนที่จะเดินทาง ก็ปกติออก

เช้าเมื่อวานเขาโทรมาหาตอน9โมง เราก็งงๆ โทรมาเม้าแตกเป็นชั่วโมง เราก็เลยออกไปหา กูก็งงๆ ตอนตีห้าคืนก่อนก็โทรมาเม้า เป็นอะไรวะ นอนไป4ชั่วโมง จะต้องการอะไรเราล่ะ (ก็ตกลงเป็นแฟนไปแล้วไงล่ะ ยังไม่พอใจอีกหรือ) คิดว่าเราจะมีเวลาให้หรือไงกัน แต่ก็พอใจนะ ถ้าว่างตรงกัน เขาเลิกงานก็เจอกันได้ เราว่างอยู่บ้านตลอดเเหละ ถ้าเราขี้เกียจออกจากบ้านเขาอยากขับรถไกลๆมาหาเราเราก็ยินดี แต่เห็นบอกว่าเมื่อคืนไปเที่ยว เราก็คิดว่าไปเที่ยวน่ะต่างคนต่างไปน่ะดีแล้ว ไม่ใช่ไม่เป็นห่วงแต่ก็ไม่ได้นึกอยากไปด้วย ให้ไปส่งให้ไปรับน่าจะเหมาะกว่า แต่ไม่คิดมากอะไร

ก็แค่ก่อนเขานอนโทรหาเรา ตอนตื่นโทรหาเรา ขอสองเวลานี้ก็น่าจะพอ

เวลาที่เหลือในชีวิตจะไปไหน ทำงาน ทำอะไร กับใคร ก็ไม่เป็นไร เขาบอกว่า เขาก็คิดแบบนี้เช่นกัน


เอ๊ะ เข้าเรื่องบ้านอีเจดีกว่า

อีเจนั่งเรียนหลังเราตอนมอห้า เคยเป็นแฟนไอ้ป้อง ก็คือ โดยความสัมพันธ์ก็ใกล้ชิดกันน่ะแหละ แล้วก็หายไปแทบไม่เคยเจอกันเลย(ขนาดอยู่ธรรมศาสตร์รังสิตทั้งคู่นะเนี่ย)

เจอหนนึงตอนน้องเรากะน้องเจ รับปริญญาที่เอแบ่คเมื่อต้นปี วันนั้นก็ยังงงๆแบบเอ๊ จำได้ว่าน้องเราสองคนโคตรเด็กเลยไม่ใช่หรอวะ

ตอนนี้โตทันกันหมดแล้ว(จริงๆ)

สมัยก่อนไม่มีมือถือ ไม่มีmsn ไม่มีเทคโนโลยี่อะไรนัก คนเราขาดการติดต่อกันง่ายมากๆ เราเองก็พ้นวัยมัธยมมาเกิน10ปีแล้วเนี่ย

แต่ก่อนเจอพ่ออีเจบ่อยๆ เพราะเย็นวันพุธต้องไปเรียนพิเศษ อาจารย์จรรยาที่บ้านแก เรียนอยู่ปีนึง ไม่รู้ไปเรียนทำไมเหมือนกัน และเป็นเรียนพิเศษอันเดียวที่ไม่ได้ไปเรียนกะแฟนสมัยมัธยม(2อันซิ) เพราะ ซื้อต่อเพื่อนมา ไปหนแรก เขาก็เรียนกันไปมากแล้ว นั่งข้างผู้หญิงคนหนึ่งที่ไม่รู้จักกัน หน้าตาดี ปีต่อมาก็เป็นหลีดธรรมศาสตร์ คิดไปก็ขำ เคอะๆเขินๆ จำได้ว่าเขาสวยมาเรียนคนเดียว เราก็ไปนั่งตรงนั้นคนเดียว เพื่อนก็นั่งเป็นแก๊ง เพื่อนเขาก็สวยมีคนนึงชอบมองเรามา นึกไปถึงก็ตลกดี แต่สมัยก่อนซื่อสัตย์(หน้าโง่)ชะมัดเลยกู


นึกไปถึงอีกหนนึงตลกกว่า ไปเรียนกะไอ้ป้องเรียนเลข นั่งข้างๆผู้หญิงสวยๆคนนึง ปีต่อมาก็เห็นเขาเป็นหลีดจุฬา เรื่องแบบนี้ก็ให้อารมณ์ตลกดี

ทุกวันนี้ก็ยังคบไอ้ป้องอยู่เจอกันอาทิตย์นึงมากกว่าสองหน มิตรภาพยาวนานดีจริง

.........

เอาอีกเรื่องดีกว่า พอที่รักวางไป เพื่อนรักก็โทรมา พูดเรื่องเดิมเรื่องเปลี่ยนชื่อเปลี่ยนนามสกุล เราใจเย็นมากๆ ไม่อยากทะเลาะด้วย พูดไปแบบใจเย็นที่สุดในชีวิตเท่าที่เคยคุยกะมัน แต่เวลาเราเย็น เราจะพูดเย็นชา เย็นเฉียบและเเสบเข้าไปถึงขั้วหัวใจเลย


เราบอกเราเปลี่ยนชื่อเปลี่ยนนามสกุลไม่ได้หรอก เราทำร้ายพ่อเราไม่ได้ มันบอกว่าญาติๆเราได้ดี อาจเพราะชื่อเหมาะกับเขา เราอาจจะไม่เหมาะ เราก็ต้องบอกไปตามตรงว่า ชือ่กูโหรหลวงบอกว่าดีแล้ว ตรงตามวิธีการตั้งชื่อ

พ่อเราบอกว่าชื่อน่ะเปลี่ยนได้นะลูก แต่ว่าซินแสมึงน่ะ เก่งเท่าโหรหลวงได้ไหม เเล้วก็บอกไปว่า ภาษาไทยเราก็เก่งกันนะ ยายดีใจมีลูกสาว ยายปรีดาตั้งชื่อลูกสาวว่าประฤดา ไปให้พระดูตามฤกษ์ยามให้ อักษรตรงตามหลัก ก็ยายเรียนลิงกวิสติกส์มาด้วยซ้ำไป

นั่งคุยกับพ่อเรื่องนี้เมื่อคืนก่อน พ่อก็บอกว่าก็เพื่อนปรารถนาดีกะลูก เขาก็ทำแบบนี้ อย่าได้มองเจตนาของเพื่อนผิดพลาดไป

แต่พ่อและเพื่อนอีกคนก็มองตรงกันกะเราว่า สาเหตุมันมาจาก แฟนสาวลูกเศรษฐีหมื่นล้านเขาไม่อยากใช้นามสกุลที่ฟังดูพื้นบ้านมันหรือเปล่า (แต่กว่าเราจะนึกได้ ก็ไม่เข้าใจอะไรไปซะหลายอย่าง ยิ่งหลังๆ เพือ่นเชือ่ฟังแฟนมากเหลือเกิน)

คุยกะพ่ออยู่ดีดีเรื่องสกุล (อ่านได้ในบล๊อกสองวันก่อน)เห็นคุณพี้ค รัก3เส้า เห็นชื่อนามสกุล ถามพ่อว่า พ่อว่าสกุลและชื่อแบบนี้ ซินแสตั้งไหม ก็เลยอมยิ้มกัน

แต่ชื่อใครสกุลใครใครก็รัก

พ่อพูดถึงเรื่องภาษาบาลีและสันสกฤต เราก็เองก็เคยไปศึกษามานิดหน่อยตอนบวช พวกพระเปรียญสูงๆจะเก่งบาลีมากๆๆๆๆ และ หากใครศึกษาเรื่องดวงดาวด้วยก็จะยิ่งมีคนมาให้ตั้งชื่อลูกให้บ่อยๆ ภาษาบาลีและภาษาสันสกฤตคือภาษาแม่ของภาษาไทย เหมือนที่ภาษาละตินคือรากฐานฝรั่งเศสอังกฤษ เข้าใจละตินก็เข้าใจอังกฤษฝรั่งเศสได้ เข้าใจบาลีและสันสกฤตก็เข้าใจภาษาไทยได้ดีมาก


คุยกันถึงเพื่อนฝรั่งพ่อคนนึง ที่ตอนเด็กๆเราเจอกันบ่อยมากๆๆๆๆ เขาพูดไทยชัดมากกกก ใช้ภาษาไทยได้ดีมาก รู้จักเมืองไทยดีมากกกกกกก นึกภาพออกตอนเห็นเวลาเขาคุยกันเขานั่งคุยกันได้ทั้งวันทั้งคืน ทุกวันนี้ถ้าพ่อไปเชียงใหม่หรือเขาผ่านไปมากะพ่อ ก็ได้ติดต่อกันมาเสมอ เป็นมิตรภาพที่ยาวนานและยั่งยืนดีมาเกิน20ปี

เขาชื่อ โจ คำมิ่ง

เป็นคนเขียนโลนลี่แพลเหน็ทฉบับไทยแลนด์ และ ลาว

เขาเก่งแหละ เขาศึกษาด้านเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มาจาก UCLA องค์ความรู้ด้านนี้ก็สูงมากๆ

เขาดูชื่อคนเขาก็รู้เลยด้วยซ้ำว่า พอ่เราชื่ออะไรรวมกันอะไรแบบนี้ แม่เราชื่อแปลว่า ปรีดาใช่ไหม แต่เราว่า ไม่ใช่เพียงเท่านั้นหรอก คงเพราะพวกฝรั่งนั้นลึกมากๆ เวลาสนใจอะไรก็ลงไปในรายละเอียดที่ลึกมากๆ


มอร์โอ๊เว่อร์

โจ คำมิ่ง คือ คนแปลงานทั้งหมดของหลวงพ่อพุทธทาสเป็นภาษาอังกฤษ ด้วยเหตุผลที่ว่า หากต้องการเข้าใจลักษณะสังคมไทย ต้องเข้าใจรากฐานแห่งพุทธศาสนา เขาเข้าใจสังคมไทยมากๆ เขาทำให้หลวงพ่อท่านหนึ่งในสุราษฏร์เป็นบุคคลที่ยูเนสโก้ให้การยอมรับ

หากธรรมะไม่ได้รับการเผยแผ่ด้วยภาษาสากล ไฉนเลยองค์ความรู้เช่นนี้จะเป็นเรื่องสากลขึ้นมา


อุ๊ย กำลังเข้าฝัก อยากเขียนต่อเลยล่ะ แต่แม่เรียกแล้ว

ไปล่ะน้า

Saturday, July 26, 2008

นี่...แฟนพี่..

0 comments
คิดถึงเรื่องเมื่อคืนแล้วแอบอมยิ้มคนเดียว กลับบ้านมาตีสี่กว่าๆ งงๆ รถสาวบ้านใหม่ๆใกล้ๆบ้านพึ่งเข้าบ้าน นี่คุณกลับบ้านดึกงี้ประจำหรือ สวยด้วยนะนั่นน่ะ อยากเดินเข้าไปถามเหมือนกันว่า ไปไหนมาครับ แต่บ้านสองหลังที่ปลุกใหม่นี่ไม่รู้จักกันซะจริงๆ เขารู้สึกไงกันนะที่มาปลูกบ้านที่คนทั้งซอยรู้จักกันมาแล้ว30ปี

........

นอนไปตอนเย็นสี่โมงกว่าๆตื่นมาผีตากผ้าอ้อมให้หงุดหงิดอีกแล้ว

โฮเป้โทรมาพูดจากแปลกๆใส่โทเซ่ กูจะนอน อย่ามายุ่งกะกู เมื่อคืนกูเหนื่อยชิบหาย

พอวางไปก็เออ กูตื่นก็ได้วะ

นึกถึงแอ๊คคร่าขึ้นมา ถ้ากูนอนหลับสนิทขนาดนี้ แม่งหยิบมือถือมาเช็คข้อความทุกครั้งไป

........


เมื่อวานไปเดินห้างเจอน้องนุ่น น้องนุ่นอาจเขียนในบล๊อกตนเองว่าอุ๊ยเจอพี่ทศ 555

ปกติร้อยวันพันปี เดินห้างไม่เคยเจอน้องตนเองเล้ยยย เมื่อวานไปเซ็นทั่นลาดพร้าว ครั้งสองในรอบปี

ไม่คอ่ยชอบไปที่นี่แต่ก่อนเดินกะแฟนเก่าบ่อยๆ เดี๋ยวเจอเขากะแฟนเขา เราจะมาเสียใจ บ้านเขาอยู่แถวๆนี้ เดินแทบทุกวัน

เจอน้อง น้องและหนุ่มมันยิ้มให้แต่ไกล เราบอกไปว่า"เพื่อน" น้องถาม"ทำไมนมโตจังวะ" เราบอก"กูจะไปรู้หรอ" มันก็คงงงๆเพื่อนไรเดินกอดกันกลม

เดินๆไปเจอเพื่อนรุ่นน้องเขา เขาแนะนำเราว่า "นี่แฟนพี่" เราแม่งยืนขำไม่หยุดเลย นึกในใจ กูไปเปนแฟนมึงตั้งแต่เมือ่ไหร่ แต่ก็โอเคล่ะ คำตอบนี้พอใจได้

ถามว่านี่เธอมาเป็นแฟนฉันเมื่อไหร่?

เขาถามตอบว่า"เอาไม่เอาล่ะ" เขาบอกว่าเดี๋ยวเราไม่อยู่แล้ว ต้องรีบมัดหัวมัดหาง จับเป็นแฟนเสียก่อน เราแม่งขำ เออ แต่เธอสวย เธอนมใหญ่ เสียงโคตรหวาน ช่างเอาใจ แค่นี้ก็มีความสุขแล้วล่ะ เลือกผู้หญิงไรนักหนาล่ะกู ขอแค่สวยและช่างเอาใจก็น่าจะพอ ถ้าจะแต่งงานจริงๆค่อนคิดอีกที

วันนี้วันเกิดแม่ เมื่อวานชวนเขามากินข้าวด้วย 555 โลกนี้ช่างเล่นตลก แม่เจอเข้าแม่เป็นลมแน่นอน เปรี้ยวปี้ดส์ขนาดนั้น ตรงข้ามแม่กูราวฟ้ากะเหว

Flower lover

0 comments
Flower lover

Friday, July 25, 2008

3:09:21 PM

ก่อนจะเขียนเรื่องร้านดอกไม้น้องหมิวที่ไปเมื่อวาน เล่าเรื่องวันนี้ก่อน

มีเวลาอยู่พักใหญ่ๆก่อนออกไปดูแบ๊ทแมน กี้โทรมาชวนแต่เที่ยง (แม่งจะเบี้ยวกูไหมนี่) แต่ก็ไม่รู้ใครชวนใครเพราะเราก็บอกไปตามตรงว่า ได้sms มาในโทสับตอนเที่ยงๆว่า ดูหนัง1ที่ฟรี1ที่ของดีแท็ค ในเครือ SF

คุยอยู่นาน กี้ถามว่านี่ชวนดูหนังแล้วหรอเนี่ย จริงๆเราไมได้อยากดูแบ๊ทแมนเล้ยยย วันก่อนไปนั่งฟังเด็ก ฟิลม์เจซีเขาวิจารณ์กันเป็นชั่วโมง เราคงไม่ประทับใจนักมั้ง ไม่รู้แฮะ

นึกว่าเล่าให้ฟังเฉยๆ ไม่ลงทุนเลย เราแม่งขำ เอ้า ก็ไม่ได้อยากดูกะมึงนักหรอก ก็ถามไปงั้นๆ แต่เขาบอกว่า ไปไกลไม่ไปขอดูใกล้ๆบ้านที่เอสพลาหนาด เพราะบ้านเขาอยู่อินทามระ41 กูก็งงๆตกลงใครอยากดูวะ เขาบอกว่าอยากกินอาหารแพงๆ เราบอกอยากแดกส้มตำว่ะ ตรงห้าแยกนะ(อินทรามระ40) วันก่อนเหี้ยโป้งชี้ให้ดูแล้ว เขาคงนึกในใจสวยขนาดนี้พาไปให้กินส้มตำได้ไงวะ ?

คุยกันอยู่นานพอวางไปเหี้ยโป้งโทรมาต่อ เราก็งงพึ่งแยกกันเมื่อหกโมงเช้า ทำไมเที่ยงแม่งโทรมาแล้ววะ เหี้ยโป้งบอกว่าพวกคนสวยแม่งจุดบอดเยอะ มึงพาไปแดกส้มตำอะดีแล้ว เราแม่งขำ ไอ้ห่า จริงอยู่แล้วล่ะ คบคนสวยๆแม่งโคตรสบายใจ จุดบอดแม่งเยอะ ก่อนวางไปแม่งพูดโคตรฮาว่า Welcome to A Num’s Club ขำกันขี้แตก

ตะกี๊เหี้ยปามโทรมา ถามว่าเรากลับไปญี่ปุ่นยัง เราบอกว่ากูไปจีนมาสองอาทิตย์ว่ะ ทำงานว่ะ มันบอกว่าเที่ยวด้วยใช่มะ มันบอกโห ชีวิตมึงเท่ห์จริงๆ มันโทรมาถามว่าจะพาสาวไปเดทไหนดีวะ

มันพรีเซ็นท์สาวไปว่า มันจน...เป็นคนสู้ชีวิต (กูกะมึงอะ เป็นคนสู้ชีวิตน่ะจริง แต่ไมไ่ด้แปลว่าจนซักหน่อย มันบอกเอาน่า...มันต้องคู่กัน)

ต้องหาที่เดทราคาถูกๆหน่อย แปลกๆ เราแนะนำแถมไปว่า มึงบอกสาวไปด้วยเลยว่า มึงจนและมีแฟนแล้ว คบได้ก็คบคบไม่ได้ก็ไม่ต้องคบ รับรองง่ายกว่าเดิมอีก หล่อๆคารมดีตลกขี้แตกแบบพวกเรา สาวไม่คบกูให้เตะเลย แต่อย่าไปทำตัวเป็นทาสมันนะ ทำตัวเหนือชั้นเข้าไว้รับรองดิ้นไม่หลุดหรอก

แต่ขำว่ะ กี้โทรมาหลายหนนี้ คงเพราะวันนั้นเราหงุดหงิด เขาขอเบอร์เราไป เราถามว่า “ขอไปทำเหี้ยไรครับ (เเววตาแววโรจน์จริงจังด้วย) ถ้าไม่จริงจังไม่ต้องโทรมา เราไม่อยากเสียใจ” แต่คนไรวะพูดจาออดอ้อนโคตรๆ เสียงน่ารักชิบหาย

เราก็บอกไปสารพัดที่ประมาณ10แห่ง คนกรุงแม่งมักนึกไม่ออกว่าไปไหนดีนอกจากดูหนังเดินห้าง เราบอกไปด้วยว่าแต่กูชอบสุดก็พายเรือสวนลุมดูพระอาทิตย์ตกหลังตึกกบขว่ะ แต่ผู้หญิงอย่าเลิกงานแล้วใส่กระโปรงไปนะ คุยอยู่นาน นึกในใจทำไมกูนึกไรได้สารพัดวะ แล้วบอกมันว่ามึงโทรหาเหี้ยนินโลด เหี้ยนินโรแมนติค รู้จักที่เยอะด้วย เราก้อรู้จักเยอะนะ

อยากล้างรถแต่ฝนก็ตกอยู่ ตื่นมามีเรื่องหงุดหงิดที่ค้างคาใจ(มาก)มาจากเมื่อคืน เพราะเพื่อนที่รักที่สุดในชีวิต โกรธแม่งไม่อยากคุยกะแม่งแระ แต่เล่าเรื่องเมื่อวานก่อนดีกว่า

เมื่อวานนอนไปตื่นซะเย็น ตอนเช้าตื่นมาหลายชั่วโมง แล้วก็นอนต่อ เพราะแอ๊คติเฝ่ด ไม่ค่อยอยากตื่น เบื่อโลก แต่มีเหตุให้กินแอ๊คติเฝ่ดนะจะเล่าให้ฟัง

ตื่นมาอีกทีตอนเย็นๆผีตากผ้าอ้อม ก็เบื่อๆ แม่ถามว่า เป็นไงลูกไม่ค่อยเจอกันเลยก็จริงอะนะ เดี๋ยวนี้เราไม่ค่อยอยู่บ้านเลย แม่เห็นเราไม่ค่อยกินข้าวมั้ง เมื่อวานกินข้าวเท่ากับกินมื้อเดียว แต่พระโคยังแดกเหล้าอยู่ ถ้าใช้ชีวิตแบบนี้ไปเรื่อยๆรับรองกระเพาะทะลุแน่ๆ แต่นึกในใจได้วันนี้ว่า ที่นอนน้อยก็เพราะกินน้อยนี่ล่ะ เหมือนตอนอยู่ญี่ปุ่น พอกินน้อยก็นอนน้อยเป็นปกติ พอนอนน้อยก็รู้สึกพักผ่อนไม่เพียงพอ พอพักผ่อนไม่พอก็ต้องกินแอ๊คติเฝ่ดให้หลับซะ หลายวันมานี้น้ำหนักคงลดไปซักสามโลได้แล้วมั้ง แต่ถ้าเป็นวันนี้เมื่อปีที่แล้วหนักน้อยกว่านี้10โลได้วะ

เข้าเรือ่งดีกว่า เมื่อวานอึดอัดหงุดหงิดเพื่อนรักมากๆ มันจะไปเปลี่ยนนามสกุลเพราะว่า ฐานไม่ดี มันไปเจอคนเปลี่ยนนามสกุลมาแล้วชีวิตดีขึ้น ก็เลยไปถามดู ก็เรื่องของมัน แต่ก็ปรึกษากันเพราะเป็นเพื่อนรักเรา แล้วเมื่อวานเราจะนอนตอนกลางวัน มันก็โทรมาถามว่านามสกุลเรามีการันต์ไหม เราบอกไม่มี ถามว่ามึงถามไปทำไม มันบอกว่า เดี๋ยวดูดวงให้ เราก็เออๆ ง่วงๆจะนอนๆอยู่ ห่า พอวางไปนอนไม่หลับเลย เหี้ย กูไมไ่ด้อยากดูกูไม่ได้สนใจ นามสกุลกูดีอยู่แล้ว โทรไปจะบอกว่าหยุดไม่ต้องเสือก ไม่ต้องดูเลย กูไม่อยากกังวลไปทั้งชีวิต แม่งก็ไม่รับคงกำลังคุยอยู่

แล้วก็เงียบไป เราก็ปิดโทรสับนอนเลย ยาวมากๆ

ตอนดึกจัดมันโทรมาชวนแดกโกบู้ กูว่าแล้ว และบอกว่าไม่ค่อยดีว่ะ เราบอกว่าเงียบเลยกูไม่อยากฟัง มันพูดต่ออีกหน่อย เราตัดสายเลย กูไม่อยากกังวลไปทั้งชีวิต มันคงหวังดีล่ะ แต่เราว่าไม่ใช่เรื่องสกุลมันหรอก เมียมึงไม่อยากแต่งงานกะคนนามสกุลมึงหรือไงวะ มึงมันจน นามสกุลไม่ดูดี เมียมึงลูกเศรษฐีเขาดูถูกมึงอยู่แล้วล่ะ กูน่ะเพื่อนคนสุดท้ายในชีวิตมึงแล้วนะเว้ย

เหี้ยโป้งบอกว่า ถ้ามันเป็นเรา คืนนี้นอนไม่หลับทั้งคืนมั้งเนี่ยยยย

เลยคุยกะป้องโป้งต่อว่า ห่า กูรักตระกูลกู โคตรกูเป็นคนจีนนายอากรเก็บภาษี กูก็นามสกุลนี้ พิทักษิณากร อีกนามสกุลนึง ก็ดูดี ทวดกูทำงานในวัง ปู่และพี่น้องปู่กู ทำงานคุณงามความดีต่อเเผ่นดินล้นเหลือทุกคน สืบสาแหรกตระกูลไปได้เป็นร้อยๆปี ปู่กูเป็นมหาดเล็กถวายงานใกล้ชิดสมัยปลายรัชกาลที่หกด้วยซ้ำไป เรียนกันโคตรเก่งทั้งนั้น ลุงก็เก่งเป็นคนดังมากๆในวงการดนตรีคลาสสิคไทย เป็นปูชนียบุคคลของเมืองไทย เมื่อไม่กี่วันนี้เห็นตลาดหลักทรัพย์พึ่งมอบรางวัลให้เอง เด็กสินกำดนตรีทุกคนถามเสมอถ้ารู้นามสกุลเรา ลูกแกก็เก่งเป็นหมอตั้งสามคน พี่สาวคนเล็กสวยหน่อย ก็แต่งงานเปลี่ยนนามสกุลไปใช้ชินวัตรแล้ว ปู่กูทำงานมหาดไทย ตายไปหลายสิบปี เขายังเอาชื่อไปใช้ตั้งนิคมเลย คนเราตายไปทำความดีไว้ ก็มีแต่คนพูดถึง โคตรทำความดีไว้มาก พ่อแม่แต่งงานก็ไปหมอบกราบรับพระราชทานน้ำสังข์จากในหลวงพระราชินีที่จิตรลดารโหฐาน ได้เงินก้นถุงมาเป็นของที่ระลึก ไมได้มีฤกษ์พิเศษนักหนา ป้าๆที่เลี้ยงพ่อมาก็แต่งงานไปใช้นามสกุลใหญ่ๆโตๆทั้งนั้น

แล้วจู่ๆมีคนมาบอกว่า ชื่อนามสกุลไม่ดี ให้ไปเปลี่ยน ครวยไหมครับ เหี้ยนึกแล้วโกรธขึ้นมาเลย

ชื่อกูพ่อกูก็ตั้ง พ่อตั้งอย่างมีที่มาที่ไปเกี่ยวกับวันเกิดและเวลาตกฟาก กูถือมาตลอดชีวิตว่าพ่อคือพรหมของลูก ถ้ากูเปลี่ยนชื่อ พ่อกูโกรธตายห่า ถ้ากูชื่อพระตั้งให้แบบมึงกูอาจจะอยากเปลี่ยนก็ได้จริงๆแล้วชื่อคนดูง่ายนะว่า พระตั้งให้หรือเปล่า เราไปศึกษาเรื่องแบบนี้มาบ้าง สมัยบวช พ่อบอกว่าตั้งแล้วก็ไปให้โหรหลวงดู ว่า ใช้ได้ไหม ลุงถันแกก็ดูดวงให้แกะตามดวงดาว เรามันอภิชาตบุตร เป็นราชาที่ดิน เรียนสูงสุดในตระกูลอย่างนู้นอย่างนี้ แต่ข้อเสียก็มาก(คงมากกว่าข้อดีด้วย) ดูดวงมาบ้างก็ว่าดวงดี ซื้อหนังสือมาอ่านเองก็ไม่น้อย แกะดวงตัวเองบ้างเป็นบางเวลาแล้วแต่อารมณ์ น้องเราก็พ่อตั้งชื่อให้ ตั้งแล้วก็ไปให้โหรหลวงดู ว่าโอเคไหม

แล้วจู่ๆ คนมาทักอย่างนู้นอย่างนี้มันเซ็งนะเว้ยยยย

ไอ้ป้องพยามปลอบว่า ไม่เป็นไรหรอก พูดถึงทฤษฏีของหมอสมมากมาย สงสัยเราต้องไปคุยกะหมอ สม สุจีราแกแล้วล่ะ คลีนิคแกอยู่หน้าหมู่บ้านนี่เอง หมอแกพูดเรื่องดวงอะไรแบบนี้ได้ดี พวกเพื่อนๆเราชอบหนังสือแกกันทั้งนั้น

เราก็บอกว่า ห่า แม่งโกรธว่ะ

แต่ปู่ไอ้ป้องมันใหญ่เป็นตั้งพลอากาศโท เกือบเป็น ผอ ทอ แต่ก้อเปลี่ยนมาเป็นDDการบินไทยแทน พ่อแม่งก็เป็นตัั้งพลอากาศเอก มันก็ต้องภูมิใจ ป้ามันก็รวยจะตายลุงที่แต่งกะป้ามันแต่ก่อนมีโรงแรมเยอะสุดในประเทศไทยเลยด้วยซ้ำ พวกแก๊งลูกหมูเราเองก็โชคดีได้ใช้โอกาสอะไรแบบนี้หลายอย่าง

แล้วจู่ๆถ้ามีคนมาทักว่านามสกุลไม่ดีให้เปลี่ยน ห่า โกรธตายห่า

ตอนเราตื่นมาวันนี้ยังเซ็งอยู่เลยนะนี่

เหี้ยโป้งก็บอกว่า เป็นมันนอนไม่หลับไปหลายวัน หลังจากนี้ทำไรไม่ดี โทษชื่อไว้ก่อน

พูดไปก็เซ็ง

เมื่อวานไปร้านดอกไม้หมิว เปิดได้ปีกว่าๆ แต่เราไม่เจอกันนานแล้ว นั่งคุยอยู่หน้าร้าน เพลินดี เขาบอกว่า พี่ไม่สบายใจก็มาคุยกะหนู คุยกะหนูมีแต่คนสบายใจ เออ คงจะจริง

สี่โมงแล้ว ไปดีกว่า

ไปดูหนัง จะได้สบายใจ

ปล. พรุ่งนี้วันเกิดแม่ วันเดียวกะน้องเอิงกะทักษิณ แต่ละคนก็ต่างกันไป เวลาตกฟากคงไม่ตรงกัน ป่านนี้เอิงเป็นไงวะ พรุ่งนี้โทรไปแฮปปี้เบิ๊ดเดย์ซะหน่อยดีกว่า ปีที่แล้วเจอปั๊บที่โตเกียวฝากของมาแฮปปี้เบิ๊ดเดย์เอิงนี่หว่า (นาฬิกาน่ารักดี)

Thursday, July 24, 2008

สิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือ...

0 comments
แปดโมงกว่าๆเกือบๆ9

สิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือ ความโดดเดี่ยว

(กลิ่นติดจมูก)

เมื่อวานไปทำแบบทดสอบทางการตลาดมา มีโจทย์ข้อนี้ให้เขียนตอบ (ได้เงินมาด้วย อิอิ ใช้หมดแล้วคืนเดียว555)

จะค่อยๆเล่าไปนะ มันอย่างกะเหี้ย เมื่อวาน นี่ก็เมาค้างอยู่ กลับบ้านมาตีสี่กว่าๆหอมแก้มพ่อด้วย ตื่นมาพ่อถามเลยว่าเมื่อคืนเมามากใช่มะ ปกติบอกรักกันยังไม่เคยบอกเล้ยยยย

เมาค้างแบบนี้ยังกะเมื่อคืนกูไปแดกเหล้ากะเจฮี ทำไมแฮ้งจังวะ แดกกะเจฮีสองคนขวดคือพื้นฐาน1คืน วิสกี้1ขวด บุหรี่คนละซอง คิดถึงจังเลย...ที่รัก (คังเคไน่กะร่ะ ไอดูอินดิ๊ดเลิฟยู)ใครๆก็บอกว่า2ตัวนี้แดกเหล้าดุเหี้ยๆ ไม่อยากตายก้ออย่าไปบ้านพวกแม่ง (จุ๊กกะดิ๊กๆ อยู่อย่างนั้น ช้อคโกแล้ตๆอยู่ไม่สุข)

จะเริ่มเล่าย้อนไงดีวะ เอาเป็นเมื่อเช้าเหี้ยหน่อยโทรมาเม้าชิบหาย (ชายหญิงคุยกันหยาบคาย)

เมื่อวานเราเดินๆอยู่แถวๆ เจ อเวนูว เจอแม่งเลยไปนั่งแดกข้าวด้วย ไม่ดิ ไปนั่งเม้า แดกไม่ไหวแพงชิบหาย แถวๆนั้นมีแต่คนสวยๆหล่อๆ ตอนแรกไปนั่งแดกกาแฟที่เดอะ เติ๊ด เพลสชั้น3อยู่หลายชั่วโมงตอนทำแบบทดสอบ รู้สึกยังกะนั่งแดกกาแฟที่โอโมเตะซานโด มันเก๋เทห์คูลเหลือเกิน (วันแปลกๆของไพร่แบบเรา)

อีหน่อยแม่งโกรธไรกูวะ กูนึกไม่ออก แม่งงอนกูชิบหาย เจอกูไม่ดีใจวะ แม่งก็บอกว่า พึ่งไปญี่ปุ่นมา ตอนเรากลับมาแล้ว ตอนนั้นเราด่ามันไปทางอีเมลว่า เก็บเงินไว้แต่งผัวดีกว่า เอาเงินไปเที่ยวเป็นแสนๆ เหี้ยขำป่ะละ แม่งไม่ขำไง พูดตรงเกินเหตุ

แล้วมันก็ด่า มึงกลับมาเคยโทรหามันไหม เราก็หัวเราะแหะๆ เออ ว่ะ อีเหี้ย สันดานกูเสีย กลับมาไม่ค่อยบอกไรใคร เพื่อนด่ากันประจำ

พอนั่งๆไปชั่วโมงนึง นึกได้ เหี้ยไอ้สัด กูเคยโกรธมึง กูขับรถผ่านบ้านมึงคราวกลับมาก่อนนู้น ตั้งหลายหน โทรไปบอกว่าไปรับ กูไปแดกข้าวกะเพื่อน ไปด้วยกันดิ แม่งไม่ไปเลย จะไม่ให้กูโกรธได้ไง ห่าพวกชวนแล้วไม่ไปหลายๆหน กูยังคบอยู่ก็บุญแล้ว แล้วปากก็ชอบบอกกันว่าไปไหนให้ชวน แต่ชวนไม่เคยมา 5555

พอนึกได้ก็ด่าแม่ง แม่งก็จำไม่ได้

ไม่เจอกันนาน แต่ก่อนซี้กันมากๆ เป็นเพื่อนไม่กี่คนที่ อยู่ประถม มัธยม มหาลัยเดียวกัน ไปซิดนี่ย์ก็เที่ยวกันหนุก แต่แม่งไปจบโทอังกฤษ(ดัดจริตผู้ดีชิบหาย555)ชีวิตแม่งก็สุดเหวี่ยงดี น้องคณะมันที่เจอเมื่อวานก็บอกว่าดูเราสนิทกันดี ไม่สนิทเหี้ยไรล่ะครับ รู้จักกันมา20ปี

แม่งบอกว่า แม่งเป็นPRของThe Crystal ทุกโครงการ เหี้ย จริงหรอวะ คุยกะแม่ง บอกว่า "ผู้หญิงเยอะแยะเขารู้ว่ามึงทำงานอะไร เขาคงอิจฉากันเนอะ" แม่งบอกเออ คงจะจริง มันบอกว่า "เพราะกูสวย"(แม่งประชด)

เราบอกไปว่า พวกสยามฟิวเจ้อร์สวยกว่ามึงหลายเท่าน่า มาร์เก็ตติ้งเเมเนเจ้อร์ คุณ.... เทพหัสดินทร์ นะยุดยา สวยชิบหาย คนไรไม่รู้สวยเหลือเกิน(มีนามบัตรใบนึงอยู่บนโต๊ะคอม อยู่มาหลายปีแล้ว ก็วางอยู่งั้นละ ไม่เคยเก็บ กลับบ้านมานั่งเล่นเน็ทก็มองบ่อยๆ) บริษัทนี้แต่ก่อนยี่สิบกว่าคน สวยซะสิบ(สวยแบบหลีดจุฬา) พอตอนนี้คนเป็นร้อย คนสวยเทียบจำนวนเหลือน้อยลงมากๆ จะจ้างทำไมเยอะแยะ ไม่เข้าใจ แต่ก่อนคนน้อยนึงก็ทำงานกันได้

พาแม่งไปแดกเหล้าที่คาริเบี้ยน อีนี่เหล้าไม่ค่อยแดก แดกบี-52ไป3ช่อทติด ห่า แล้วให้กูจ่ายด้วย55555 เช็คบิลมาไม่ขำเลยไอ้สัด ไม่ทิ้งเงินให้กูด้วย แม่งบอกว่า ไคโย้ตี้เต้นสุ้แม่งก็ไม่ได้ เราหันไปบอกเหี้ยนนท์ เหี้ยนี่มันเต้นเก่งเหมือนอีเเต้วอะ เหี้ยนนท์แม่งขำใหญ่ แต่ก่อนมันหลงรักแต้ว55555

(อีเจี๊ยบก็ชอบไปนั่งแดกเหล้าไม้เอก)

ก่อนไปคาลิบเบี้ยน ก่อนนั่งกิ๊บเก๋ที่เกรย์ฮาวนด์

ตอนทำแบบทดสอบการตลาดของนักเที่ยวกลางคืน(ความลับทางการค้าเราเล่าไม่ได้)เป็นชั่วโมงๆอยู่ ไอ้ยุตม์กะเรานั่งตรงข้ามสาวสวย หน้าเหมือนออมมากๆ

พอเดินมาที่ เจ อเวนูว เจอสาวสวยคนนั้นกะน้องต้า (ไออี9) เดินด้วยกัน ทักทายกันขำขันเลย เราเจอต้าหนสุดท้ายก็ที่สุวรรณภูมิโดยบังเอิญ หนนั้นต้าไปบอสตั้น เราไปโตเกียว ก็เลยแลกเบอรฺ์ไว้ว่าจะชวนไปเตะบอล แต่ต้าอ้วนขึ้นมากๆ ใครๆต่างก็บอกว่า บอสตั้น คอลเลจจ เป็นแคมปัสที่สวยมากกกกกกกกกกกก เราก้ออยากเห็น ไอ้ยุตม์บอกว่า โห พี่เขาหมดหล่อเลย อ้วนขึ้นมากๆ ต้าไออีทั้งสาม นี่ตัวหล่อสัดๆในคณะเลย หล่อกันแบบสาวกรี๊ดทั้งมหาลัยยยยย บอกไอ้ยุตม์ชวนมาเตะบอลกันให้หมด น่าจะมัน ไอ้นนท์ไอ้ยุดมันไปเตะกันมากะแก๊งเราเมื่อวานซืน เราไม่ไป ทีมชนะตลอดเลย 555 มันบอกมันมากๆ เตะเสร็จไปขำกันต่อ ก็กูเตะบอลไม่เป็นนี่( นอกจากรักคุณแล้ว ผมก็ไม่เก่งอะไรเลย)


เออ ก่อนไปนั่งแดกกาแฟกิ๊บเก๋ ก็พายุดไปเด๊คคอร์ หมาด ด้วย เฟอร์นิเจ้อร์ที่นี่สวยและแพงได้ใจดี ชอบฝักบัวยางสีส้มมากๆ เดินๆเก๋ๆแถวๆนี้แล้วยังกะกูอยู่โตเกียว เย้ๆ แอมโกอิ้นแบ๊คไร้ท์แดร์


แต่ที่อยากเล่าก็คือ เมื่อคืนเจอจอยที่คาราโอเกะข้างๆคาลิบเบี้ยนก่อนเข้าร้าน จอยมากินเลี้ยงบริษัท ตอนมอ1จอยแม่งโคตรรรสวยยยเลย แต่เมลสวยกว่า จอยนั่งข้างเมล คุยกันเรื่องจอยตกรถโรงเรียน จอยก็ยังสวยอยู่ มองไกลๆไม่เห็นความแก่เลยแม้แต่น้อย ต่างกะเหี้ยหน่อย พออีหน่อยจะกลับบ้านก็เดินไปส่งแม่ง ก็เลยไปคุยต่อกะจอยนานพอควร ถามไถ่ข่าวคราว จอยออกไปตั้งแต่มอ3 แทบไม่ได้เจอกันเลย ฟังแล้วสงสารแบบน่าเศร้าใจมากๆ เกิดมาสวยขนาดนี้ทำไมมีกรรมขนาดนั้น ไม่มีพ่อแม่ไม่มีบ้าน ฟังแล้วสงสาร เขาก็เศร้า เขาก็คงอยากคุยปรับทุกข์กับเราล่ะมั้ง แต่ตาเขายังยิ้มเป็นสระอิได้ สู้ชีวิตต่อไปนะจอยนะ ให้กำลังใจกันไปด้วยการกอดแน่นๆ พวกเจ้านายจอยจะด่าแม่กูป่ะวะ555 เขาบอกว่าเราต้องโทรหาเขานะ เราขอกอดเขา1ที เขาขอกอดเรา1ที อยากให้เขามีกำลังใจชีวิตดีดีจัง อยากให้เขามีอนาคตที่ดี แต่คนเราเนอะ อายุก็28แล้ว สวยแค่ไหนก็หาผู้ชายมาจีบยากอยู่ดี


เดินกลับเข้ามาในคาลิบเบี้ยน นั่งเงียบๆคนเดียวอยู่นาน โชว์ที่นี่สนุกดี เราช้อบชอบ

นั่งคนเดียวอยู่นานมากๆ แล้วสาวๆก็เข้ามากอดถามว่า แฟนพี่กลับแล้วหรอคะ เราตอบไปว่าไม่ใช่ แฟนกูจะหน้าตาแบบเหี้ยหน่อยได้ไงวะ

เมื่อวานเหี้ยหน่อยพูดกะไอ้ยุตม์ถึงเราว่า ปกติเหี้ยนี่แม่งแฟนสวยทุกคน มันบ่นเรื่องสันดานผู้ชายไทย ต้องเจ้าชู้นอกใจแฟนกันทุกคนเป็นปกติ ไอ้ยุตบอกว่า พี่ทศไงไม่เจ้าชู้ เออ จริง กูเห็นด้วย ไอ้ยุดกวนตีนต่อบอกว่า ทั้งหล่อ ทั้งไม่เจ้าชู้ ทั้งตลกแบบนี้หาได้ที่ไหน เราตอบไปว่า กูไม่ค่อยขำแล้วว่ะ



เออ เรื่องขำๆเมื่อคืน ไปถึงก็มีเด็กสาวเขี้ยวเต็มปาก(ไม่สวยแต่กูล่ะชอบ) เดินมาขายพิตตาชิโอ้ ก็ซื้อๆไปงั้นละ แปลกนะ ที่นี่ของที่เดินขายไม่มีไรน่ากินเลย ไม้เอกน่ากินกว่ามากๆ เราไม่ค่อยสนใจซื้อเพราะคนขายอยู่แล้ว ซื้อเพราะอยากแดกตลอด ให้แบ๊งพันไป แม่งหายไปครึ่งชั่วโมงได้ เดินกลับมาบอกว่าไม่มีทอน ห่า กูนึกว่า เอาเงินกูไปแล้ว555 ก็เลยถามชื่อเผื่อแม่งชิ่งเงินกู

เกิดมาไปร้านพวกนี้เคยถามชื่อคนขายของที่ไหนล่ะแต่พวกขายของส่วนใหญ่ก็สวยเหมือนไคโย้ตี้น่ะละ

น้องเขาตอบมา ชื่อกุ้งค่ะพี่ เราทำหน้าตกใจ เขาถามกลับ ไมหรอพี่ หนูชื่อเหมือนแฟนพี่หรือไง เราแม่งขำขี้แตกเลย หันไปบอกเหี้ยยุด เฮ้ย กูถามน้องเขาว่าน้องเขาชื่อไร เขาบอกชื่อกุ้งว่ะ แล้วน้องเขาถามกูกลับ หนูชื่อเหมือนแฟนพี่หรอ เหี้ยยุดแม่งยืนขำกิ๊กเลย คำถามแม่งตลกชิบหาย

ยืนคุยกันอยู่นาน น้องเขาบอกว่าแฟนเขาอยู่เมืองจีน โทรหาเขาแค่วันละสองหนเอง โคตรไม่ใส่ใจ เราแม่งฟังแล้วขำตอบไปว่า เนี่ยดีแล้วดูแลหัวใจกันทีเดียว อยู่ไกลไงไงคนเราก็รักกันได้ ถ้าจะรักกัน

ยืนคุยกันที่โต๊ะอื่นอยู่นาน เหี้ยนนท์มาถึงร้านพอดี เดินเข้ามามองหน้าเรากะน้องกุ้ง แล้วตกกะใจ วันก่อนนู้นมันยื่นโทรศัพท์มันให้ส้มโทรหาา้เรา ตอนมันขายของที่จตุจักร เหี้ย ทายอยู่นานว่าใคร น้องกุ้งขายหนมกะน้องส้ม หน้าแม่งโคตรเหมือนกัน ไฝยังที่เดียวกันเลย มันบอกว่าหน้าเหมือนส้มเลยนะพี่ เราตอบไปว่า เออดิ กูก็ถามน้องเขาว่ามีพี่สาวชื่อส้มป่ะวะ

พี่สาวชื่อส้ม น้องชื่อกุ้ง หรือว่าน้องชื่อกุ้งพี่ชื่อส้มดีวะ เรื่องนี้แม่งตลกชิบหาย ยืนขำคนเดียว
เหี้ยหน่อยถามใหญ่เป็นเหี้ยไรมึง ยิ้มเหี้ยไรคนเดียว

(อยากกินบลูเบอร์รี่ชีสเค้ก)

แถวๆบ้านมีแฟนคู่นึง คบกันมา14ปีได้ ชื่อ โบจ๊อบ แม่งขำพอๆกันกะเรื่องแบบนี้เลย

..............

นอกเรื่องไปไกลแล้ว ตกลงกูจะเขียนเรื่องสิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือ ความโดดเดี่ยว ไม่ใช่หรอ

และก็ผลิตภัณท์สำหรับนักเที่ยวไม่ใช่หรอ 555


ออกทะเลไปไกล พะอืดพะอมว่ะ อยากอ้วก แต่เมื่อคืนแม่งหนุกดีว่ะ ไปแดกโกบู้ต่อด้วยสองคนกะไอ้นนท์ กูแดกทุกวันเลยหรอวะ อ้วนตายห่าพอดี โทรหาแม่งดีกว่า เมื่อวานแม่งเอาของฝากมาให้เราจากเมกา มาส่งถึงบ้านแต่ลืมให้55

เคยให้กางเกงยีนส์ โปโลราฟโลรองต์มันไปตัวนึงตอนกลับมาจากญี่ปุ่น


ว่าแล้วก็นึกได้ จะเขียนบล๊อกเรื่องการตายของ อีฟแซงต์โลแรงต์ ไม่ใช่หรอวะกู ลืมได้ยังไง

............


เมื่อคืนพอเหี้ยหน่อยกลับไปควยตั้งทั้งคืนเลยครับ 555 ถ้าเป็นผู้หญิงจิ๋มกูแฉะตายห่าไปแล้วเนี่ย ปกติไปไม้เอกเจี๊ยวกูไม่เคยตั้งเลย 55

ตื่นมาก็ตั้ง คิดไปก็ขำ

เมื่อวานดิ ตื่นมาเจี๊ยวไม่ตั้ง คิดว่า โลกนี้ล่มสลายซะแล้วเนี่ย555555

พ่อบอกว่า AF4 พะเเพงชอบเดินเข้าไปกระชากผ้าห่มในห้องนอนผุ้ชายเพื่อปลุก พ่อบอกว่าบ้าสิ้นดี ตอนตื่นผู้ชายมันต้องเจี๊ยวตั้งทุกวันทุกคน ทางรายการปล่อยให้ทำแบบนี้ไม่ถูก เอิ๊กๆ

โ๊อีย ไปดูละครเกาหลีต่อดีกว่า อีกสองตอนจบ ดูมาเป็นเดือนแล้วนะ นานจังวะ


แล้ววันห่าาๆๆๆ ก็หมดไปอีก1วัน ด้วยความบัดซบ

จบดีกว่า

ตอนจบของหนังน้อทติ้งฮิลล์เราชอบมากๆ ผู้หญิงเปลี่ยนใจบอกว่าจะอยู่ลอนดอนไปอีกนานเพราะผู้ชาย1คน

เมื่อวานตื่นมาโทรหาเพื่อนเก่าที่คณะะที่กำลังจะแต่งงานวันที่24เดือนหน้าที่สโมสรทหารบก คุยกันยาว มันถามหาเบอร์ชาวบ้านนี่นา

มันถามว่าแล้วงานแต่งงานมันเราอยู่ญี่ปุ่น แล้ว เราจะกลับมาเมื่อไหร่

เออ คำตอบตลกดี ที่เราตอบคือ "ไม่รู้จริงๆว่ะ"

ถ้าไม่ใช่พ่อไม่ค่อยสบายก็ไม่รู้จะอยู่ทำไมที่นี่ ทั้งๆที่แต่ก่อนเราไม่คิดแบบนี้เลยมาตลอดปีนี้ เป็นคำถามที่คนถามบ่อย และเราก็มีคำตอบที่ชัดมากๆคำตอบเดียวเสมอ แต่อยู่ๆคำตอบก็เปลี่ยนไป

พาพ่อไปอยู่นู้นดีกว่า

ถ้านินมาอ่าน อยากบอกว่าบูจะแต่งงานกะฝ้ายแล้วล่ะ คบมา8ปี

สมัยเฟรชชี่ มีคนทักเรากะบูสลับกันบ้าง แต่เราว่ามันหล่อนะ เอิ๊กๆ

บายๆทุกคน ขอจงสุขสวัสดีตลอดกาลนานเทอญ

Wednesday, July 23, 2008

Summer Palace

0 comments
Summer Palace

Wednesday, July 23, 2008

06:57:04

นอนไม่หลับอย่างรุนแรง เมื่อคืนตอนแรกเผลอหลับไปตอนสี่ทุ่มกว่าๆ พอ่ก้อมาเรียก ก็เลยตื่นเลย แล้วก็มีเรื่องให้ตกกะใจ (อุ๊ย ดาวตกแล้ว) กินแอ๊คติเฝ่ดเข้าไป หลับไปตอนตีสองกว่าๆ ตีห้ากว่าๆดันตื่นมาอีกแล้ว

เมื่อวานไปดูหนังเรื่องนี้ที่Houseมา เอ๋ยชวนไปดู เกิดมาไม่เคยดูหนังโป๊ในโรงที่โป๊จัดขนาดนี้ มันชวนไปดูเพราะว่า หนังต้องห้ามฉายในจีนและวันนี้รอบสุดท้าย ก็คิดได้ว่าเป็นเรื่องการเมืองที่เทียนอันเหมิน หนังดีไหม ก็ดีพอควร การดูหนังแนวๆ ก็มักเป็นแบบนี้เสมอ หนังดีหรือน่าเบือ่ก็เสี่ยงดวงกันไป แต่เฮ้าส์มีหนังโป๊ๆบ่อยๆ

นึกถึงผู้หญิงจีน1นาง เราเองก็พึ่งไปจีนมาเมื่อต้นเดือนนี้เอง รูปยังไม่ได้ล้างฟีลม์เลยแฮะ

เด็กเรียนปักกิ่งได้คงเก่ง การเกาเข่า(เอ็นท้านจีน) ปีล่าสุด10ล้านคนแน่ะ

ออกจากโรงมาก็ฝนตก แฟนเก่าน้องเราโทรมา โทรผิดเข้าเบอร์เราใช้ ก็เลยคุยกันยาวหน่อยไม่เจอกันมาหลายปี แต่วางไปเพราะว่า น้องเราโทรมาพอดี คุยกันหลายเรื่อง ถามมันถึงทรายว่า สบายดีไหม 55 แม่งก็เลยโทรหาทรายให้เลย เราบอกว่าไม่เอา ไม่รู้จักกัน 55 มันรู้จักดาราเยอะล่ะมั้ง เพราะเรือ่งขำๆที่คุยกันพอได้รับน้องกลับบ้านก็ว่าตลกดี คือ หลังจากมันเลิกกะน้องเราไป ก็ไปคบโฟเป็นแฟน(โฟมด) คนอื่นชอบมาเยาะเย้ยน้องเราบอกว่า ไอ้เหี้ยนั่นแม่งไปได้ดีกว่ามึงเยอะเลยว่ะ 55555 ใครๆก็รู้กันทั้งมหาลัยเพราะมันเอามาอวด น้องเราก็ต้องทนฟังไปเรื่อย อะไรแบบนี้เป็นต้น คิดไปก็ขำ แต่เราเป็นสาวเราก็เอาว่ะ มันเป็นคนน่ารัก ถึงจะไม่หล่อนักก็ตาม แต่นึกไปก็ขำ ในหมู่แฟนน้องทั้งหมดเราก็ชอบไอ้นี่ที่สุดแล้ว เข้ากะคนก็เก่ง ตอนเลิกกันไปก็เลิกเป็นเพือ่นกันไป ก็มีกูนี่ล่ะ ที่เชื่อมความสัมพันธ์ให้คืนดีกัน และก็เป็นเพื่อนกันมาได้ถึงทุกวันนี้ก็ไม่น่าเชื่อจริงๆ แต่มีคนนึงเป็นคนน่ารังเกียจมากๆ โคตรจะไม่แมน

อยากย้อนเวลากลับไปเมษายนใหม่จัง ช่วงนั้นอินเลิฟชะมัด เขียนบล๊อกไว้เยอะก่อนกลับไทย แต่ไม่ได้เอาขึ้น แล้วเราจะลากมาขึ้นได้ไงหว่า ต้องไปยืมตั๊มชาวบ้านมาใส่เครื่องนี้หรอไง เครื่องนั้นดันไม่มีโมเด็มอีก อ๋อ รู้ละ ไปโหลดโมเดมมาลงเครื่องนู้นดีไหม บ้านเรายังเป็นเน็ทโทรอยู่เล้ยยย เฮ้อ ออออ

Tuesday, July 22, 2008

กินข้าวที่นิวยอร์ค(สนุกอยู่คนเดียว)

0 comments
กินข้าวที่นิวยอร์ค

หัวข้อแบบนี้มันเข้าใจอยู่คนเดียวขำอยู่คนเดียว ฮาเหี้ยๆ เพื่อนชอบบอกว่าเราแม่งสนุกอยู่คนเดียว จับหมูก็มันอยู่คนเดียว

เรื่องของเรื่องคือ เมื่อคืนก่อนไปนอนบ้านเหี้ยโป้งมา เมื่อคืนก็ไปนอนบ้านคุณอนรรฆมา

นอนคุยกันไปถึงเช้าทั้งสองวันเลย ขำขี้แตกขี้แตน ตั้งแต่เที่ยงคืนวันอาทิตย์จนถึงเที่ยงวันอังคารแม่ง รวมปริมาณหัวเราะได้เยอะโคตรๆ

ไอ้แดกข้าวนี่แม่งขำ เรานั่งฟังมันพูดอยู่นานเหี่ยๆ แบบไรวะ กูละงง แล้วถามไปว่า มึงแดกที่ไหนนี่ มันตอบว่าที่นิวยอร์คไง เหี้ย ห่า มันก็คงจำไม่ได้ว่าพูดกะเราไว้

เมื่อวานเราก็ชวนเพื่อนๆว่าวันไหนเรามีเงิน จะชวนไปดูที่ดูดบุหรี่ที่สวยที่สุดในโลก ที่โตเกียวดิสนี่ย์ซี่ย์ เมื่อวานพึ่งเอาที่ห้อยโทสับไปให้ไอ้น้ำ เพื่อนแต่ละคนโคตรเซ็ง แบบเหี้ย ที่ห้อยแม่งน่ารักเกิน ไม่เข้ากะพวกผู้ชายเลย พวกแม่งบอกว่า ไอ้ทศกลับเมื่อไหร่ พวกกูเอาออกแน่ๆ ก็บอกให้เป็นแก๊ง ต้องใช้เหมือนๆกันเด้ เออ มีองุ่นหยกด้วยซื้อมาจากเมืองจีน องุ่นแปลว่าจะออกดอกออกผล รุ่งเรือง เราซื้อมาให้พ่อให้แม่ว่าอดทนนิดนึงรอให้คุณทศออกดอกออกผลทดแทนพระคุณ คนใกล้ชิดกันก็จะรู้ว่า ที่เราไปเมืองจีนก็ไปทำงานให้กับบริษัทน้ำมันองุ่นนี่ล่ะ แต่เราชอบพูดขำๆไปว่า เหี้ย กูตัดฉลากน้ำมันองุ่นส่งชิงโชค ชนะเลิศเลยได้ไปเที่ยวเมืองจีนว่ะ555

สองวันนี้แม่งมีแต่เรื่องตลกเต็มหัวแต่ขี้เกียจเล่า แต่ตอนแรกไปนอนบ้านโป้ง เครียสจริงๆ เครียดเรื่องจดหมายเปิดผนึก นึกถึงเอ็มวีโคตรพ่อโคตรแม่ฮาตัวนึง เพลง จดหมายผิดซองของ มนต์ศิษย์ คำสร้อย แล้วมีเพลงแก้ของใครไม่รู้ ชื่อเพลงผิดซองเพราะลองใจ เอ็มวีตัวนี้ฮามากๆ แนะนำให้หากันมาดู ตอนอยู่โตเกียวเราชอบเลือกมาดู

มีทีนึงมันออกไปหน้าบ้านไปดูดหรี่กัน เราแม่งได้ยินเพลงไรไม่รู้ กูก็เต้นดิ หนุกกูอะ พอมันเปิดประตูเข้าบ้านมาแม่ง2ตัวงงกันใหญ่ บอกว่าเหี้ยทศมันกลับมาแระ หนุกอยู่คนเดียวอีกแล้ว

คือมันเห็นเรานั่งเครียดอยู่พักใหญ่ไงล่ะ อยู่ดีดีก็ลุกขึ้นมาเต้นๆๆๆ


เอาเมื่อคืนดีกว่า นักบินบ้านตรงข้ามนักบินอนรรฆ เขาจะแต่งงานวันที่10หน้านี้ ที่สโมสรทหารบก วันนี้เราตื่นมาก็เจอมัน ก่อนนอนก็เม้ากันอยู่ เราก็กินน้ำเงี้ยวตามปกติ บ้านนี้อาหารเหนืออร่อยมากๆ ใครๆก็ต้องมากิน

คุณบอมบ์แกเอารูปที่จะส่งไปติดบ้านพ่อบ้านแม่มาให้ดู เป็นรูปแบบงานแต่งงานน่ะแหละ สวยๆหล่อๆ ขนาดใหญ่เท่าทีทีวีใหญ่ๆ หลายๆรูปมาแบ่งกันดู เขาคงมีความสุขกันมากๆ และเจ้าบ่าวก็ดูดีตามแบบนักเรียนทหารหุ่นดีดี (นักบินการบินไทยส่วนนึงเป็นทหารอากาศมาก่อน)ส่วนภรรยาก็เป็นหมอฟันหน้าตาสวยดี รูปก็ไปถ่ายกันที่บ่อฝ้าย

นักบินกะหมอฟัน สุดยอดอาชีพทั้งคู่เล้ยยย

เราก็คุยกะเขาบ่อยๆ รู้จักทีแรกก็ถามเขาว่าคนที่ไหน เขาบอกพัทลุง และก็เรียนเก่งๆ ก็มาเรียนนายร้อยทหารอากาศตอนมอปลาย แล้วก็มาเป็นนักบินการบินไทย ผู้หญิงก็เก่งนะ เป็นสาวพัทลุงเช่นกัน ก็ไปเรียนทันตะ มอชอ แล้วมาอยู่กทม ไม่รู้จักกันมาก่อน มารู้จักกันที่ กทม ความรักก็ใช้เวลาฟักตัวหลายปีกว่าจะถึงวันนี้ได้

คงมีความสุขน่าดู

ตาเราก็เป็นคนพัทลุง เป็น สส พัทลุงเมื่อตอนเราเด็กๆ ยายเราก็เป็นสาวพัทลุง แต่ยายเป็นคนจีน ไม่ได้เกิดพัทลุงหรอก และ พวกพี่คุณยายก็จีนแท้ๆ คือ อยู่เมืองจีนตายเมืองจีนกันเลยทีเดียวเชียว

ตากะยาย ก็เหมือนบอมบ์และภรรยา

เรียนเก่งทั้งคู่ และเป็นบทชีวิตของคนต่างจังหวัดที่มาประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานใน กทม เป็นข้าราชการระดับสูงทั้งคู่

ตาและยายมาจากพัทลุง ตามาเรียนเตรียมธรรมศาสตร์ ยายมาเรียนเตรียมจุฬา ตาก็เรียนจบธรรมศาสตร์ ส่วนยายเรียนเก่งกว่าไปจบโทที่เมกาเลย มิชิแกนแอนนาเบ้อร์ ยายบอกว่ายายเป็นพัทลุงคนแรกทได้เข้าาาี่เรียนอักษรศาสตร์

ด้วยความเป็นเด็กเรียนเก่งสุดๆทั้งคู่ สมัยหนุ่มสาวตาก็จีบยายด้วยโต๊ะเรียนเป็นของขวัญ โต๊ะตัวนั้นทุกวันนี้เราก็ใช้อยู่ อยู่ในห้องนอนเรา มันเก่ามากๆ แต่เราชอบนั่งอ่านหนังสือ บันทึก หรือ เขียนจดหมายหรือ คิดนู้นนี้นั้นที่โต๊ะนั้น

พ่อบอกว่า ตาเราเขียนจดหมายรักเกี้ยวสาวเก่งมากๆ เราจำได้ว่าฟังดูตลกดี

เออ หรือ ยายเราเรียนเก่งเพราะใช้โต๊ะที่ตาซื้อให้ก็ไม่รู้

มีวันนึงหลายปีก่อน ยายฝันว่า ตามาชวนไปอยู่ด้วย แต่ยายหารองเท้าไม่เจอเลยเดินตามไปไม่ทัน ฟังดูน่าใจหายมากๆ


เฮ้ย พ่อโทรมา เย้ๆ ดีใจจัง คืนนี้พ่อจะกลับมาแล้ว ไม่เจอมาหลายวัน วันก่อนพ่อโทรมาบอกว่าท่านทูตโทรมาหาบอกคิดถึงเรา ใครๆทางโตเกียวคิดถึงเรามากๆเเล้วล่ะ

เราก็รอเจอพ่ออยู่ เป็นพ่อลูกประสาอะไรกันวะ อยู่ไทยทั้งคู่ แต่ต้องโทรศัพท์หากัน ธุระปะปังก็มีต้องคุยกัน รอเจอไม่เจอซักที /ไปเมืองจีนกลับมาให้เงินพอ่ไปนิดหน่อย พ่อเอาไปเที่ยวเล้ยย กูล่ะเซ็งเที่ยวเก่งจริงพ่อตู

เออ วันก่อนโคตรขำเลย คุยกะเพื่อนหญิงแสนซี้ มันบ่นเรื่องแฟนมันชอบไปเที่ยว เราก็งงๆ ก็ไปเที่ยวแล้วไมวะ พอฟังๆไปเราก็งงๆ เราก็บอกว่า ก็ดูอย่างกูดิ แดกเหล้าคืออาชีพกู กูไม่ติดหญิงไม่ติดเที่ยวเลย ติดเหล้าอย่างเดียว มันก็บอกว่าถ้าผัวกูเป็นแบบมึงก็ดีดีดิวะ ทศ แต่ผัวแม่งชอบไปติดเด็กเปียโน 555

เออ ไอ้เรื่องแบบนี้ก็แปลกนะ กูก็ไปนะไม้เอก แต่กูไปแดกเหล้า เหล้าแม่งถูกเหี้ยๆ เพื่อนก็ด่าว่า ไอ้ห่า ก็มึงจนอะ ลองมึงรวยๆดิ มึงก็ต้องเรียกเด็กมาจ่ายค่าดิ๊งแน่ๆ เราแม่งขำ กูจะรวยจะจน กูก็ไม่เห็นสนใจเลย กูชอบแดกเหล้าก็แค่นั้นเอง หล่อแต่ไม่เจ้าชู้(5555)

ยิ่งเวลาฟังเพื่อนผู้หญิงชอบมาบ่นเรื่องแฟนให้ฟังนี่แม่ง ตลกว่ะ รู้สึกตนเองประเสริฐชิบหายที่ไม่เจ้าชู้

เอ๊ะ หรือ เพราะกูจนวะ กูเลยไม่เจ้าชู้ ก็ไม่น่าใช่อีก

............


เออ เมื่อวานตอนจับหมูอยู่ มีเพลงนึง ชื่อเพลงพึ่งเข้าใจดังขึ้น เราชอบเพลงนี้มากๆ ประกอบละครยามเมือลมพัดหวนด้วย มีบอกรัก (ปั่น) และหลาๆยเพลง ที่ชอบ


เออ ทำไมความรักต้องทำให้คนเปลี่ยนแปลงตนเองไปเพื่อคนที่เรารักนะ

ฟังแล้วเราก็อิน เพื่อนก็ด่ากันแกมอิจฉา เหี้ยทศมันมีความสุขของมันอยู่คนเดียว

ก็จริงนะดิ กูว่ากูไงไงก็มีความสุขของกูได้ ฝันอะไรของกูไปเรื่อยเปื่อย

พวกมึงดิ ทำไมคนเรามันต้องโดนแฟนบังคับให้เปลี่ยนแปลงตนเองด้วย

กูแม่งโคตรวิเศษ ไม่เห็นจะต้องไปเปลี่ยนแปลงใคร และไม่มีใครต้องมาเปลี่ยนแปลงเรา เออ อาจจะอยากลดเหล้า (เมื่อคืนก่อนชั่งน้ำหนักตนเอง กูกลับมาหนัก80แล้วครับ) พุงใหญ่มากๆ ถ้าคนที่เรารักขอให้เราเลิกบุหรี่ก็จะเลิกทันที

ทำไมกูมีความสุขขนาดนี้วะ

คืนนี้จะได้เม้ากะพ่อแล้วมีความสุขจัง รอมาตั้งหลายวันเพื่อจะพูดจา ก็เข้าเรื่องเลยนะ รักไม่ช่วยอะไรเลย เธอไม่ยอมเปลี่ยนฉันไม่ยอมเปลี่ยน ยังทำตัวเหมือนควยๆ

กะพ่อยังต้องนัดกูละเบื่อ แต่รักพ่อที่สุดในโลกเล้ยยยยย

เฮ้ย จ๊าก สี่โมงแล้ว


ออกไปดูหนังดีกว่า Summer Palace หนังจีนๆ เดือนนี้ไปเมืองจีนมาก็ต้องดูหนังจีนซินะ เอิ๊กๆ

Saturday, July 19, 2008

Déjà vu เราจะข้ามเวลามาพบกัน

0 comments
Déjà vu เราจะข้ามเวลามาพบกัน

วันเสาร์ที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2551

๐1:๕๒:๕๖ น.

...................


เมื่อตอนเย็นนั่งดูเรื่อง 6th day, the อยู่นานมากๆ แต่ต้นจนจบ นานๆทีจะดูหนังฝรั่งพากษ์ไทย สนุกมากๆ พึ่งเคยดู ที่อยากเขียนถึงเพราะ เราพอใจในคอนเซ็พท์นี้ เกี่ยวกับชีวิตอมตะของมนุษย์(รักที่ฉันมีให้ต่อเธอ...จะมั่นคงตลอดไป)

...........


ตะกี๊ ดูเรื่อง เดจาวูหนสองซ้ำ ตอนแรกไปดูโรงกะแม่ ก่อนไปญี่ปุ่นไม่กี่วันเมื่อต้นปี2007 เรื่องนี้ไปถึงหลายเดือนต่อมา รู้จักเจฮีวันแรก ก็คุยกันว่าหนังฝรั่งเรื่องนี้ที่ญี่ปุ่นเข้าช้าเหลือเกิน (11เมษา2007 คือ วันรู้จัก)

...........


เข้าเรื่องอาโนก่อนดีกว่า Governator ชอบมากๆ เราชอบหนังเกี่ยวกับชีวิตที่อมตะ

เราว่าเป็นความจริงของชีวิตมนุษย์ที่มีความปรารถนาที่จะอยู่ตลอดไป ไม่ต้องเกิดและไม่ต้องดับ แต่เรื่องแบบนี้ขึ้นกับดินแดนด้วย การพ้นทุกข์ด้วยการไม่เกิด มีเหตุผลหนึ่งเพราะสถานที่เกิดเช่นอินเดียเป็นที่ไม่น่าอยู่ คนจึงไม่อยากเกิด ลองสิทธัตถะมาเกิดไทยซิ ใครจะไม่อยากเกิดซ้ำ มีมังคุดอร่อยๆกินได้ประจำ ในน้ำมีปลาในนามีข้าว อุดมสมบูรณ์จะตายไป( เหตุนี้พระเจ้าถึงส่งคนไทยมาเกิด(ฮา))

ย้อนไปเมื่อปี2539 แกะดอลลี่ได้ถูกโคลนขึ้นหนแรกบนโลกนี้ ตอนนั้นเป็นข่าวครึกโครมไปทั่วโลก ข้อสอบเข้ามหาวิทยาลัยเอแบ่ค ได้ออกเรื่องแฟร๊งเก้นสะตายด้วย เรื่องแฟร๊งเก้นสะตายนี้ก็ยืนอยู่บนเรื่องชีวิตอมตะและการโคลนนิ่งเช่นกัน

ปีนั้นเราก็ไปสอบ ถ้าตอนนั้นเข้าไปเรียนชีวิตตอนนี้จะเป็นอย่างไรนะ อยากรู้เหมือนกัน

วันนี้ตอนเดินสวนสาธารณะกับแม่ก็พูดเรื่องนี้กัน เห็นเราขี้เหล้าเมายาแบบนี้ อาทิตย์นี้ก็พาแม่ไปเดินสวนเย็นๆสามหนแล้วนะ ถ้าเราอยู่ กทม เราก็พาพ่อแม่ไปเดินอาทิตย์นึงหลายหนแบบนี้มาตลอดหลายปีที่ผ่านมา เป็นขี้เหล้าที่รักแม่(ฮา)


แม่เราชอบหนังสือเรื่อง The islandมากๆ แม่บอกว่าตอนแม่เรียนวรรณคดีอังกฤษตอนนั้นหนังสือเรื่องนี้ใหม่มากๆในยุคนั้น คริติขกันมันเลย อ้อ เรานึกไปถึงแทมมี่ เพื่อนเรา มีวันนึงเมื่อกลางปีที่แล้ว เห็นในมือถือแทมมี่ มีรูป สกาเหล็ท โจแฮนสั้น ก็ถามว่า นี่ใคร เขาบอกชื่อมา เราก็อ๋อ หล่อนทำหน้างง ถามว่า Do u know her? เราตอบไปว่า I know her but she does not know me . แม่งขำใหญ่ คิดถึงว่ะ

นิยายไทยที่ได้SEA Write ปี2541 ก็เรื่องอมตะ ก็เป็นเรื่องเกี่ยวกับการโคลนและชีวิตมนุษย์พวกนี้อีก


ตอนเด็กๆแม่พาไปดูหนังเรื่องไรจำชือ่ไม่ได้ ชื่อยาวๆหน่อย มีบรู๊ซ วิลลิส(สมัยยังไม่ดัง) แสดงนำ มี เมอริล สะติ๊บ และ โกลดี้ ฮอน แสดงนำ เรื่องนี้สนุกมากๆ ฮามากๆ และได้ข้อคิดดีด้วย ยูบีซีมาฉายซ้ำบ่อยๆก็ดูกันทั้งบ้านบ่อยๆ หนังเรื่องนี้ขึ้นชั้นอมตะไปเลย เพราะเกี่ยวกับยาอายุวัฒนะ ฆ่ากันไม่มีตาย อยู่กันไปก็เบือ่กันจะแย่แล้ว


วันนี้ถามแม่ว่า แม่เคยดูหนัง ฮาวทูลูสอะกายอินเท็นเดยส์ ป่าว ลูกโกลดีฮอนชื่อเคท วัดสัน โคตรสวย แม่บอกว่าเคย หนังดีเนอะ ว่าแต่ คุณเคทแกหายไปไหนนะ สวยขนาดนี้มีลูกไปแล้วหรือเปล่านะ

โอ๊ย จอห่วยๆ ปวดตาแล้วอะ

นั่งพิมพ์มานานเกิน

หนังสือเรื่องเราจะข้ามเวลามาพบกัน ก็เป็นหนังสือน้ำเน่า ที่สาวๆเขาชอบกัน

เราเองเชื่อเรื่องแบบนี้พอสมควร เรื่องกรรมสัมพันธ์ที่คนเรามาได้เจอกัน หมอ สม สุจีรา คลีนิคอยู่หน้าปากซอยเอง จริงๆหาเวลาไปคุยกะแกก็ได้ แต่ยังไม่ได้อ่านหนังสือแกเลย เพื่อนบังคับอ่านมาเป็นเดือนแล้วซินะ

อยากอ่านยาขอบให้จบจัง แต่มัวแต่แรด

กลับมาเรื่องชีวิตอมตะ

เราไม่ได้อยากเป็นอมตะหรอก

แต่เราไม่อยากให้เซลล์ในกายเสื่อมและแก่ไว

คนญี่ปุ่นมีความมั่นคงมั่งคั่งทางสุขภาพมากๆ อาหารดี ภูมิอากาศดี วิถีชีวิตทำให้อายุยืน เมื่อวานน้องเรากินยาโยอิ แล้วไม่กินผัก เราสอนมันว่า คนญี่ปุ่นอายุยืนไม่ใช่เพราะปลาเท่านั้นแต่เพราะผักด้วย

และคนไทยเเดดร้อนขนาดนี้ มัวแต่กินปลาก็ไม่ต้องมีแรงไปทำไรกันพอดี

พลังงานสำหรับชีวิตต้องใช้มากเหลือเกิน

ขนมถึงต้องหวานเพื่อให้พลังงานสูงพอ

อมตะได้ด้วยอะไรกัน

เราเชื่อว่า กำลังใจของชีวิตต้องดี นอกเหนือจากที่ต้องมีเงินมากพอสมควรในการดูแลสุขภาพ

วันนี้คุยกับแม่ว่า แพทย์หญิง พักตร์พิไล แก เขียนมานานแค่ไหนแล้ว เรื่อง แอนทายเอจจิ้ง แม่บอกว่าเกิน10ปีแล้วมั้ง เออ ว่ะ แกเก่งดีนะ แกต้องบ้าคลั่งแฟรงเก้นสะตายกว่าเราแน่ๆ

เราอ่านทุกสัปดาห์มาเป็น10ปีเลยหรือเนี่ย

เทคนอลอจี้เลเซ่อร์ ทุกวันนี้ก็ไปไกลมากๆแล้ว วันนี้บอกแม่ไปว่า อ๋อม ที่ไปเรียนหมอผิวหนังเชี่ยวชาญเรื่องเลเซอร์ที่ฮาหวาด ไม่ยอมกลับมาซะทีแม่ จะพาแม่ไปหา แม่ชักหน้าโย้แล้ว ต่อว่าไปว่าแม่เราแก่แล้ว อ๋อมบอกว่า เดี๋ยวกลับมาทำให้ฟรีเลย ไอ้บ้าป่านนั้นแม่เหี่ยวตายล่ะ

การเสื่อมสลายของเซลล์ภายในป้องกันได้ไหม?

เราว่ากำลังใจของชีวิตและทัศนคติในการมองโลกก็สำคัญ แบบโฆษณาน่ะละ ออกกำลังกาย อาหาร อารมณ์

แต่คนญี่ปุ่นเขาก็กินเหล้าหนัก ดูดหรี่จัดนะ ทำงานก็หนักกว่ามากๆ แต่อายุเฉลี่ยยืนกว่าไทยมากๆ


เรื่องแบบนี้เราเข้าใจได้นะ แต่ไอ้ครั้นอ้วนๆแบบทุกวันนี้ก็ไม่เหมาะจะบอก ไว้กลับมารอบหน้าจะผอมให้ดู555

เอ เขียนไปเรื่อยๆ ไม่ดีเลยแฮะ


เราตั้งใจเขียนเรื่อง โคลนๆ และเรื่องความรักของมนุษย์ที่เหนือการลอกเลียนแบบทางพันธุกรรมมิใช่หรือ

มนุษย์จักมีความรักต่อกันด้วยเหตุใด

ความสัมพันธ์ทางกาย งั้นหรือ

หรือ ความสัมพันธ์ทางจิตใจอันเนื่องมาจากอะไรกัน

สิ่งปรุงแต่งหรือเงื่อนไขอะไรกันนะ

รักไร้เหตุผลงั้นหรือ

ลูกถามพ่อว่า ทำไมพ่อรักลูก คุณประภาสแกมาเขียนได้เป็นเพลงอมตะ1เพลง

แต่นั่นมันไร้เงื่อนไข


.....


หากเราจะรักผู้หญิง1คนเพราะอะไร แล้วถ้าเขามีร่างโคลนแล้วเราจะรักร่างโคลนได้มากพอเหมือนรักเขาไหม

แล้วโคลนสีเลือดล่ะ

เลอะเทอะไปไหม


เราต้องหาเงินเยอะๆ จะได้มีร่างโคลนซินะ

แต่หัวใจมีเพียงดวงเดียว

รักเธอมากนะ เธอรู้ไหม

ปวดตาจัง จอห่วย นั่งมาเกินชั่วโมงแล้ว เขียนไม่ได้เรื่องเลย เฮ้อ

1.50 m

0 comments
เมตรครึ่ง

เรื่องนี้แม่งตลกดี ขอบันทึกไว้หน่อย

วันนี้อยู่บ้านทั้งวันทั้งคืนหนแรกในรอบนานแสนนาน ดูหนังสองเรื่อง เดี๋ยวจะโพส

และเป็นวันแรกในรอบนานแสนนานที่ไม่เมา

พรุ่งนี้จะมีทติ้งชาว กพช( กลุ่มเพื่อนชยุตม์) คนก็คงไม่ได้มากมายอะไร เพราะ โฮ้พ กะนนท์ ไม่ได้เอ็นจอยอยากจัดนัก ถ้ามันอยากจัดกันรับรองได้ว่าคนเต็ม (ปีที่แล้ว80) มีเพียงเราที่อยากเจอผู้คน แต่ก็คงดีล่ะ ดีกว่าวันเกิดเรา ไปแล้วก้อกลับกันช้าหน่อยเพราะเม้ามัน ตอนวันเกิดเรา ตอนเราเป่าเค้ก หันไปข้างๆ ไม่เห็นมีไอ้นนท์ไอ้โฮ้พ ก็ไม่รู้จะน้อยใจดีไหม คล้ายๆกะไปงานเปิดร้านอาหารแล้วเจ้าป้ายังไม่ตัดริบบิ้นก็กลับกันซะแล้ว ข้างๆไอ้แบ๊งเป่าเค้กกันก็มีเก๋ ข้างกายเรามีใคร ของแบบนี้ก็เป็นมารยาทสังคมทั่วไปว่าไปงานไหนควรกลับเมื่อไหร่ ไปงานวันเกิดควรกลับหลังเป่าเค้ก

ไปงานเปิดร้านควรกลับหลังตัดริบบิ้น

ไปร้านทำผมก็ควรตัดผมก่อนกลับบ้าน ไม่ใช่เดินเข้าร้านแล้ว ถือว่าตัดผมแล้ว

ถ้าให้ด ีปกติปาร์ตี้ตามบ้านทั่วไป ก็ควรไปก่อนงานเริ่มไปช่วยเจ้าของงานจัดของและอยู่หลังงานจบเพื่อช่วยเขาเก็บขยะ(อันนี้ละเหนือ่ยสุด)

แต่พูดไปก็เท่านั้นไม่มีไรหรอก บ่นไปเรื่อยเปื่อย ที่เราพูดแบบนี้กลางเวบนี้ก็นับว่าไร้มารยาท

...........


เข้าเรื่องไอ้พักดีกว่า เรื่องนี้แม่งฮาดี มันชอบใช้ชื่อว่า เมตรครึ่ง ก็มันสูงแค่นี้ ตัวเล็ก ผมสั้น ตาสวย แก้มใส เสียงไม่หวาน

ก็แค่วิธีเล่าเรื่อง

นึกไปถึงตอน21มีนา คุยกะเพื่อนเอสไอและทรายตอนกินข้าวกันที่ร้านไก่กันสามคนที่ชิบูย่า ร้านนี้อร่อยและถูกดี ร้านโปรดร้านนึงในญี่ปุ่นเลย พูดกันเรื่องเด็กเอสไอ ทรายบอกว่า รู้จักน้องแจ๊คที่เป็นเดือน เพราะเป็นนักร้องวงเดียวกันกะน้องเขา เราก็อ๋อ เออ นึกหน้าออก จะไม่นึกออกได้ไง (แต่ไม่รู้จักกันนี่)จำได้ว่าเคยเห็นรูปในเวบบอด คู่กะไอ้พัก หน้าสวยกว่าไอ้พักอีก แต่พักตาสวยกว่า(มาก)

วันนั้นเราก็บอกเพื่อนไปว่า ก็น้องแจ๊คเขาเป็นเดือน เรารู้จักไอ้พักที่เป็นดาว เพื่อนแม่งขำ แบบเหี้ยยยย พวกนั้นอายุเท่าไหร่วะ มึงรู้จักได้ไงวะ เราก็ขำ ฮ่าๆๆ เออ นั่นดิ

วันนี้ถามว่าพักอายุเท่าไหร่ บอกมาว่า22 เราบอกไปว่า โหยยย ขบเผาะสุดๆ

คือ วันนี้โทรไปหาไอ้พัก บอกว่าพรุ่งนี้มีทติ้ง บอกน้องเขาว่า อยากเจอว่ะ คิดถึง แล้วพักกลับมานานยัง

พักถามว่าไปไหนหรอ เราก็บอกว่า เอ้า เห็นว่าหายสาบสูญ นึกว่าไปอยู่ ตปท ก็เลยขำกัน และก็ถามข่าวคราวทั่วๆไปหลายๆอย่าง เหี้ยเอ๊ย แม่งขำว่ะ คนเราแม่งพูดกันไปเรื่อยมากๆ มีทั้งจริงและไม่จริง แหล่งข่าวเยอะเกินเหตุ

คือ ไอ้นนท์ให้เบอร์ไอ้พักมาบอกว่าไอ้พักกลับมาจากแคนาดาแล้ว

ไอ้โฮ้พบอกว่า ไอ้พักช้ำรักหนีไปอยู่แคนาดานานแล้ว

ถามแม่ง แม่งบอกว่า ไม่ได้ไปไหนเลย ก็ยังเรียนอยู่นี่ละ เทอมท้ายสุดแล้ว


แต่เราเข้าใจได้ว่า พักน่าจะเป็นคนเก็บเนื้อเก็บตัวล่ะมั้ง คนก็เลยไม่ค่อยเจอ

แล้วก็คุยไปเรือ่ยเปื่อยซักพัก เราก็โทรหาชาวบ้านต่อ ก็ยังงงๆเป็นเหี้ยไรกันวะ กูโทรหาใคร ใครๆก็ขำ อุตส่าห์มาแนวสุภาพ โทรหาผู้ชายไปยี่สิบคน ผู้หญิงซักสิบคนได้ แต่ส่วนใหญ่หยุดยาวงี้ไป ตจว กันหมด พรุ่งนี้ก็คงได้เจอแค่ไม่ถึง20คน

ดีใจเวลาได้ยินเสียงคนรับโทสับแล้วหน้ายิ้มๆรับเรา

ใครๆก้อบอกว่า เราเป็นสัญลักษณ์ของปาร์ตี้และความสนุกเป็นแบบนี้มาแต่ไหนแต่ไร

วันนี้ก้อบอกแม่ไป แต่แม่รู้อยู่แล้วว่า จริงๆเราชอบอยู่บ้าน อ่านหนังสือ ไกวเปลญวนอะไรแบบนี้มากกว่า

เออ ห้วยผาจำได้ว่าไปเซอร์เวย์ แต่พอเราไปถึงที่ กลับกลายเป็นถิ่นแปลกหน้าที่น่ากลัวและมีรังสีอำมหิตเคลือบแฝงอยู่แรงมากๆ คงเพราะเด็กเอสไอเยอะจัดๆ สู้สบแม่รวมไม่ได้เลย มีความสุขมากๆ

ไอ้วันสุดท้ายที่ทำกับข้าวกันสามคนกะไอ้บอลกะพัก รอบดึก จุดเทียนทำ ไอ้พักตัวเตี้ยเท่ากะทะพอดี คืนนั้นบรรยากาศดีมากๆ

เหนือ่ยสุดตีน ในขณะที่คนอื่นสนุกกันสุดๆ แน่ละ เบื้องหลังปาร์ตี้ต้องมีคนเหนื่อย

นึกไปถึงตอนเลี้ยงส่งเพื่อนเอสไอตอนกุมภาจบเอกสี่คน จบโทสองคน ที่โตเกียว คืนนั้นเราเป็นโฮสท์เจ้าบ้านเอง ถึงไม่ใช่ร้านเราก็เปรียบเหมือนร้านเรา ทุกคนสนุกแต่เราโคตรเหนื่อย ตะกี๊อ่านดูในอีเมลกรุ๊บ พวกเอสไอในโตเกียวก็ถามหาเราแล้ว ไม่มีเราซักคนปาร์ตี้ประจำเดือนก็คงกร่อยไปเยอะ

แต่พรุ่งนี้เพลินๆ ไปจัดกันตามร้านหนุกตายห่า เอากล้องไปด้วย วันก่อนได้กล้องใหม่มาสองตัว แต่ต้องไปเอาฟีลม์ออกก่อน เขี้ยวมันหลุดทำไงดี กล้องตาปลาเป็นของฉันแล้ว(ฮา) เอากล้อง1ตัวไปแลกได้2ตัว เอาหัวใจ4ห้องไปแลกได้1ห้องล่ะมั้ง

5555

เรื่องแบบนี้เขียนเล่นๆเพราะนึกแล้วขำดี

กลับไปเรื่องไอ้เมตรครึ่งต่อ เกิดเป็นคนสวยนี่มันลำบากว่ะ ใครๆก็เม้าถึง ถ้าวันนั้นเราไม่ชวนน้องบอยมาว้าก มันจะเป็นคนดังเอสไอขนาดนั้นไหมนะ เอิ๊กๆ

ไอ้พักมันน่ารักมากๆ ก่อนนั้นจำได้ว่าเคยเม้าๆกะน้องเอสไอคนนึง มันเคยไปจีบไอ้พัก มันก็มาเล่าแปลกๆนะ เหมือนเป็นคนไม่ดี พอเรารู้จักเราก็เลยงงๆ มันน่ารักจะตายไป อยากได้ไว้ที่บ้านเลย เหมือนหมาชิสุเด๊ะๆ ขี้เล่น ออดอ้อน ให้ความรู้สึกเหมือนน้องสาวที่บ้านเลย ไอ้คนแบบนี้อะดี เราชอบ น้องก็น้อง ไม่ค่อยรู้สึกอยากชู้สาวอะไร

แต่ว่า

นึกได้ในทางกลับกันกะคนอื่นๆ คนบางคนเขาก็คงให้เราเป็นพี่ชายล่ะมั้ง ตลกว่ะ

อย่างพักกะออมนี่ เหมือนน้องเลย แปลกดีนะ แต่ถ้าน้องแท้ๆเราสวยแบบพักออม ป่านนี้กูปวดหัวตายห่าไปแล้วมั้งเนี่ย แต่สองคนนี้แม่งเป็นคนกวนตีนมากๆทั้งคู่เลยนะ แต่ออมนี่เห็นกันมาแต่เกิด ไม่น้องก็เเปลกแล้ว ไม่ใช่ละครเกาหลีนะ จะได้เอาสาวข้างบ้านมาทำเมีย แต่จะว่าไปพ่อกะแม่เราก็เห้นกันมาแต่เกิดนี่หว่า555 เออ ว่าแต่ทำไมช่วงนี้มีแต่คนโสดวะ แต่ก่อนไม่เห็นพวกน้องสาวสวยๆห่านี่จะโสดซักกะตัว

นึกไปถึงวันนั้นถ้าไม่ไปห้วยผาจะมีวันแบบนี้ไหมนะ วันอะไรล่ะ สงสัยล่ะซิ วันที่ได้กล้องมา2อันไง 55555 (ผ่านมาอ่านโกรธตายห่าไปแล้วนี่)

เมื่อวานโทรหากานมันบอกว่า เบื่อมากๆที่บอยเลิกกะพักมาตื๊อกานอยู่ได้ (ฮา5555)

ไอ้ที่ผ้วยผายืนขวางประตูอยู่ มันพูดว่า พี่ทศคะขอทางพักหน่อยค่ะ นี่เรายังจำได้อยู่เลย เอ๊ะ วันนั้นแปลว่าเขารู้จักเราอยู่แล้ว

ไอ้เรื่องแบบเนี้ยเสือกไปจำ จำได้ไงวะ

พรุ่งนี้ก็ไม่ได้คาดหวังจะเจอใครมากนัก อยากเจอไอ้ฟรี ไอ้นนท์ ไอ้โฮ้พ ไอ้ยุด ไอ้ขุน น้ำผึ้ง ขวัญ ป่าน โบ๊ต พัก พวกนี้คงได้เจอแน่ๆ ส่วนที่เหลือ ก็แล้วแต่บุญแต่กรรมว่าชีวิตนี้จะได้เจอกันอีกไหม

นึกไปถึง ไอ้ยุดเคยบอกว่า กลุ่มเพื่อนชยุตม์นี้แต่ก่อนเขาไม่จีบกันนะพี่ พึ่งมาหลังห้วยผานี่เอง ที่จับคู่กันหัวใจพัลวัน เลิกกะแฟนไปกิ๊กกันก็มี อีรุงตุงนังกันไปหมด

เราบอกไปว่าไม่ใช่หรอกว่ะ มันเป็นยุคที่เปลี่ยนไปมากกว่า แต่ก่อนคนสนิทกันกอ้เป็นเพื่อนเป็นพี่เป็นน้องกันได้(อย่างแท้จริง)

ปัจจุบันสนิทกันหน่อยก็คิดแล้วล่ะว่ารักกันใช่ไหม

รักจริงๆมันคืออะไร

ถ้าไปไม้เอก รักก็คือ็3ดื่ม5555 750บาท 555

เหี้ย นั่งขำคนเดียว


จริงๆแล้วรักคืออะไร


ฉันเชื่อในพรหมลิขิต ที่ลิขิตคนเรามาเจอกัน

ยังจำแววตาของคนบางคนที่หัวลำโพงได้

แปลกนะ คนร่วมร้อย จำได้อยู่คนเดียวว่าเขามองเราแบบไหน

พรุ่งนี้ก็ไม่เจอกัน และไม่รู้ว่าเมือ่ไหร่จะะ่เจอกัน

อยากไปเทสท์บีเอ็ม เอ๊ก3ว่ะ ใครๆก็บอกว่ามันมากๆ

ไปเขียนอีกอันต่อดีกว่า

Friday, July 18, 2008

เกมโหดๆ กะรักเท่าไหร่ก็ยังบ่พอ

0 comments
ไม่หลับไม่นอนนะครับ เช้าแล้ว พระจันทร์เต็มดวงตกน้ำป๋อมแป๋มไปแล้ว
นึกถึงมีคนถามเราว่า เป็นบ้าไรอีกล่ะเนี่ย พระจันทร์เต็มดวงอีกแล้วหรอไง (15ค่ำหนก่อน)


เมื่อสองคืนก่อนเตะบอลเสร็จก็ไปแดกเหล้าต่อกะพวกเตะบอล เล่นเกมโหดเหี้ยๆ โหดสุดๆเท่าที่เคยทำมาในรอบหลายปี จะค่อยๆเล่าให้ฟัง แต่หนุกเหี้ยๆ ตื่นมาก็นอนอมยิ้มอยู่คนเดียวว่าที่ทำไปมันโคตรจะทศเลย แต่เป็นทศสมัยอายุ20ที่ไม่ค่อยรับผิดชอบชั่วดี จากการกระทำของตนเอง แต่เล่าเรือ่งเมื่อคืนก่อนดีกว่า

ส่วนเมื่อคืนไปแดกเหล้าตามปกติไปกะพวกแก๊งสนามบาส เจอน้องลูกปัด เขาร้องเพลงนี้บนเวทีกะเพลงอะไรไม่รู้อีกเพลง ของบียอนเซ่มั้ง พอเขาร้องเสร็จก็เดินไปดักหลังเวทีว่าต้องลงมาแน่ๆ แล้วก็เจอจริงๆ พอเขาลงมาก็ยกมือไหว้เรา1ทีบอกว่า สวัสดีค่ะพี่... เราก็ยิ้มๆบอกว่าร้องเพราะจัง เนี่ยพี่ชอบเพลง รักเท่าไหร่ก็ยังไม่พอมากๆๆๆๆเลย ชอบมาตั้งแต่หลายปีก่อนที่ออกมาแล้ว แล้วก็คุยกันไปอีกพักใหญ่ อ้อ เราชวนเดินจากหลังเวทีไปคุยหน้าร้าน แต่เขาก็ดูออกละเนอะว่าเราน่ะเมาจัง เจอคราวนู่นก็นานเหลือเกินแล้ว ตั้งแต่หัวหิน2005 ตอนนั้นยังไม่ออกเพลงนี้เลยมั้ง

นึกๆไปก็ขำดี คนสาธารณะเราเขียนถึงได้ซินะ 555 แล้วกูเป็นใครวะ คุณนักร้องเธอมาอ่านคงงง5555

พอกลับมาบ้านตอนซักตีสามไม่รู้เป็นเหี้ยไรนอนไม่หลับโทรหาเมย์ คุยกันไปเรื่อยเปื่อย เมย์ไปอ่านข่าวช่องที่ลูกปัดเขามาเป็นดีเจ เขาก็พูดถึง เราก็บอกว่าเราพึ่งเมาๆไปคุยกะเขามาเอง 555

แต่ไปเมาๆกะน้องนี่โคตรสบาย ไม่ต้องขับรถเอง คนดูแลก็มี วันนี้ก็ไปกะมันอีก พ่อแม่สบายใจลูกๆออกไปด้วยกันกลับด้วยกัน ยังไงก็มีคนดูแลกัน พี่ชายดูแลน้องสาวหรือน้องสาวดูแลพี่ชายวะ พี่ชายขี้เมาชิบหาย

อ้อ เมื่อคืนเจอปุ้มด้วย ไม่เจอมานานสัดๆๆๆๆๆๆ msnก็ไม่มี ตั้งแต่ปี2004แล้วซินะ น้องเรางงๆดูท่าทางหนิดหนมกัน ก็ใช่ดิวะ แต่ทำไมไม่เจอกันวะ จำได้ว่าฉลองวาเลนไทน์ด้วยกัน แบบเมาๆ ซิดนี่ย์นานแล้วว่ะ ร้านตรงเซอร์ขุล่า คี ถามว่าเป็นไงบ้างวะ กันไปเรื่อยๆ ถามถึงเจ๊กะเฮียของปุ้ม ได้ข่าวว่าเฮียเปิดร้านอาหารอยู่ ถามว่า "อยู่ไหนวะ อยากไปกิน" ปุ้มบอกว่า ตรงข้ามสถานีตำรวจดับเพลิงตรงแยกสุทธิสาร เราทำหน้าแปลกๆมั้ง มันเลยถามว่าเคยไปแถวๆนั้นไหม เพราะปุ้มรู้ว่าบ้านเราอยู่ไกลจากตรงนั้นมากๆ เรานึกในใจ ห่า กูนึกออกเลยร้านอยู่ไหน ซึ่งจริงๆแถวๆนั้นกูก็ไม่ได้ไปบ่อยหรอกนะ เกิดมาก็แทบไม่เคยไป จู่ๆไม่กี่นานมานี้ก็ไปบ่อยๆ

กลับมาที่เรื่องโหดๆ เมื่อเช้า(ไม่ดิเมื่อบ่าย) เมื่อคืนเม้าแตกแบ่ดหมด ตื่นมาเปิดเครื่องเห็นว่าอีเจี๊ยบโทรมาหลายรอบก็งงๆ โทรกลับไป มันบอกว่าเลยบ้านเราไปแล้ว มันกำลังจะไปพัทยาคนเดียว โธ่เอ๊ย ห่า กูก็อยากไปด้วย แล้วอีเจี๊ยบก็ชวนเม้าต่อเรื่องเกมโหดๆ ที่เราเล่นเมื่อวานซืน มันโหดดี เล่นกับความรู้สึกคน

เคยอ่านการ์ตูนเรื่อง Circle Gamesกันไหม เป็นการ์ตูนญี่ปุ่นที่เราชอบที่สุดเลยล่ะ เป็นเรื่องที่เล่นกับความรู้สึกคนเท่านั้น แต่ว่า

แต่ว่า พอเราบวชมา1พรรษา เราเองก็เลิกทำนิสัยแบบนั้นไปแล้ว ไม่ขาดหรอก แต่ก็แทบไม่เคยทำอีก วันนี้เข้าพรรษาแล้ว แต่ก็ไปแดกเหล้าแถวๆสนามบาสมา กินไม่กี่แก้วก็นอนไม่หลับแบบนี้ละ

แต่มันเหี้ยๆ เล่นกะความรู้สึกของผู้หญิง3คนที่สวยขั้นเทพ แต่เขาเหล่านั้น คงรู้สึกอะ/ไรกับผู้ชายหน้าหล่อคนนั้น หนุกเหี้ยๆ คนนึงดังเพื่อนรัก คนนึงดังน้องรัก อีกคนนึงแค่คนรู้จักนิดเดียว นี่แค่นึกถึงก็อดอมยิ้มไม่ได้

วันนี้ไปกินข้าวกะแก๊งน้องมา อิ๊ง ออย จอย นุ่น เมย์ แบ๊ง แพร เป็นแก๊งที่มันคบมาตั้งแต่ม.1/12 เราคงต้องรู้จักแก๊งนี้ไปตลอดชีวิตตนเอง เพราะก็คงเป็นเพื่อนรักน้องเราไปตลอด

อีกหน่อยปลูกบ้านเสร็จ ทุกวันวันเสาร์ที่สามของเดือน จะเชิญคนใกล้ชิดของครอบครัวเล็กๆของเรามาปาร์ตี้กัน ก็มีคนเหล่านี้ละ แน่นอน ไปทั้งชีวิต

์เป็นร้านที่มีปลาค้าบในบ่อเป็นพันๆตัวเลยมั้ง ก็ดูเพลินดี พ่อบอกว่าเราชอบดูปลามาแต่เด็กๆ แต่ก่อนปลาหลายบ่อเลย ตอนเด็กๆบ้านเราสัตว์เยอะ กระรอก กระแต เต่า ไก่แจ้ เยอะแยะไปหมด แต่เดี๋ยวนี้ไม่มีไรเล้ยยย อ้อ มีแมวอยู่

ก่อนไปก็พาแม่กะน้องไปดูที่ดิน ที่อยากปลูกเรือนหอ แต่ตอนนี้ไม่มีเงินหรอกนะ แต่ต้องไปหาเงินมาปลูกให้ได้ล่ะ ฝันกันไป แต่ก็ต้องพยามให้มีจริงๆ อยากมีบ่อปลาค้าบใหญ่ๆด้วย ใฝ่ฝันมาแต่เด็กๆ ปลาค้าบเป็นสัญลักษณ์ของความพยายามมานะอดทน เพราะต้องว่ายทวนน้ำตก ขึ้นไปวางไข่ อยากให้บ้านมีน้ำตก บ้านมีบ่อปลา บ้านมีเรือนไทย บ้านหลังเล็กๆกลางป่ากว้างๆ และครอบครัวที่อบอุ่น ยายแม่พ่อเป็นอมตะ มีลูกน่ารักๆ ซนบ้างพอสมควร มีภรรยาที่คนอิจฉา(พูดแบบนี้พ่อด่าทุกที มึงจะแต่งงานกะนาตาลีหรือไง) แต่เราว่ากว่าเราจะแต่งงานคนคงอิจฉาเจ้าสาว มากกว่าอิจฉาเจ้าบ่าวแน่ๆ5555

แต่เรือ่งแบบนี้เราไม่คิดมาก แค่ภรรยาเข้ากับเราได้ดี และครอบครัวเล็กๆคนน้อยๆแบบบ้านเราได้ เราก็พอใจแล้ว

แต่ไอ้ที่จะเข้ากันได้ยากนี่ก้อเพราะว่า

แม่และพ่อและเราเนี่ย

เพี้ยนจากคนปกติอยู่ไม่ใช่น้อย

มีน้องเรากะยายเรานี่ละที่ดูเป็นคนปกติ

แต่น้องเราก็มักชอบผู้ชายที่เหมือนพ่อเรา

ซึ่งก้อได้ผู้ชายเพี้ยนๆมาอีก

แค่นึกถึงภรรยาในอนาคตของเราว่าต้องอยู่ร่วมบ้านกับคนเพี้ยนๆ4คนแล้ว ก็นึกปวดหัวและเห็นใจแทนแล้วล่ะ

แต่จะว่าไป เจ้าสาวกูเกิดหรือยัง สงสัยสุดๆ

ไหนหมอดูใครว่าเดือนเมษาจะอยากแต่งงาน

ลืมไปหมดแล้ว อยากเรียกความรู้สึกแบบนั้นกลับมาจัง


.................

เอ่า เพลงลูกปัด ถ้าไม่เจอลูกปัดก็คงไม่นึกว่าจะเอาเพลงนี้มาขึ้นบล๊อก ถึงแม้ว่าจะเป็นเพลงนึงที่ฟังบ่อยๆจากไอผ่อด สมัยอยู่โตเกียว ชอบมาแต่ไหนแต่ไร เป็นเพลงที่แปลกดี เกิดมาเราจะรักใครได้แบบนั้นหรือไง ดีใจที่ไม่ต้องเสียใจระกำช้ำรักขนาดนั้น เพลงนี้มันเป็นอารมณ์ผู้หญิงรักผู้ชายมากกว่ามั้ง

.................

อ้าว คุณยายตื่นแล้ว ไปนอนดีกว่าเรา

.................



ศิลปิน ลูกปัด
อัลบั้ม Lucks Music
เพลง รักเท่าไหร่ก็ยังไม่พอ

ฉันรู้ดีว่ายังไม่ดีพร้อม
ฉันก็ทำได้ดีแค่เท่านั้น
ฉันแค่ยอมทำทุกอย่าง
ที่เธอจะไม่ต้องเสียใจ

คิดทบทวนคนเดียวอยู่บ่อยครั้ง
รักเธอจนลืมตัวมากไปไหม
ทำเพื่อเธอแล้วยังไง
แต่สุดท้ายเธอก็ทิ้งกัน

ยิ่งมันรักมากเท่าไหร่
ดีแค่ไหนไม่สำคัญ
เมื่อสุดท้ายไม่รักกัน
แล้วฉันไม่มีความหมาย

อยากจะเห็นคนดีของเธอ
คนแบบไหนที่เธอรักจริง
ที่เธอจะ ไม่ทอดทิ้ง
ไม่ทำให้เค้าเสียใจ

หากว่าฉันรักเธอไม่พอ
ดีไม่พอจะไม่โทษใคร
โทษตัวเองโทษหัวใจ
รักเท่าไหร่ ก็คงไม่พอ

รักฉันมีให้เธอเพียงเท่านี้
ทั้งหมดใจที่มีก็เท่านั้น
ถ้าไม่พอที่ต้องการ
ก็ยังไม่รู้ต้องทำไง

ขอวอนเธอแค่สักอย่างได้ไหม
ถ้าเธอมีน้ำใจครั้งสุดท้าย
ช่วยบอกฉันช่วยอธิบาย
บอกให้ทำใจซะที

ยิ่งมันรักมากเท่าไหร่
ดีแค่ไหนไม่สำคัญ
เมื่อสุดท้ายไม่รักกัน
แล้วฉัน ไม่มีความหมาย

อยากจะเห็นคนดีของเธอ
คนแบบไหนที่เธอรักจริง
ที่เธอจะ ไม่ทอดทิ้ง
ไม่ทำให้เค้าเสียใจ

หากว่าฉันรักเธอไม่พอ
ดีไม่พอจะไม่โทษใคร
โทษตัวเองโทษหัวใจ
รักเท่าไหร่ ก็คงไม่พอ

อยากจะเห็นคนดีของเธอ
คนแบบไหนที่เธอรักจริง
ที่เธอจะ ไม่ทอดทิ้ง
ไม่ทำให้เค้าเสียใจ

หากว่าฉันรักเธอไม่พอ
ดีไม่พอจะไม่โทษใคร
โทษตัวเองโทษหัวใจ
รักเท่าไหร่ ก็คงไม่พอ

รักเท่าไหร่ก็ยังไม่พอ


: ₪ › รักเท่าไหร่ก็ยังไม่พอ - ลูกปัด ‹ ₪ :

Tuesday, July 15, 2008

เห็นใจ

0 comments
เห็นใจ

วันอังคารที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2551

๑๗:๐๑:๓๕ น.


จริงๆน่าบันทึกเรื่อง ไปBusiness Tripลาว และจีนมา ตั้ง2อาทิตย์ แต่ไว้ก่อนดีกว่า เอาเรื่องเมื่อวานดีกว่า

ไปหมู่บ้านน้องเจิดจ้ามา เอิ๊กๆ ต้องเรียกว่าหมู่บ้านนักบินของพ่อโม่ตะหาก

จะเขียนแบบบ้าดารา555

ตะกี๊โทรหาโฮ้พ เพราะโฮ้พโทรมาที่บ้าน อยากมีมีทติ้งกลุ่มเพื่อนชยุตม์(กพช) ปีก่อนมากัน80คน

ตื่นมา9โมงกว่าๆ นั่งอ่านหนังสือกองโตที่พ่อเอามาให้ พ่อเดินเข้ามาเห็นเราอ่านหนังสือที่พ่อให้มาพ่อก็ดีใจ นึกในใจตั้งแต่ตื่นแล้วว่า โฮ้ว มีหนังสืออีกกองใหญ่ และภาระชีวิตอีกมากมายที่ต้องทำ คงไม่มีเวลาพอให้เซ็งเป็ดอะไรไปได้ แล้วก็บอกไม่มีเวลา แต่เมื่อตอนตี5ยังนั่งแดกเหล้าอยู่เลย555

เมื่อวานตอนเย็นไปเล่นบาสมาหลังหมู่บ้าน เล่นไปไม่กี่แต้มก็เหนื่อยใจแทบขาด ตอนนั่งรอผึ้งที่สนามบาส ตกใจโทรศัพท์บางอย่าง

ตอนบ่ายเมื่อวานไปไปรษณีย์แถวๆบ้านเจอยีนด้วย ไม่เจอมาหลายปีตั้งแต่เรียนโทเฟ่วอาจารย์สงวน แต่ยีนบอกว่า มาส่งของทุกวัน ขายของทางเว็บอะเนอะ ตามสไตล์เด็กนอกซินะ สมัยนู้นเราเรียนโทเฟ่วแต่ไปสอบIELTS เลือกเรียนที่นี่เพราะอาจารย์แกสอนมันมากๆ เนื้อหาศัพท์ดีจัด ตอนนั้นภาษาอังกฤษดีสุดในชีวิตแล้วมั้ง

ตอนไปเขตเมื่อวานเพื่อทำบัตร ปชช เจอผึ้งด้วย เม้าแตกๆอีกเช่นเคย ผึ้งชวนไปปาร์ตี้น้องสาว บอกว่า ต้องพ่วงมา1นางด้วย มาแลกกัน แม่งฟังแล้วขำๆ แต่ได้ทำวันนี้เพราะเมื่อวานไปช้าคิวเต็มซะงั้น ทำนานนับชั่วโมงรอคิวนาน เสียเงิน20บาท นึกในใจทำไมหนก่อนเราเสียเยอะกว่านี้เยอะวะ เจ้าหน้าที่ทุจริตป่ะวะ จำได้ว่าไปทำบัตรใหม่เพราะบัตรหายเสียตั้งหลายร้อย นึกงงๆ แต่ก็ขำไม่ได้ เดินทางเยอะจัด สมองเลอะเลือนไปแล้ว ไปทำเมื่อต้นปีนี้เอง

ทำเสร็จโทรไปเม้าแตกกะออม อยากเจอ เพราะจำได้ว่า ตอนออมได้ใบขับขี่ออมอีเมลป่าวประกาศแบบขำใหญ่เลย บอกออมไปว่าคิดถึงนะ อยากเจอ ออมบอกว่าเดี๋ยวออกมาหาพี่ทศเลยค่า 555 แล้วเราก็ตกกะใจ ออมบอกล้อเล่นพอดีออมมีนัดเพื่อนไว้ แล้วก็เม้ากันไปเรื่อยๆ เรื่องตอนเราจะซื้อหมาให้ออม แล้วพ่อออมก็โทรมาเม้งพ่อเรา นึกไปก็ขำ ไอ้2ตัวนี้มันอยู่กรุงเทพกันประจำที่ไหนล่ะ ริอ่านจะเลี้ยงหมา ออมก็โกรธไหนว่าเลี้ยงได้ไง เดี๋ยวไ้ว้เสาร์อาทิตย์นี้ออมกลับมาจากอินเดียคงได้เจอ นึกถึงออมก็ต้องคิดถึงเหี้ยแต้วด้วยเสมอ ไม่รู้เป็นไร บ้านออมห่างเราเพียง1สะพานข้ามแยก แต่ก่อนก็เจอกันบ่อยแฮะ พอไปเที่ยวลาว จีน ก็ยิ่งคิดถึงตอนเด็กๆที่ไปกันบ่อยๆ บางเรื่องพอนึกก็นึกออก ถ้าไม่นึกก็ลืมกันไปหมด ตอนเด็กๆนั่งรถตู้ไป2ครอบครัวก็มีความสุขดีเนอะออมเนอะ ไว้เดี๋ยวชาตินี้ได้เจอจะถ่่ายรูปลงไฮ5เลย เรื่องนี้มีฮาจริงๆ ไม่เจอกันกีปีแล้วน้า

รอบกลางคืนเมื่อคืนให้น้องไปส่งที่หมู่บ้านนักบินหมู่บ้านนี้นักบินเยอะ เราก็เลยเรียกแบบนี้ ฮ่าๆๆ บ้านสวยดี แต่ก็บ้านจัดสรรน่ะละ

พอน้องเลี้ยงรถผ่านป้อมยามปั๊บก็บอกว่า เฮ้ย เคยมานี่นา เราก็บอกว่าหรอ เคยมาหรอวะ พี่ทศก็มาบ่อยๆ มันบอกว่าบ้านไอ้จ้านี่หว่า เราก็งงๆ จ้าไหนวะ น้องกูมีเพื่อนชื่อจ้าหรือไง ไม่เคยได้ยิน แต่อย่างว่าแหละ 5.5ปีนี้เราเองก็ไม่ค่อยอยู่ไทย ก็ไม่ได้รู้จักเพื่อนน้องอะไรนัก แต่ตอนอ่านเรื่องแสงเงารัก ก็คิดถึงหมู่บ้านนี้นะ เพราะมีภาพบ้านนักบินอยู่ 10เดือนหน้านักบินบ้านตรงข้ามนักบินอนรรฆเพื่อนรักจะแต่งงานที่ สโมสรทหารบก และ24เพื่อนที่คณะ จะแต่งงานที่สโมสรทหารบกเช่นกัน คงพลาดทั้งสองงาน

แสงเงารักมีนางเอกชื่อจ้าจ๋า อ่านแล้วอินมากๆ จ้าจ๋าจะรักน่านฟ้าไหม แต่คนเรามันต้องผู้พักกันเป็นสิบปีขนาดนั้นเลยหรือ เราเคยแต่เกิดมาปุ๊บเจอใช่ก็จีบเลยแฮะ แปลกดี ภาพครอบครัวใหม่ในหมู่บ้านใหม่ๆให้ภาพแบบนี้ได้ชัด

วันก่อนอีเจี๊ยบก็พึ่งซื้อเศรษฐสิริ แถวๆบ้านเรา ก็ไปช่วยเจี๊ยบติดม่านมา2หน ช่วยม้าเจี๊ยบด้วย ตอนดึกๆยืนเม้าบ้านตรงข้ามกันอยู่ หมู่บ้านใหม่ๆ ได้มองผู้คนก็ดีนะ บ้านตรงข้ามเยื้ยงๆเจี๊ยบเป็นดารา แต่ปกติเราไม่ค่อยสนเรื่องชาวบ้านเลยแฮะ แต่แถวซอยเราเขาก็รู้จักกันหมด เห็นใจเจี๊ยบมากๆ เมื่อคืนนึกว่าจะได้เจอ แต่เจี๊ยบไม่อยากเจอเพื่อนๆ บอกว่าไม่อยากร้องไห้ให้ใครเห็น โถคนสวย ทำไมต้องช้ำ สงสารจัง

นั่งบ้านนักบินเม้ากันไป จับหมูกันไป หนุกดีมากันหกคน เราไปแต่สามทุ่มถึงตีห้าได้

กลับมาที่น้องบอกว่า บ้านไอ้จ้านี่หว่า

น้องบอกว่า เคยมาบ้านจ้า เราถามจ้าไหน มันบอกจีจ้า เราถามจีจ้าไรวะ คนเหี้ยไรชื่อจีจ้า มันบอกว่า หนังช้อคโกแลตอะ เราก็ยิ่งงงๆ ช้อคโกแล็ตไรวะ ไปถามไอ้คุณนักบินบอกว่า น้องจีจ้าหนังช้อคโกแล็ตเขาอยู่ใกล้ๆบ้านมึงด้วย มันโง่กว่ากูอีก ไม่ค่อยได้อยู่ไทยและติดตามหนังไทยมั้ง

เอ้าเปิดช่อง80เจออีกจ้านึง จ้าพิธีกรคู่ขวัญไอ้แบ๊งเลย สัมภาษณ์เจ๊เล้งอยู่เลย จ้าแฟนเก่าไอ้ดุน จำได้ว่าตอนเจอหนแรกเขาดูงงๆ ว่าทำไมเราดูสนิทกะไอ้ดุนแต่แทบไม่เคยเห็น และอีกทั้งพอถึงคราวต่อมาก็เลี้ยงวันเกิดร่วมกะไอ้แบ๊งอีก น้องเราบอกว่าจ้าส้วยสวย ไอ้น้ำบอกว่าจ้าเขาเจิดจ้าสมชื่อจริงๆ แต่ในทีวีไม่ค่อยสวยเนอะ

ตอนมันไปตัดผม มันไม่รู้บอกตัดทรงไรดี ตอนนั้นสวรรค์เบี่ยงฮิตจัดๆ มันบอกทรงพี่เคน เขากรี๊ดทั้งร้าน มันก็งงๆ ก็เพราะคนแบบพวกเราไม่ค่อยสนใจไรงี้มั้ง แต่การบอกว่าอยากได้ผมทรงไหนจากดาราคนไหนนี่มันสะดวกในการอธิบายที่สุดแล้วล่ะเนอะ

ช่วงนี้พวกเราควรช่วยกันดูแลเจี๊ยบกันหน่อย แล้วใครจะดูแลกูวะ

เฮ้ย เวลาไม่พอแล้ว จบก่อน พาแม่ไปเดินสวนสาธารณะก่อน แล้วต้องนั่งรถเมล์ไปเตะบอลต่อสองทุ่ม

ว่าจะเขียนเรื่อง กอลฟ์ ขวัญ และกิ๊กนักมวย ที่ต่อยค่ายเดียวกะไอ้ยุดซะหน่อย อ่านไทยรัฐเมื่อเช้า

แหม อดบ้าดาราเลยกูเวลามีน้อย

แต่สรุปง่ายๆว่า คนเราต้องมีหึงหวงกันบ้าง แต่ขึ้นอยู่กับว่าจะให้เกียรติกันได้แค่ไหน ทำอะไรก็ต้องไว้หน้ากันบ้าง วันก่อนแดกเหล้ากะแก๊งไอ้แบ๊งกะแก๊งน้องเรา(ร่วมโต๊ะกันแล้วตลกดี แก๊งหนุ่ม28เอสไอเรากะแก๊งสาว23เอแบ่คน้อง รวมกันได้ซัก15คนดูมันส์ดี) เห็นน้องเราเดินไปยืนคุยกะ(ปี)ใหม่ที่เจ๊ท นึกไปถึงเพลง คนเบื้องหลังเขาคือตัวเธอใช่ไหม เพลงนี้มันตลกว่ะ ถ้าคนเราคบกันความไว้วางใจนี่ล่ะที่ต้องเชื่อถือกัน แต่แน่ละความไว้วางใจนี่ละที่ทำให้เสียใจกันมานักต่อนัก จะโทษใครไม่ได้ ต้องฟังเสียงทุกฝ่าย ไม่มีใครเป็นเจ้าของใครโดยเด็ดขาด ยิ่งถ้าไม่ใช่แฟนแล้วจะให้ทำยังไง ต่อให้คนเป็นแฟนกันแล้วก็ต้องไว้ใจกันอยู่ดี

บายๆ

เธอโผล่มาในคืนที่7

0 comments
เธอโผล่มาในคืนที่7

วันอังคารที่ ๑๕ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๑

๑๖:๕๓:๕๔ น.

นับไปนานมาแล้ว นี่เป็นบันทึกย้อนหลังนับเดือนในอีกโลกนึง เธอโผล่มาหน้าบ้านพร้อมกับเรียกเรา เราเดินออกไปหาด้วยสภาพงัวเงียพึ่งตื่นนอน ตกใจมากๆว่าเธอมาที่นี่ได้อย่างไร เราต้อนรับขับสู้เธอ เธอดูเหนื่อยล้ามากๆ ทำไม เกิดอะไรขึ้นกับเธอ เธอมักมาหาเราหลังผ่านพ้นช่วงเรื่องราวชีวิตที่โหดร้ายเสมอ คราวสุดท้ายที่เราเจอเธอ เธอผมสั้นประบ่าและไว้หน้าม้าปิดหน้าผากสวย วันนี้เธอเปลี่ยนไปเธอมัดผมรวบไว้ ผมยาวกลางหลังผ่านการดัดหยิกทำให้หน้าตาเธอแปลกไป เราพูดคุยกันอยู่นานในห้องรับแขก เราถามเธอว่าเหนื่อยไหม นอนพักก่อนไหม เธอเข้าไปนอนซักสองชั่วโมงแล้วบอกเราว่าออกไปข้างนอกกันเถอะ เรานั่งว้าวุ่นใจอยู่นาน เธออยากไปช้อปปิ้ง เราตามใจเธอเสมอไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในความสัมพันธ์ของเราก็ตาม เรานั่งรถเมล์ร้อนๆไปกัน รถเมล์ผ่านอนุสาวรีย์ เธอเอียงไหล่มาซบเรา เราบอกเธอว่า เมืองไทยเขาไม่ทำกันแบบนี้นะ เธอมองตาเราอย่างมีความหมาย แล้วหัวเราะแหย่เย้าแบบขี้เล่นเช่นเคย ผมเธอยาวขึ้นมาก

About Me

ทศ พิทักษากร
Tokyo, Japan
น้องสาวชื่อ ทอรุ้ง พ่อเป็นลูกคนเดียวของปู่กะย่า แม่เป็นลูกคนเดียวของตากะยาย น้องสาวมีลูกไม่ได้ ชอบเลี้ยงแมวมากกว่าหมา ตอนเด็กๆโดนหมางับที่โคนขา@เขาใหญ่ เลยไม่ค่อยรักมัน แมวเลี้ยงมาหลายตัวมากๆ หมาเลี้ยงมาและรักตัวเดียวชื่อ แตงโม ไก่แจ้ก็ชอบ ตอนเด็กที่บ้านมี๓๐ตัวได้ แต่้ตอนนี้อยากเลี้ยงนกยูง เ็ห้นว่าสวยดี เรื่องแฟนไม่คิดมาก ยังนึกไม่ออกว่าแต่งงานเมื่อไรดี แต่พ่อห้ามแต่งก่อนสามสิบ ส่วนจะมีบุตรสืบสกุลหรือไม่ ไม่ค่อยแน่ใจ เพราะหมอบอกว่าต้องดูสุขภาพภรรยาด้วย ว่ามีได้ไหม บ้านเราไม่ค่อยแข็งแรงกันอะ เป็นโรคทางพันธุกรรมบางอย่าง ความสามารถพิเศษ : เรียนจบนักธรรมตรี แต่ไม่เปรียญซักกะประโยค แต่ก็ยังขยันกินเหล้าอยู่ นอกจากทำมาหาเลี้ยงชีวิตแล้ว งานอดิเรกคือ ชอบอ่านหนังสือมากๆ ในรอบสี่ปีนี้ใช้ชีวิตในห้องสมุดเป็นหลัก สำหรับเราเราเรียกมันว่าโลกไร้กาลเวลา โดนดูดเข้าไปบ่อยๆ อ้อ เราสายตาไม่สั้นนะ ไม่เนิ้ดเลยด้วย เป็นผู้ชายตัวใหญ่ ใส่เสื้อที่ซื้อตามสวนจตุจักรไม่ได้ ชอบผู้หญิง ตัวเล็ก ผมสั้น ตาสวย แก้มใส เสียงหวานๆ พูดได้มากกว่าสองภาษา จะสามสี่ห้าภาษาก็ได้ไม่ว่ากัน เรียนเก่งๆ ญาติน้อยๆ ชอบอยู่บ้าน เล่นดนตรีได้ ทำบัญชีได้ ขับรถไม่เป็น
View my complete profile