Tuesday, September 30, 2008

ชีวิตคนเรานั้น..ไม่เที่ยง

0 comments



รูปสุดท้ายกะเจ้าชาย




เมื่ออดีตคนรัก "เจ้าชายแอนดรู" เป็นนางฟ้าตกสวรรค์!!! .......ถึงขั้น "ไร้ที่ซุกหัวนอน"


โดย พิงค์สเกิร์ต

เมื่อช่วงต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา มีคนพบเห็น แคทลีน ดี-แอน สตาร์ค ดาราชาวอเมริกัน วัย 52 หรือ "คู สตาร์ค" ซึ่งโด่งดังไปทั่วโลก เพราะเธอเธอเป็นอดีตแฟนสาวของเจ้าชายแอนดรู พระราชโอรสของพระราชินีอลิซาเบธ ที่ 2 แห่งราชวงศ์อังกฤษ กำลัง "ตกอับ" ถึงขีดสุดในชีวิต


เพราะ "คู สตาร์ค" ต้องกลายเป็นคนไร้บ้าน ภายหลังถูกขับไล่ออกจากห้องเช่าพร้อมลูกสาววัย 11 ปี "ทาเทียน่า"





"คู สตาร์ค" เมื่อยังสวย ยังสาวและยังดัง





แต่ทว่าด้วยชีวิตที่เคยหรูหราฟู่ฟ่า "คู สตาร์ค" จึงตัดสินใจย้ายไปอาศัยที่โรงแรมหรูหราแห่งหนึ่ง โดยตอนนี้เธอติดหนี้ค่าเช่าห้องอยู่เกือบ 3 แสนบาท เพราะห้องพักสุดหรูดังกล่าวมีราคาถึงคืนละกว่า 10,000 บาท ทั้งที่เธอถังแตกและถูกตัดสินให้ล้มละลาย!!!


เพื่อนของดาราสาวตกอับ กล่าวว่า "คูกำลังถังแตกและไม่มีบ้านให้ลูกสาวอยู่ การอาศัยอยู่ในโรงแรมขณะนี้ทำให้เธอรู้สึกไม่มั่งคงในชีวิตอย่างมาก และเธอเป็นห่วงว่าโรงแรมดังกล่าวไม่เหมาะสมกับเด็ก แต่สาเหตุที่เธอไปอยู่ที่นั่น เป็นเพราะเธอไม่มีที่จะไป คูพยายามทำทุกอย่างให้ลูกสาวอย่างดีที่สุด แต่ก็ไม่มีเงิน นอกจากนี้ เธอยังป่วยหนักในช่วง 2-3 ปีนี้ และการที่เธอกลายเป็นคนไร้บ้าน ก็ยิ่งทำให้อาการแย่ลง"





"คู สตาร์ค" จูงมือลูกสาวขณะเดินออกจากโรงแรม





รายงานข่าวระบุว่า "คู สตาร์ค" ที่เพิ่งหายจากโรคมะเร็งเต้านม ได้ย้ายไปอาศัยในโรงแรมโดยที่ไม่มีบัตรเครดิตและเงินแม้แต่แดงเดียว แต่สาเหตุที่โรงแรมยอมให้เธออยู่ก็เป็นเพราะเธอเป็นที่รู้จักที่นั่น เนื่องจากเคยไปพักอยู่บ่อยๆ เมื่อชีวิตยังไม่ตกต่ำแบบนี้


เธอเคยเป็นอดีตคนรักของ "เจ้าชายแอนดรู" เมื่อ 25 ปีที่แล้ว ระหว่างช่วงปี 2525-2526 ซึ่งหลายคนเชื่อว่าเจ้าชายแอนดรูจะทรงอภิเษกสมรสกับเธอ แต่ในที่สุดก็ไม่เป็นเช่นนั้น เพราะราชวังบักกิ้งแฮมไม่เห็นด้วย อย่างไรก็ตาม แม้ความรักจะถูกกีดกัน เธอยังคงเป็นพระสหายของเจ้าชายแอนดรู และเจ้าชายแอนดรูก็ทรงเป็นพ่ออุปถัมภ์ของ "ทาเทียน่า" ด้วย


ต่อมา เธอได้แต่งงานกับมหาเศรษฐี "ทิม เจฟเฟอร์รีย์" ในปี 2527 และหย่าขาดในปี 2528 จากนั้นเธอได้มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับ "วาร์เรน วอร์คเกอร์" อภิมหาเศรษฐีชาวอเมริกัน 1 ปีต่อมาเธอก็ตั้งครรภ์ แต่ความสัมพันธ์ของทั้ง 2 คนก็ระหองระแหงมากขึ้นเรื่อยๆ ภายหลังที่เธอคลอด "ทาเทียน่า" จากนั้นชีวิตของเธอก็ระหกระเหินมาโดยตลอด และมีหนี้สินล้นตัว


รูปโฉมที่เคยงดงามก็ทรุดโทรมลงไปตามกาลเวลา ชีวิตที่หรูหราฟุ่มเฟือยก็ไม่ได้สัมผัสกับมันอีก


นี่แหละนะ ที่เขาบอกว่า "ชีวิตคนเรานั้น..ไม่เที่ยง"


http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1222734270&grpid=01&catid=08

อ่านแล้วสะเทือนใจดี ดีนี่ซิด วันนี้

Friday, September 26, 2008

ไม่มีวันอยู่แล้ว

0 comments
ตะกี๊อยู่ดีดี

ก็มีคนส่งเพลงนี้มาให้ฟัง

ดีใจจัง ไม่รู้บอกไงดี

อีกไม่กี่วันซินะ

เราจะได้พบกัน

http://www.dseason.com/coolsong/coolsong_play.php?id=3142



ฉันยังไม่รู้จริงๆ ไม่รู้จริงๆ ว่าจะพูดยังไง
ให้เธอได้รู้สักที และให้เธอหยุดสงสัย

ว่าที่เธอพูดถึง เรื่องของฉันกับเขา
แต่เรื่องของเรา กลับไม่เคยเข้าใจ
ว่าตัวฉันเอง คิดกับเธออย่างไร

ในทุกๆ วันของฉัน มีแค่เธอ
จะตื่น จะนอน นั่งหรือยืน ก็คิดถึงเธอ
อย่าพยายามจะคิด ว่าฉันนั้นไม่ได้รักเธอ
เพราะมันไม่มีวันอยู่แล้ว

ไม่มีอะไรจริงๆ ไม่มีจริงๆ ไม่ว่าใคร ๆ
ฉันไม่สนใจใครเลย ได้โปรดหยุดความสงสัย

ว่าที่เธอพูดถึง เรื่องของฉันกับเขา
แต่เรื่องของเรา กลับไม่เคยเข้าใจ
ว่าตัวฉันเอง คิดกับเธออย่างไร

ในทุกๆ วันของฉัน มีแค่เธอ
จะตื่น จะนอน นั่งหรือยืน ก็คิดถึงเธอ
อย่าพยายามจะคิด ว่าฉันนั้นไม่ได้รักเธอ
เพราะมันไม่มีวันอยู่แล้ว

ในทุกๆ วันของฉัน มีแค่เธอ
จะตื่น จะนอน นั่งหรือยืน ก็คิดถึงเธอ
อย่าพยายามจะคิด ว่าฉันนั้นไม่ได้รักเธอ
เพราะมันไม่มีวัน....

ในทุกๆ วันของฉัน มีแค่เธอ
จะตื่น จะนอน นั่งหรือยืน ก็คิดถึงเธอ
อย่าพยายามจะคิด ว่าฉันนั้นไม่ได้รักเธอ
เพราะมันไม่มีวัน...อยู่แล้ว

ไม่มีวันอยู่แล้ว...
ไม่มีทางอยู่แล้ว...
เพราะฉันรักเธออยู่แล้ว...

Thursday, September 25, 2008

ความเชื่อ..ของใคร

0 comments
http://www.ethaimusic.com/lyrics3/407.htm


This song is called "kwam cheua" from the album Believe by Bodyslam Ft. Ad Carabao.


--------------------------------------------------------------------------------

มันเกือบจะล้มมันเหนื่อยมันล้าเหมือนแทบขาดใจ

It's almost collapsing, it's tiring. It's exhausting, almost like dying.

เดินมาจนท้อไม่เจอจุดหมายปลายทางที่ฝัน

To walk till disheartened, not finding the destination of the dream.

จะกลับได้ไหมถ้าเดินต่อไปยากเย็นขนาดนั้น ยังถามใจ

Is it possible to turn back if walking on is that much difficult, I still ask myself.

ตลอดชีวิตฉันเจอในสิ่งที่คิด หรือมันจะเป็นอะไรที่ผิด และฉันเองที่หลงทาง

Throughout my life I find in my thoughts, whether it'll be whatever that's wrong, and I myself on that wrong path.

ชีวิตมันต้องเดินตามหาความฝัน หกล้มคลุกคลานเท่าไหร่

Life, it should be lived following your dream. No matter how many times you fall.

มันจะไปจบที่ตรงไหน เมื่อเดินเท่าไหร่มันก็ไปไม่ถึง

It will go and end at where-ever, when to walk however much, one also can't arrive.

เดินต่อช้าๆไม่อยากปล่อยฝันให้มันหลุดมือ

Walk on slowly, don't lose your dream, don't let it slip out of your hand.

ที่สั่งให้ฉันไปต่อก็คือความเชื่อเท่านั้น

That which command me to go on is only faith alone.

แค่ในวันนี้เรี่ยวแรงยังเหลือก็ยังต้องฝัน ต้องก้าวไป

Even today, with the strength still left, then still should dream, should progress on.

ตลอดชีวิตฉันเจอในสิ่งที่คิด แม้ไม่ว่ามันจะถูกหรือผิด จะขอทำสุดหัวใจ

Throughout life I find in my thoughts, even though regardless of whether it'll be right or wrong, I'll do as I'm happy.

ชีวิตมันต้องเดินตามหาความฝัน หกล้มคลุกคลานเท่าไหร่

Life, it should be lived following your dream. No matter how many times you fall.

มันจะไปจบที่ตรงไหน แต่จะยังไงก็ต้องไปให้ถึง

It will go and end at where-ever, but whatever it'll be, one also should go on till you arrived.

ที่สุดถ้ามันจะไม่คุ้ม แต่มันก็ดีที่อย่างน้อย
ได้จดจำว่าครั้งนึงเคยก้าวไป

At the end, if it's not worthwhile, but it's also good that at least you can remember that once you'd ever progressed so.

แค่คนที่เชื่อในความฝัน จะเหน็ดจะเหนื่อยก็ยังต้องเดินต่อไป

Only person that believe in dream, though it will be exhausting, will be tiring, will still want to walk on.

(Interude)

ฉันท้อแท้สักกี่ทียังมีหวัง

I truly disheartened by however much, still have hope.

แม้พลาดพลั้งสักกี่ครั้งยังฝันไกล

Even though I blundered however many times, I'll still dream afar.

แม้ฉันล้มฉันก็คงไม่ตาย ฉันยังไม่ตายฉันยังคงหายใจ

Even though I fell, I'll probably not die; I'm still not dead, I'll still breath.

แม้ท้อแท้สักกี่ทียังมีหวัง

Even though truly disheartened by however much, still have hope.

แม้พลาดพลั้งสักกี่ครั้งยังฝันไกล

Even though I blundered however many times, I'll still dream afar.

แม้ฉันล้มฉันก็คงไม่ตาย ฉันยังไม่ตายฉันยังคงหายใจ

Even though I fell, I'll probably not die; I'm still not dead, I'll still breath.

ชีวิตมันต้องเดินตามหาความฝัน หกล้มคลุกคลานเท่าไหร่

Life, it should be lived following your dream. No matter how many times you fall.

มันจะไปจบที่ตรงไหน แต่จะยังไงก็ต้องไปให้ถึง

It will go and end at where-ever, but whatever it'll be, one also should go on till you arrived.

ที่สุดถ้ามันจะไม่คุ้ม แต่มันก็ดีที่อย่างน้อย
ได้จดจำว่าครั้งนึงเคยก้าวไป

At the end, if it's not worthwhile, but it's also good that at least you can remember that once you'd ever progressed so.

แค่คนที่เชื่อในความฝัน จะเหน็ดจะเหนื่อยก็ยังต้องเดินต่อไป

Only person that believe in dream, though it will be exhausting, will be tiring, will still want to walk on.

ฉันท้อแท้สักกี่ทียังมีหวัง
chan tor tae sak gee tee yang mee wang
I truly disheartened by however much, still have hope.

แม้พลาดพลั้งสักกี่ครั้งยังฝันไกล

Even though I blundered however many times, I'll still dream afar.

แม้ฉันล้มฉันก็คงไม่ตาย ฉันยังไม่ตายฉันยังคงหายใจ

Even though I fell, I'll probably not die; I'm still not dead, I'll still breath.

แม้ท้อแท้สักกี่ทียังมีหวัง

Even though truly disheartened by however much, still have hope.

แม้พลาดพลั้งสักกี่ครั้งยังฝันไกล

Even though I blundered however many times, I'll still dream afar.

แม้ฉันล้มฉันก็คงไม่ตาย ฉันยังไม่ตายฉันยังคงหายใจ

Even though I fell, I'll probably not die; I'm still not dead, I'll still breath.












"""""""""""""""""""""""


"""""""""""""""""""


""""""""""""


ก็ไม่มีอะไรหรอก ได้ฟังเพลงนี้จากไอผ่อดตนเอง ตอนนั่งดูเด็กๆเตะบอลอยู่ที่สนามแถวๆบ้านตนเอง ตอนบ่ายโมง กำลังอยากร้องไห้เลย มาทำธุระอะไรบางอย่างที่เดิม ภาษาไทยคงเรียกว่า สถาบันวิสาหกิจขนาดย่อม อะไรประมาณนี้กระมัง นั่งเศร้าๆอยู่ในโลกส่วนตัวอยู่ดีดี พี่หนิงเดินมาเรียก อ้าววววว พี่เป็นไง เราทักไป แต่ใจไม่ค่อยอยากคุยอะไรกะใคร พี่หนิงทักว่าไปทำไรมา ทำไมอ้วนจัง เราก็หนักมากๆจริงๆล่ะ อ้วนเป็นหมูแล้วเนี่ย


เคยฟังเพลงนี้ที่นี่๑หน เป๊ะ ฟังแล้วก็ยกมือปาดน้ำตา๑ที

หกเดือนก่อนพอดิบพอดี ตรงนี้เลย เคยมาตรงนี้แค่ไม่กี่หนในชีวิต และอาจไม่ได้กลับมาอีก


แต่เพลงนี้ก็ฟังบ่อยๆนะ ไม่ได้รู้จักนัก จนวันนึงไปดูคอนเสิดไรหว่า ของเวอร์จิ้น ฮิตซ์ ปีนั้นบาดี้แสลมเขาได้รางวัลด้วย ปี๒๐๐๕ซินะ เขาก็ขึ้นมารับรางวัลแล้วร้องเพลงนี้ พอท่อนที่พี่แอ๊ดแกร้องแกก็โผล่มาทางทีวียักษ์ๆ ไอ้โบ๊ทบอกว่า เนี่ยมันชอบเพลงนี้มากๆ ชีวิตคนเราต้องมีความฝัน แล้วก็เพ้อๆไรของมันต่อไป (ขอบคุณ เมี่ยง สำหรับบัตรนี้ที่ให้พี่และโบ๊ตมา)

เพลงนี้ ไอ้บอยก็ชอบมากๆ มันเคยบอกว่า สมัยมันเป็นเชฟช่วงเรียนโทที่ซิดนี่ย์ เวลาร้านจะเลิกก่อนกลับบ้านล้างครัว เขาก็ต้องเปิดกัน แล้วจะมีคนบอกว่า น้องบอยเอาดังๆ

เมื่อวานไอ้โบ๊ทมันมาถามเรื่องความฝันชาวบ้าน เราก็เลยเบื่อๆ และนึกถึงเพลงนี้ขึ้นมา แต่ไอ้คนนั้นมันจะฝันไรนักหนากันนะ แปลกดี ไอ้เราก็ไม่อยากดูถูกความฝันใครหรอก แต่ว่า ก็แปลกดี


ฝันกันเข้าไป โลกความจริงแสนโหดร้าย หาตัวกินฝันเจอกันไหม

Sunday, September 21, 2008

โดนบอกเลิก

0 comments
ข้อแตกต่างทางความคิดของชายและหญิง



2. เมื่อเกิดปัญหาผู้ชายจะเก็บตัวเข้าถ้ำเพื่อคิดหาทางออก ผู้หญิงจะหาใครสักคนที่ไว้ใจ และพร่ำพรรณนาปัญหาให้ฟัง

4. ผู้ชายมุ่งมั่นความต้องการไปที่ความสำเร็จในหน้าที่การงาน แต่ความสำเร็จของผู้หญิง คือ การมีครอบครัวที่อบอุ่น และ มีความสุข

20. ทั้งที่ผู้ชายและผู้หญิงพูดคำๆ เดียวกัน แต่ความหมายของคำๆ นั้นกลับไม่เหมือนกัน เมื่อผู้หญิงพูดว่า"เราเลิกกันเถอะ" หมายความว่า ให้ผู้ชายปรับปรุงตัว หรือ ต้องการให้ผู้ชายใส่ใจมากว่านี้ ในขณะที่
ผู้ชายพูดว่า " เราเลิกกันเถอะ" ความหมายคือ หมายความตามที่เขาพูด..


.................

อ่านเจอในเวบบอดเอสไอ อ่านแล้วขำกร๊าก ไม่สะทกสะท้านอันใด แต่ออกแนวขำๆ

วันก่อนนู้น จำไม่ได้ว่าเมื่อไหร่ ไม่เกิน๑๐วันนี้แน่ๆ

จู่ๆมีผู้หญิงโทรมาคนนึง โทรมาบอกเลิก เรานึกในใจ นี่เราไปคบเขาตั้งแต่เมื่อไหร่ เกิดมาเคยเจอกัน๑หนถ้วน ซื้อบัตรเติมเงินฮัดให้อีก๑ใบ บอกรักยังไม่เคยบอกเลย วางโทสับไปแบบงงๆ พูดจาเหมือนเคยว่า นี่ไม่รู้หรอว่า เรานอนอยุ่(ตอนนั้นเที่ยง)พอวางไปก็นอนไม่หลับ

มานึกงงๆในใจอย่างรุนแรง พึ่งจะมาอ๋อเอาวันนี้ ขำชิบหาย

เดือนที่แล้วก็มีคนอีกคนบอกเลิก ก็งงๆ เกิดมายังไม่เคยบอกรักเธอเลย มาเลิกกันได้ไง

พึ่งทราบว่าไอ้เรื่องแบบนี้เป็นมุก (ควายไหมละกู)นึกในใจมาตลอดชีวิตว่าถ้าผู้หญิงบอกว่าเลิกกันเถอะ แปลแบบนั้นจริงๆ

.............

แต่คำถามที่คล้ายๆแบบนี้ในหัวก็มีอีกนะ

แต่ปีนี้ทั้งปีเคยบอกรักผู้หญิงไปเพียงคนเดียวจิงๆ ทำไมคำว่ารักมันช่างออกจากปากเราได้ยากเย็นแสนเข็ญจริงๆน้า ดอกพิกุลมันจะร่วงไหม

อยากให้ผู้ว่า กทม คนใหม่ ล้างคราบเขม่าไอเสียออกจากต้นพิกุลกลางถนนลาดพร้าวจัง เผื่อชาตินี้จะได้เห็นดอกพิกุลกลางถนนลาดพร้าว

ส่วนต้นพิกุลที่ฟุตบาทบ้านตรงข้ามทั้งสี่ต้น ปลูกมาเป็นสิบปี ตัดใบเป็นพุ่มสวย ต้นสูงแค่เมตรเดียวตลอดกาลซินะ

บ่ายๆหลายวันมานี้ ดูละคร กลิ่นแก้วกลางใจ รู้สึกได้ว่าชื่อเขาเพราะจัง คิดถึงต้นแก้วกลางบ้านที่ตายไปเกินสิบปีแล้ว เวลาดึกๆ แก้วส่งกลิ่นหอมฟุ้งไปทั่วบ้าน ซาบซึ้งและเข้าใจอย่างแท้จริงเลยล่ะว่า กลิ่นแก้วกลางใจหอมหวนมากเพียงไหน

ต้นแก้วและต้นพิกุลมีความเหมือนสองอย่าง คือ เป็นต้นไม้ที่สูงน้อย และเป็นไม้ที่โตช้า หากแต่เป็นไม้ดอกที่ขึ้นชื่อในรูปแบบของตน

นี่ดึกขนาดนี้แล้วเรามัวทำอะไรอยู่นะ นอนไม่หลับมาหลายวันแล้ว

ดอกการเวกเป็นดอกไม้ที่เราชอบเหลือเกิน

อยากนอนฝันถึงดอกไม้สวยๆกลางป่ากว้างๆแบบที่เคยฝันเหลือเกิน

แต่ขณะนี้ ตีห้าแล้วนะ นอนได้แล้วล่ะ

แต่ก่อนน้ำมันถูกๆไปส่งน้องที่เอแบ่ค แล้วจะแอบขำที่ถนนในซอยสองข้างทางคือ ต้นคุณนายตื่นสาย คล้ายกับอธิการบดีอยากเตือนน้องๆนักศึกษาว่า อย่านอนตื่นสาย อย่าอายทำกิน

เอ๊ะ ขึ้นต้นด้วยเรื่องแบบนึงลงท้ายด้วยเรื่องอีกแบบนึง

ดอกกุหลาบสีขาว ถูกถ่ายด้วยกล้องกี่ตัว

Saturday, September 20, 2008

พี่ทศขา...ไปเดทกันนะคะ

0 comments
เสาร์ที่๒๐เดือน กย ๒๐๐๘

เวลาสองทุ่มเศษๆ

กำลังตื่นเต้นอยู่กับการใช้อินเตอร์เน็ทในห้องนอนตนเอง เมื่อวานนี้ไปซื้อ wireless adaptor มา กะว่าจะไปใช้ที่ต่างประเทศซักกะหน่อย (ดัดจริตดีเนอะ) เและเงินเพียงไม่กี่ร้อยบาทก็ทำให้โน๊ตบุ๊คเก่าๆแสนรักของเรา สามารถเล่นเน็ทที่ไหนก็ได้ ที่มีสัญญาน ตอนนี้ขโมยสัญญานใครใช้อยู่ก็ไม่รู้

เรื่องแบบนี้ใครๆก็รู้ แต่ดูเราจะเป็นคนสุดท้ายบนโลกแสนทันสมัยที่ไม่หัดตามอะไรแบบนี้เลย

กรี๊ดๆๆๆ ตื่นเต้นมากๆกะการได้คุยผ่านเน็ทในห้องนอนตนเอง(เชยชะมัด)

(โน๊ตบุ๊คเราอายุจะ๖ปีแล้วอะ แต่รักมันชะมัด)

เมื่อคืนบอกโอ๋ไปว่า เฮ้ย มันมีวิธีโทรจาก ตปท มามือถือไทยถูกๆด้วยนะ แต่โทรหน้าจอ โทรผ่าน ทรูเน็ทท๊อค ๕๐บาทได้ตั้งห้าชั่วโมง แน่ะ นับว่าถูกทีเดียวเชียว และก็สะดวกมากๆ แค่ซื้อบัตรเติมเงินเติมให้คนทางต่างประเทศคราวละ ๕๐บาทเอง ตอนนี้เรากำลังหัดจะใช้อยู่ ลงทะเบียนในไทยนี่ล่ะ สะดวกดี http://www.truenettalk.com/ เอ๊ะ ทำไมต้องเตรียมตัวโทรจาก ตปท กลับไทยด้วยนะนี่ ไม่เข้าใจเล้ยยยย


เมื่อคืนไปกินเหล้า กะ กพช แก๊งเล็กๆ

แค่ ๑๑คน

ก็มี โอ๋ ติ๊ก พัก เรา โฮ้พ ยุด แฟนติ๊ก พ้ง เปตอง แล้วก็ไอ้นนกะน้ำหวานผ่านมาแป๊บนึง

เราชอบนะ ชอบแบบนี้ ไม่ชอบมีทติ้งแก๊งใหญ่นัก แบบมีทติ้งคราวที่ผ่านมาก็มากัน๔๒คนแน่ะ คุยกันไม่หมด แต่ก็สดชื่นดี พอดีมีเหล้าเหลือ จาก มีทติ้ง สี่ขวด แต่ขวดละครึ่ง พวกเราก็เลยไปตามเก็บกัน

ตัวตั้งตัวตีก็ไม่ใช่ใครอื่น

ก็ไอ้พักนั่นเอง สงสัยมันคงคิดว่า ชีวิตนี้คงไม่ได้เจอเราอีกนานแสนนานมั้ง ซึ่งก็มีความเป็นไปได้มากๆ

(พูดจาเป็นปริศนาเนอะ ทำไมคนเราจะไม่เจอกันนานๆล่ะ จะไปอยู่ต่างประเทศกันหรือไง)

เรากำลังหลับอยู่ในรถไอ้โป้งเลย ตอนเที่ยง ง่วงจัดๆ

พักมันโทรมาพูดประโยคแรก ทำเอาตื่นเลยว่า


" พี่ทศวันนี้ว่างไหมคะ ไปเดทกันนะ" เหี้ย กูขำขี้แตกเลย

ตอบกลับไปว่า ทำไมวะ (ตาโตทันทีสัดๆ)

แล้วก็เลยนัดกันๆ

พอไปถึงร้านซักสองทุ่มกัน พอคนเยอะๆ๘คน ก็พูดกันขำๆว่า "นี่พวกมึงเนี่ยเสือกกูนะเนี่ย กูมาเดทกันสองคน พวกมึงเสือกไรกันวะ" เล่นเอาฮากันรอบวง

พอรอบดึกๆ เหลือเรา แค่สี่คน ทศ ยุด โอ๋ พัก ก็มีประโยคขำเหี้ยๆจากไอ้พักพูดว่า "นี่เรากำลังเดทกันอยู่นะ" ขำกันขี้แตกเลยอะ

แต่จิงๆแล้ว เราเองก็อยากไปเจอตั้งแต่บ่ายตามประสาคนว่างงาน ไอ้ยุดบอกให้ชวนดูหนัง แต่พวกเพื่อนเหี้ยแก๊งลูกหมูทั้งหลายแม่งเอ๊ย เดินโอ้เอ้กันที่เซีย รังสิต อยู่ได้ กว่าจะกลับมาลองใช้ที่บ้านแม่ง กว่าจะนู่นนี่นั่น ก็พอดีละ ทุ่มครึ่งไปถึง สตูเฟ่

ตอนแรก โทรไปเม้ากะไอ้ยุดก่อนว่า พักโทมาชวนเดท แม่งขำกลิ้งเลย บอกว่าพี่เพ้อไปแล้ว

เราก็ขำนะ เกิดมาก็มีแฟนมาหลายคน ไม่เคยมีใครพูดคำว่า ชวนเดทเล้ยยยยย แม่งต้องเปนคนที่ไม่คิดอะไรกันจิงๆ ถึงกล้าพูดเอาฮาขนาดนี้ จะมีก็แบบ "พี่ทศคะ พรุ่งนี้ พี่ทำไรคะ" อะไรแบบนี้มากกว่า ซึ่งถ้ามีคนถามแบบนี้เราก็รู้แล้วล่ะว่า เออ ชวนกูเดท แต่จะไปหรือไม่ไปก็อีกเรื่องนึง

ไอ้ยุดบอกว่า อย่างพี่ไม่ชอบไอ้พักหรอก ไม่ใช่สะเป๊กพี่ หน้าไม่ไทย เสียงก็ไม่หวาน เราก็งงๆ เอออ ก็คงจะจิง แต่ไอ้พักมันตัวเล็ก ผมสั้น ตาสวย แก้มใส นะมึง แล้วก็ขำขันกันไป

คราวก่อนนู้นก่อนมีทติ้งใหญ่ประจำปีก็เจอ กพช กลุ่มเล็กแบบนี้ก็หนุกดี มีบอย ตอง ตู้ เรา เปตอง โฮ้พ ยุด กวาง ไต้ฝุ่น ไรงี้ เจอกันซักสิบคนนี่ล่ะ กำลังดี ที่สยาม


น้อยไปก็ไม่ฮา เยอะไปก็ไม่ทั่วถึง

ว่าด้วยเรื่องคนน้อยๆ หลังๆมานี่ไอ้นนมักชวนเราไปแรดๆกันแบบ ทศ นน ยุด แล้วแฟนมันก็เกลียดเราขึ้นทุกวัน สังเกตได้จากแววตาแปลกๆ ที่มองเราว่าทำให้แฟนเขาเสียคน เราพยามแก้ตัวก็ฟังไม่ขึ้น เรื่องแบบนี้แสนตลก มันชวนเราเที่ยว แต่เราต้องบอกแฟนมันว่า พี่ขออนุญาตพาแฟนหนูเที่ยวนะจ๊ะ (ฮา)

แล้วกูก็เซ็นให้จั๊มไป๒ดื่มเอง เหี้ย ไม่คุ้มเลย ไอ้นน แม่งอุตส่าห์เลี้ยง ตอนแรกจั๊มขอกูห้าดื่ม เราหันไปมองบอกเล่นๆว่า สองพอ ได้ตามคำขอด้วย เซลล์เปลี่ยนที่จดทันที แต่ที่แปลกใจคือ แม่งเอ๊ย เดินกลับมาพร้อมถาดตากีล่าเป็น๑๐ ตลกชิบหาย แม่งไปเปลี่ยนเป็น๑๒ป่ะวะ ฮ่าๆๆ

แต่เราคิดว่า เราจะเลิกเที่ยวแล้วล่ะ ขอแค่อาทิตย์ละหนสองหนพอ และก็ต้องเป็นตามร้านธรรมดาด้วย ไม่ใช่แบบไม้เอก คาลิบเบี้ยน(หญิงสวยเกินไป) หรือพวก เจ๊ท เคิ้บ(หญิงไม่สวยเยอะเกินไป) ไม้เอกนี่ขำเหี้ยๆ ไอ้ยุดไปบอกกล่าวบอกต่อกันแบบภาษาฮาๆว่า พี่ทศเปิดเมมเบอร์ตลอดชีพ แต่ร้านพวกนี้เหล้ามันถูกจิงๆล่ะ ไม่เรียกใครทั้งนั้น ไปตามเอกมัย แพงจะตายไป ไปทีนึงหมดเป็นพัน ร้านก็มืดสุดๆ สาวสวยก็มี(ไม่สวยเยอะกว่า)(เราหล่อสุดในโลก)จอดรถก็ลำบาก เมาก็ลำบากคนอื่นเพราะไกลบ้าน เพลงก็ไม่มันนัก ปวดเยี่ยวก็สุดแสนลำบาก

แบบหลังๆมานี้ก็ไปน้อย ไปแค่งานที่ควรไปก็น่าจะพอ

วันก่อนไป สตู เฟ่ มีทติ้ง กพช กลุ่มใหญ่(๔๒คน)

เสาร์สัปดาห์ต่อมา ก็ปาร์ตี้วันเกิดบ้านเอ๋ย (๒๕คน)

เสาร์สัปดาห์ต่อมา ไปงานรถมินิกะทอรุ้ง แล้วก็ไปต่อร้านไอ้แบ๊ง กู๊บ รูม เอกมัย เจอเพื่อนเก่าๆนับสิบคน(ร้านนี้สาวสวยนะ เราว่า)

ก็ไม่ต้องแรดนัก ก็น่าจะมีความสุขได้ แค่นี้ก็เกินจะพอ


เรื่องของเรื่องก็ไม่มีไรหรอก เราติดอยู่บ้านเม้าโทสับ

และที่สำคัญที่สุด เพื่อนที่กินเหล้ากันประจำสองคนก็หันมาเลิกเหล้าเลิกบุหรี่ ทุกวันนี้ไปกันกี่คนก็มีแต่เราสองคนนี่ล่ะที่กินจิงจัง กินมากมาย กินเอาเมา ก็คนมันติดเหล้าจะให้ทำไงได้ล่ะ จริงไหม แต่บุหรี่เราเลิกไปนานแล้วนะ เลิกในความหมายว่า เลิกซื้อ และ ดูดเฉพาะเวลาที่อยากดูด ไอ้ดูดเฉพาะเวลาที่อยากดูดนี่ทำให้ดูดน้อยมากๆเลย แต่จะให้เลิกขาดไปเลย นี่ก็คงจะแปลกๆ เพราะว่า เรายังวนเวียนอยู่ตามวงเหล้า และเจอเพื่อนสนิทที่ดูดกันวันละซองอยู่เป็นประจำ

แต่รู้สึกดีนะ รู้สึกเป็นอิสระต่อบุหรี่มานานปีครึ่งได้แล้วมั้ง อีกซักพักก็คงเปนอิสระจากเหล้าได้ ไอ้เรื่องแบบนี้มันก็ยากดีนะ คนติดเหล้าติดบุหรี่มา๑๐ปี เลิกน่ะมันยากเหลือเกิน แต่ถ้าไม่ติดแล้วบอกว่า เลิกแล้ว เนี่ย ได้ยินคนพูดบ่อยๆ ฟังแล้วจั๊กกะจี้รูหูดี

แต่เมื่อวานแอบดีใจ ไอ้พักกินเหล้าด้วย ไอ้พัก กินเหล้าแบบ เจฮี เด๊ะ เล้ยยย กวนตีนพอๆกันด้วย แต่เจฮีตาสวยกว่าขาวกว่า กินเหล้าหนักๆทั้งคู่ ตกลงเราชอบผู้หญิงแบบนี้ใช่ไหม แดกออนเดอะร๊อค ยกน้ำตามเนี่ย

แล้วชีวิตนี้กูจะได้เจอเจฮีอีกไหมนี่ ไปตามหาที่ไหนวะ ไม่ได้ๆ ต้องไปตามหาๆ ต้องลากตัวมากระบี่ให้จงได้

ไอ้พักกะเราเป็นคนตลกเฮฮาๆ ในวงเหล้านะ ไม่ได้เป็นคนมีมาดตามประสาคนหน้าตาดีเลยแม้แต่น้อย(กล้าพูดเนอะ ฮ่าๆๆ)

แต่ลองสังเกตเอาเหอะ คนหน้าตาดีส่วนใหญ่มันจะมีมาดอะ ในทุกเรื่องเสมอล่ะ

เรื่องขำๆที่ทำให้นึกถึงโตเกียวก็มีนะ

มีวันนึง นั่งแดกไก่ร้านทะเลอยู่กะไอ้ด๋อยกะทรายในโตเกียวก็นึกถึงพักมัน

พวกกลุ่ม กพช นี่สนุกดีนะ สนิทกันด้วย แต่ละคนก็ไปตามทางของแต่ละคน ส่วนใหญ่ก็น้องๆกันในเอสไอนี่ล่ะ วันที่เจอกันที่สยาม ไอ้บอยพึ่งกลับมาจากปักกิ่ง ไอ้บอลมาจากลอนดอน เปตองมาจากเบอร์ลิน น้องตองมาจากมิลาน ไปเรียนหนังสือตามเมืองเท่ห์ๆกันหมด ช่วงนี้ปิดเทอม พวกนี้เรียนโทดีดีตามที่ตนต้องการทั้งนั้น มีประโยคขำๆจากน้องตองบอกว่า พี่เห็นไอ้บอลหน้าแบบนี้มันเรียน เซ๊น มาติน นะเพ่ เราแม่งขำเลย ถามมันเฮ้ย จิงป่าววะบอล ทำเอาเฮฮากันทีเดียว

แค่นึกถึงดอยก็มีความสุขแล้วละ

แต่ว่า คงกินเหล้าน้อยไปถึงซักสิ้นเดือนตุลา กระมัง

เย้ๆ ตับจะได้ดีขึ้นหน่อย ไว้สิ้นปีเข้าเทศกาลปีใหม่ ว่ากันอีกที(ฮา)


รัก กพช นะจ๊ะ จุ๊บๆ แต่จะให้เอาขึ้นท๊อบเฟร็นด์ในไฮ๕ ก็ทำไม่ได้ แค่เปลี่ยนอ้ายออกนี่ยังคิดแล้วคิดอีก ฮ่าๆๆ

About Me

ทศ พิทักษากร
Tokyo, Japan
น้องสาวชื่อ ทอรุ้ง พ่อเป็นลูกคนเดียวของปู่กะย่า แม่เป็นลูกคนเดียวของตากะยาย น้องสาวมีลูกไม่ได้ ชอบเลี้ยงแมวมากกว่าหมา ตอนเด็กๆโดนหมางับที่โคนขา@เขาใหญ่ เลยไม่ค่อยรักมัน แมวเลี้ยงมาหลายตัวมากๆ หมาเลี้ยงมาและรักตัวเดียวชื่อ แตงโม ไก่แจ้ก็ชอบ ตอนเด็กที่บ้านมี๓๐ตัวได้ แต่้ตอนนี้อยากเลี้ยงนกยูง เ็ห้นว่าสวยดี เรื่องแฟนไม่คิดมาก ยังนึกไม่ออกว่าแต่งงานเมื่อไรดี แต่พ่อห้ามแต่งก่อนสามสิบ ส่วนจะมีบุตรสืบสกุลหรือไม่ ไม่ค่อยแน่ใจ เพราะหมอบอกว่าต้องดูสุขภาพภรรยาด้วย ว่ามีได้ไหม บ้านเราไม่ค่อยแข็งแรงกันอะ เป็นโรคทางพันธุกรรมบางอย่าง ความสามารถพิเศษ : เรียนจบนักธรรมตรี แต่ไม่เปรียญซักกะประโยค แต่ก็ยังขยันกินเหล้าอยู่ นอกจากทำมาหาเลี้ยงชีวิตแล้ว งานอดิเรกคือ ชอบอ่านหนังสือมากๆ ในรอบสี่ปีนี้ใช้ชีวิตในห้องสมุดเป็นหลัก สำหรับเราเราเรียกมันว่าโลกไร้กาลเวลา โดนดูดเข้าไปบ่อยๆ อ้อ เราสายตาไม่สั้นนะ ไม่เนิ้ดเลยด้วย เป็นผู้ชายตัวใหญ่ ใส่เสื้อที่ซื้อตามสวนจตุจักรไม่ได้ ชอบผู้หญิง ตัวเล็ก ผมสั้น ตาสวย แก้มใส เสียงหวานๆ พูดได้มากกว่าสองภาษา จะสามสี่ห้าภาษาก็ได้ไม่ว่ากัน เรียนเก่งๆ ญาติน้อยๆ ชอบอยู่บ้าน เล่นดนตรีได้ ทำบัญชีได้ ขับรถไม่เป็น
View my complete profile