Tuesday, June 30, 2009

Anger Managements

Anger Managements

Tuesday, June 30, 2009

2:07:46 AM

ว่ากันด้วยเรื่อง Anger Managements หรือ การควบคุมจัดการความโกรธละกันนะจ๊ะ

....................


ปวดหลังมาหลายวันแล้ว สงสัยทำงานมากไป (นอน) (ฮา)

พรุ่งนี้ต้องไปออกกำลังกายซักกะหน่อย จริงๆแล้ววันนี้ก็คิดว่า จะออกไป แต่ว่าก็ฝนตกหนักก็เลยอดไป แต่อันที่จริงแล้วก็ห่วงงานมากกว่า รู้สึกว่าเดินไปช้ากว่าที่คิดมากๆเลย จะไปออกกำลังกายก็ดูจะโอ้เอ้ทำอย่างอื่นอีก ไปออกกำลังกายแป๊บเดียวก้อหมดแรงแล้ว แต่กิจกรรมอื่นๆที่แถมมานี่ซิ เสียเวลาประจำ

“นอนนานงานน้อย ใช้บ่อยเงินหมด เงินมีหน้าสด เงินหมดหน้าแห้ง” เจ้าคุณโชดก วิปัสสนาจารย์ชื่อดังท่านเทศน์ไว้

แต่เวลาก็เป็นของเราน่ะแหละ แล้วแต่ว่าจะขี้เกียจแค่ไหน เขียนบล๊อกก็เสียเวลานะเอ้า เอาเวลาเขียนบล๊อกไปออกกำลังกายแก้ปวดหลังดีกว่าไหม


ตะกี๊ ดูหนัง The Incredible HULK ในทีวี หนุกดี แต่ก้องั้นๆ ชอบหนังภาคแรกที่เป็นการ์ตูน๔ช่องมากกว่า ได้อารมณ์คล้ายๆอ่านหนังสือการ์ตูนดี ผู้กำกับคนนั้นเขาเก่ง Brokeback Mountainเราก็ชอบ


ถ้าพระเอกโกรธ พระเอกจะแปลงร่างเป็นยักษ์ ในตอนเริ่มของหนังภาคนี้ คือ มีปรมาจารย์สอนด้านโคะและการควบคุมกล้ามเนื้อกะบังลมเพื่อยับยั้งความโกรธ เราก็ดูออกว่าเป็นโยคะ แต่ก็อดสงสัยไม่ได้ว่า ใครจะไปเรียนโยคะในโปรตุเกสกันเล่า ต้องไปอินเดียซิ(วะ) หรือ ไม่ก็นู่น สุนีย์โยคะสถานแถวๆดินแดงนู้นแน่ะ


จะว่าไป พรุ่งนี้โทรหาครูฝึกให้สอนโยคะน่าจะแก้ปวดหลังได้ดี ถ้าจะบอกว่าไม่นานนี้มีครูสอนโยคะมาติดพัน จะเชื่อกันมะ ฮ่าๆๆ แต่จะว่าไป เวลามีน้อย เกิดเขาชวนกินข้าวแล้วเราไม่ไป จะเสียมารยาทอีกนี่ซิ ฮึ


การควบคุมความโกรธ บางทีมันก็ยากเหลือหลาย อังคารที่แล้วโกรธน้องมากๆ แม่ตกใจเลย โกรธสุดในชีวิต จนถึงวันนี้ก็ยังไม่คุยกัน ไม่อยากกระทั่งมองหน้า


เราเชื่อว่า คนเราทุกคนมีจุดอ่อน เราเองก็เช่นกัน เรื่องที่โกรธผู้คนในรอบหลายปีมานี้จะว่าไปก็มีแค่๒เรื่องเอง แต่หลายๆหนส่วนใหญ่เลยล่ะ ก็ทำเป็นไม่ได้ยินไปงั้นๆ แต่มนุษย์ก็คือมนุษย์รู้ว่าจุดอ่อนใครอยู่ที่ไหนก็มักจี้เข้าไปที่นั่น เพื่อนส่วนใหญ่ คนรอบข้างทั้งหลายมักคิดว่าเราโกรธใครไม่เป็น เห็นเราเป็นคนอารมณ์ดีเสมอ จะว่าใช่ก็ใช่ จะว่าไม่ใช่ก็ไม่เชิง เพียงแต่เราไม่คิดว่า มันควรเป็นไปแบบนั้น บรรยากาศรอบข้างเสียหมด

(ไอ้แบบไอ้นนท์มาสายแล้วเราโกรธ อันนี้ไม่นับ)

พฤหัสที่แล้ว ก็ไปจัดการมา เห็นคนเดือดๆบูดๆ แล้วก็ต้องจัดการ เรื่องแบบนี้ก็แปลกดี จะบูดไปไหนกันเรื่องไม่ค่อยเป็นเรื่อง แต่ก้อนั่นแหละ คนเราไม่เหมือนกันหรอก เรื่องไม่เป็นเรื่องสำหรับคนบางคนก็นับเป็นสาระ เรื่องไร้สาระของเขาก็อาจทำให้เราโกรธได้


การควบคุมความโกรธนั้นทำได้ ประโยชน์ของความโกรธมีไหมนะ เราเองก็สงสัย การปล่อยให้ความร้อนแห่งไฟเผาผลาญอารมณ์นั้นเป็นทางแห่งความเสื่อมทีเดียว แต่รู้ทั้งรู้ บางครั้งเราก็อดฉุนไม่ได้ วันนี้ก็ได้ยินบางคำแล้วเซ็งๆเหมือนกัน แต่พอคิดๆไปก็อย่าไปโกรธใครเขาเลย ที่เขาพูดก็เรื่องจริง


ยักษ์ในตัวทุกคนมีอยู่แล้ว แต่จะปลุกมันออกมาใช้ในทางดีหรือทางไม่ดีก็แล้วแต่จะใช้กัน

ตอนจบของเรื่อง พระเอกใช้การควบคุมความโกรธด้วยการทำสมาธิ

วิถีแบบตะวันออกนี่ทำให้คนสงบกันได้ดีทีเดียว

นึกสงสัยมานานแล้วว่า การทำสมาธิจะทำให้สงบได้มากแค่ไหน เจ้าคุณโชดกท่านมรณภาพไปในท่านั่งขัดสมาธิ

การควบคุมความโกรธที่เราเข้าใจ ก็ทำได้หลายวิธี ทั้งปลดปล่อยทางร่างกาย ทางสมอง รวมทั้งทางจิต ทางร่างกายก็เช่น ไปออกกำลังกายให้มากพอ ก็จะสามารถควบคุมและรับรู้เวลาร่างกายเปลี่ยนแปลง เรียกได้ว่า เท่าทันการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายที่เกิดขึ้นนั่นเอง การควบคุทางสมองก็เป็นเรื่องการตัดความคิดบางอย่างออกไปให้ได้ แต่ถ้าการควบคุมทางจิตนั้น เรียกว่า การเสริมสร้างพลังจิตให้สูงขึ้น ยกระดับมันซะ


การมีพลังจิตสูงก็เหมือนการปลุกยักษ์ ที่มีในตัวขึ้นมา เพียงแต่ยักษ์ตนนี้คงควบคุมและสร้างอะไรดีดีขึ้นได้มาก ก่อคุณประโยชน์ทางการงานได้

ไม่ว่าจะเป็นสมถภาวนา หรือ วิปัสสนาภาวนาก็ดี ล้วนทำให้เกิดสมาธิ เพื่อ ยกระดับจิตใจทั้งสิ้น

ตอนเด็กๆ ซัก ๑๐ ขวบ เราชอบเพ่งไฟในเทียน เพ่งกันจนหอบไปข้างนึง ควันเหม็นๆเข้าไปในปอดเยอะ ไปโรงบาลหลายหน ให้ความรู้สึกที่แปลกดี

เดือนที่แล้วได้ยินผู้หญิงคนนึงพูดว่า ไม่ใช่ทุกคนนั่งสมาธิได้ เพราะเป็นบุญเก่าด้วย เรานึกในใจ จริงหรอวะ

แล้วนึกไปถึงพวกมนุษย์ร้อนๆที่พร้อมจะแผดเผาคนรอบข้างด้วยอารมณ์เหลือร้าย และสุดท้ายคนที่เสียใจที่สุดก็คือตนเอง เพราะเผาหมดวอดวายทุกสิ่งทุกอย่าง

อืม ใช้เวลาครึ่งชั่วโมงในการเขียน๒หน้า ถ้าพลังจิตเราสูงกว่านี้ก็คงเร็วกว่านี้ พอดีกว่า ไปทำงานต่อดีกว่า ยังล้าหลังจากที่ตั้งใจไว้๑วัน

0 comments:

About Me

ทศ พิทักษากร
Tokyo, Japan
น้องสาวชื่อ ทอรุ้ง พ่อเป็นลูกคนเดียวของปู่กะย่า แม่เป็นลูกคนเดียวของตากะยาย น้องสาวมีลูกไม่ได้ ชอบเลี้ยงแมวมากกว่าหมา ตอนเด็กๆโดนหมางับที่โคนขา@เขาใหญ่ เลยไม่ค่อยรักมัน แมวเลี้ยงมาหลายตัวมากๆ หมาเลี้ยงมาและรักตัวเดียวชื่อ แตงโม ไก่แจ้ก็ชอบ ตอนเด็กที่บ้านมี๓๐ตัวได้ แต่้ตอนนี้อยากเลี้ยงนกยูง เ็ห้นว่าสวยดี เรื่องแฟนไม่คิดมาก ยังนึกไม่ออกว่าแต่งงานเมื่อไรดี แต่พ่อห้ามแต่งก่อนสามสิบ ส่วนจะมีบุตรสืบสกุลหรือไม่ ไม่ค่อยแน่ใจ เพราะหมอบอกว่าต้องดูสุขภาพภรรยาด้วย ว่ามีได้ไหม บ้านเราไม่ค่อยแข็งแรงกันอะ เป็นโรคทางพันธุกรรมบางอย่าง ความสามารถพิเศษ : เรียนจบนักธรรมตรี แต่ไม่เปรียญซักกะประโยค แต่ก็ยังขยันกินเหล้าอยู่ นอกจากทำมาหาเลี้ยงชีวิตแล้ว งานอดิเรกคือ ชอบอ่านหนังสือมากๆ ในรอบสี่ปีนี้ใช้ชีวิตในห้องสมุดเป็นหลัก สำหรับเราเราเรียกมันว่าโลกไร้กาลเวลา โดนดูดเข้าไปบ่อยๆ อ้อ เราสายตาไม่สั้นนะ ไม่เนิ้ดเลยด้วย เป็นผู้ชายตัวใหญ่ ใส่เสื้อที่ซื้อตามสวนจตุจักรไม่ได้ ชอบผู้หญิง ตัวเล็ก ผมสั้น ตาสวย แก้มใส เสียงหวานๆ พูดได้มากกว่าสองภาษา จะสามสี่ห้าภาษาก็ได้ไม่ว่ากัน เรียนเก่งๆ ญาติน้อยๆ ชอบอยู่บ้าน เล่นดนตรีได้ ทำบัญชีได้ ขับรถไม่เป็น
View my complete profile