Tuesday, June 09, 2009

Kitiyakara Day

Kitiyakara Day

Tuesday, June 09, 2009

2:13:31 AM


วันนี้ดูข่าวในพระราชสำนักแล้วเห็นองค์โสมท่านเสด็จไปงานวันกิติยากร หน้ากระทรวงพาณิชย์ จังหวัดนนททุเรียนบุรี แล้วก็นึกถึงอะไรมากมาย เมื่อ๓ปีก่อนในวันนี้


คนเรามักมีความทรงจำกับวันหรืออะไรใช่ไหม


ยกตัวอย่างเกี่ยวกับเพลงเช่น เมื่อประมาณมกราปีที่แล้ว เราไปกะเซียมกะแจ๊บ กะ เพื่อนเซียมชาวซาอุ ไปช้อบปิ้งกางเกงยีนกัน ตอนเซียมเลือก ลองจอนอยู่ที่ยูนิ คโล สาขาชิบูย่า แล้วรอจ่ายเงินกัน เพลง Torn ของนาตาลี อิมบูเกรีย ก็ดังขึ้นมา แล้วเพื่อนชาวซาอุของมันก็ร้องฮัมๆ แล้วก็เลยคุยกันถึงเรื่องว่า ไม่เคยได้ยินเพลงนี้กันนานมากๆแล้ว ทำให้น้องเซียมนึกถึงช่วงเวลาที่เพลงนี้ดังมากๆ มันเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนอยู่อิตาลี่ ฟังเพลงนี้อยู่บนโซฟาในบ้าน นั่นแหละ เราหมายความอย่างนั้นแหละ เพลงทำให้จดจำช่วงเวลาและเหตุการณ์ได้ ส่วนเราเอง ถ้าเป็นเพลงTornก็ต้องนึกถึงปีที่เข้ามหาลัยปีแรก เพลงนี้ดัง ตอนนั้นมีอินเตอร์โดม BE เป็นเจ้าภาพ นักร้องชื่อ แจน ร้องเพลงนี้บนเวที เพราะมากๆ ริมน้ำท่าพระจันทร์


แต่สำหรับวันกิติยากร ทำให้เรานึกถึงอะไรหลายๆอย่าง


วันของคนเราก็มีหลายๆวันน่ะละ แต่ก็ไม่กี่วันในรอบปีหรอก ที่พอผ่านมาครบรอบแล้วทำให้ระลึกถึงบางเหตุการณ์ ก็จะมีอีกงานนึง งาน Thai Festival ที่โตเกียว อันนี้สื่อก็ชอบประโคมข่าวกัน เราก็จะได้เห็นและระลึกถึงเสมอ เป็นความรู้สึกเดียวๆและเรื่องเดียวๆกันกับวันกิติยากรนี้


แต่วันนี้ เหนื่อยมากๆ ช่วงนี้ใช้ร่างกายหนักๆ ถ้าน้ำหนักลดไปซักห้าโล คงเห็นกล้ามเนื้อท้องชัด แต่ เอ กิโลกรัมแรกก็ยังไม่ลดเลยนะฮะ


เมื่อคืนก็นอนไม่หลับ นอนๆอยู่ลุกมาตอนตี๒ครึ่ง ก็มาเปิดทีวีเห็นเพื่อนสัมภาษณ์ศิลปินในดวงใจ(หมายถึงคนทำงานศิลปะไม่ใช่พวกนักร้อง) ก็นั่งดูอยู่พักนึงก่อนนอนต่อ แกบอกว่า ตอนภรรยาแกตาย แกทำงานไม่ได้ไป๒ปีเลยทีเดียว เราเองก็จำได้ และก็นึกในใจคิดอะไรได้ อยากร้องออกมาว่า “ยูเรก้า” นี่กูเป็นเหี้ยอะไร มีใครตายหรือไง ถึงจะได้ทำงานอะไรไม่ได้ แต่อย่างว่าแหละ ไม่ใช่ผ้าขี้ริ้วห่อทองอีกต่อไป ไม่มีทองอยู่ข้างในแม้แต่น้อย ไม่ใช่เรื่องเงินทอง แต่เป็นเรื่องความสามารถข้างในตัวนี่ล่ะ


ผ้าขี้ริ้วก็คือผ้าขี้ริ้ว ทำยังไงให้เป็นผ้าไหมดี

แต่ถ้าเป็นกลุ่มสิ่งทอซาตินและชุดเครื่องนอน โต โต้ อาจเป็น ไร้ร้อยต่อ ทอเต็มผืน หลับเต็มตื่น


แต่วันนี้ก็แอบๆขำดี นั่งอยู่กะรุ่นน้องที่คณะคนนึง แล้วก็ยิ้มให้คนตรงข้าม น้องเขาหันมามองหน้าแล้ว พูดว่า “ยิ้มหวานให้สาวหรอ” เราก็บอกว่า อ๋อ น้องโรงเรียน (ก็จริงๆนี่หว่า แค่บังเอิญน้องเขาสวย) แล้วก็ไม่ได้พูดไรต่อ นึกในใจอีกที เอ๊ะ หึงรึเปล่าวะ


กลับมาบ้านตอนห้าทุ่มกว่าๆ อยากนอน ดันเจอผึ้งหน้าปากซอย ออกไปปะยางอีก เลยไปเป็นเพื่อนอีกเกือบชั่วโมงแน่ะ กลับมาเที่ยงคืนกว่าๆ ทำไมนอนไม่หลับ ฮึ

เล่าเรื่องอื่นต่อดีกว่า

เมื่อวานเล่าให้เพื่อนสนิทฟังว่า เออ สมัยก่อนตอนอยู่ Balaclava แม่งต้องคบคนที่ไม่อยากคบหาสมาคมด้วย โคตรเบื่อเลย (พรรคพวกผู้ชายนี่ล่ะ) เพื่อนงงๆ บอกว่า “กูอยากเห็นหน้า พวกนี้นะ กูว่าไอ้ทศมึงก็เป็นคนที่คุยกะคนง่ายสุดๆในโลกแล้ว คนบางคนกูก็ไม่อยากคุยด้วยด้วยซ้ำ กูเห็นมึงยังคุยด้วยได้เลย” แต่อันที่จริงเราก็รู้สึกว่า เหี้ยนี่มันเข้ากะคนง่ายมากๆ ก็เลยชอบชวนไปไหนมาไหนด้วย เราก็ตอบไปว่า ก็ต้องแยกให้ออกจากกัน ระหว่าง คำว่า รู้จัก กับคำว่าสนิท บางคนเรารู้สึกสนิทกะเขา แต่เขาก็ไม่ได้รู้สึกสนิทอะไรกะเรา มันก็มีอยู่ ไอ้การอยู่ต่างประเทศ บางทีก็ต้องพบเจอกับคนที่ไม่อยากคบหาสมาคมด้วย ก็ไม่แปลกอะไร แต่อยู่ไทย ก็จะมีแต่เพื่อนที่เราอยากคบ เราเลือกคบได้นี่


วันนี้ก็มีคนเข้ามาคุยด้วยแต่เราก็ขี้เกียจคุยด้วย เขาถามว่ารุ่นน้องคนนั้นรู้จักกันหรอ เราก็บอกไปว่ารุ่นน้องคณะที่มหาลัย เขาถามว่าเรียนโทด้วยกันหรอ เราบอกไปว่า ตรี ครับ แต่ในใจก็ไม่พูดอะไรต่อ ไม่บอกด้วยซ้ำว่า เรียนไรกันมา ก็ไม่ได้อยากรู้จักอะไรนัก และก็ไม่ได้อยากคุยอะไรด้วยนัก น้องคนนั้นเขามาบอกว่า “สงสัยเขาชอบพี่อะดิ” เราก็นึกในใจ เฮ้ย ไม่ใช่หรอก


(ต้องมีคนคิดว่า ไปกินเหล้า แล้วหญิงมาคุยด้วยซิ ไม่ใช่หรอก วันนี้ไม่ได้ไปร้านเหล้า และก็ไม่ได้กินเหล้าซักจิบ)

เพ้อเจ้อพอแระ

ไปดูปิดเทอมใหญ่หัวใจว้าวุ่นในทีวีดีกว่า ชอบหนังเรื่องนี้ เลือกง่ายจะตายห่า ผู้หญิงญี่ปุ่นซักคนกับหลีดจุฬา ไม่ต้องถามเลยว่าเราจะเลือกอะไร แต่หนุ่มไทยส่วนใหญ่คงสนใจสาวญี่ปุ่นกันซินะ เรามันตัวประหลาดหรือไงกัน

0 comments:

About Me

ทศ พิทักษากร
Tokyo, Japan
น้องสาวชื่อ ทอรุ้ง พ่อเป็นลูกคนเดียวของปู่กะย่า แม่เป็นลูกคนเดียวของตากะยาย น้องสาวมีลูกไม่ได้ ชอบเลี้ยงแมวมากกว่าหมา ตอนเด็กๆโดนหมางับที่โคนขา@เขาใหญ่ เลยไม่ค่อยรักมัน แมวเลี้ยงมาหลายตัวมากๆ หมาเลี้ยงมาและรักตัวเดียวชื่อ แตงโม ไก่แจ้ก็ชอบ ตอนเด็กที่บ้านมี๓๐ตัวได้ แต่้ตอนนี้อยากเลี้ยงนกยูง เ็ห้นว่าสวยดี เรื่องแฟนไม่คิดมาก ยังนึกไม่ออกว่าแต่งงานเมื่อไรดี แต่พ่อห้ามแต่งก่อนสามสิบ ส่วนจะมีบุตรสืบสกุลหรือไม่ ไม่ค่อยแน่ใจ เพราะหมอบอกว่าต้องดูสุขภาพภรรยาด้วย ว่ามีได้ไหม บ้านเราไม่ค่อยแข็งแรงกันอะ เป็นโรคทางพันธุกรรมบางอย่าง ความสามารถพิเศษ : เรียนจบนักธรรมตรี แต่ไม่เปรียญซักกะประโยค แต่ก็ยังขยันกินเหล้าอยู่ นอกจากทำมาหาเลี้ยงชีวิตแล้ว งานอดิเรกคือ ชอบอ่านหนังสือมากๆ ในรอบสี่ปีนี้ใช้ชีวิตในห้องสมุดเป็นหลัก สำหรับเราเราเรียกมันว่าโลกไร้กาลเวลา โดนดูดเข้าไปบ่อยๆ อ้อ เราสายตาไม่สั้นนะ ไม่เนิ้ดเลยด้วย เป็นผู้ชายตัวใหญ่ ใส่เสื้อที่ซื้อตามสวนจตุจักรไม่ได้ ชอบผู้หญิง ตัวเล็ก ผมสั้น ตาสวย แก้มใส เสียงหวานๆ พูดได้มากกว่าสองภาษา จะสามสี่ห้าภาษาก็ได้ไม่ว่ากัน เรียนเก่งๆ ญาติน้อยๆ ชอบอยู่บ้าน เล่นดนตรีได้ ทำบัญชีได้ ขับรถไม่เป็น
View my complete profile