คู่กันต้องเสมอกันด้วยศีล
วันศุกร์ที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2552
๐๕:๑๒:๒๓ น.
เรื่องที่จะพิมพ์เล่าให้ฟังวันนี้ไม่เกี่ยวกับห้วข้อหรอก แต่ชอบคำนี้ วันนี้ได้ยินตู้พูดว่าพระต้อมท่านเคยสอนเรื่องนี้ ต้องขอบันทึกไว้ วันนี้คุยกันในรถนานมากๆ เรากะยุดไม่ได้เอารถไปก็เลยอยู่ในรถตู้กันนาน
วันนี้ควรชื่อตอนว่าทูตน้อยวัฒนธรรมไทยแต่เอาทีละเรื่องละกัน
วันนี้ตอนเย็นนั่งดูรายการในทีวีไปถ่ายที่อังกฤษ สารพัดโชว์วัฒนธรรมไทย คุณ เหี้ย เอ๊ย คุณ นุ่น วรนุช เขาพาคณะไปโชว์ (ตัวเหี้ย เขาให้เปลี่ยนเป็นชื่อวรนุช พาดหัว นสพ แทบทุกฉบับเมื่อวาน)
พอตอนเย็นห้าโมงกว่าๆตู้โทรมาบอกว่า วันนี้เลี้ยงส่งตาโฮ้พนะพี่ ทุ่มนึง พระนครบาร์ เราก็ตอบไปแบบตกใจ “ห่า กูยังไม่ได้โกนจั๊กกะแร้เลย ไปไม่ทันหรอก” ไอ้ตู้บอกว่า “ไม่ต้องโกนพี่” เราร้องเพลงในใจว่า “๑ ทุ่มก็เริ่มแต่งตัว วันนี้ไปไหนเพื่อนสาว ฉันชอบเยี่ยวมันผิดหรือไร ฉันรักในรัฐมนตรี เมื่อไหร่เดินจังหวะดี๊ดี 1234 เฮ เฮ เห่ เห้ ” ข่าวดีอีกเรื่อง ลูกน้องเดียร์คลอดวันนี้เอง ไอ้ตู้เป็นลุงในวัย๒๕
แล้วเราก็ออกจากบ้านไปตอนหกโมงนิดๆ กลับถึงบ้านตีสองหน่อยๆ แต่ที่พระนครบาร์แยกกันตั้งแต่สี่ทุ่มครึ่งแล้นนน
พอวางโทสับ แล้วก็ทำงานต่ออีกหน่อยนึง นึกในใจ เหี้ยไรวะ เลี้ยงส่งเหี้ยไรวะ กูก็คุยกะโฮ้พทุกวัน มันเครียดที่ยังไม่ได้วีซ่า เมื่อวานก็ไปสถานทูตมา แต่พอวันนี้โฮ้พมาถึงร้านก็คุยกันบอกว่าได้วันนี้ เดินทางวันเสาร์ เริ่มเรียนวันจันทร์ เราก็ว่า เอ้อ ดีเข้าท่าดี ไม่เสียเวลา
คนกลุ่มใหญ่ๆนี้ มักไม่รู้หรอกว่า เรากะโฮ้พก็สนิทกันนะ เพราะเรากะโฮ้พเวลาคนเยอะๆก็เงียบๆหน่อยทั้งคู่ แต่โทรคุยกันบ่อยมากๆ มากกว่าคนอื่นๆ หลังๆนี้หลายเดือนนี้ส่วนใหญ่มันโทรมาคุยเรื่องเรียนต่อ แต่ช่วงหลังๆนี้เครียดๆโทรหาเราแทบทุกวัน รอวีซ่านานจัด ปีนี้เขาเปลี่ยนระเบียบการยื่นเอกสารด้วย นึกในใจพ้นวันเสาร์นี้ไปจนถึงปลายปีหน้า จะไม่ได้ยินเสียงแม่งโทรมาบ่นแล้วหรือวะ คงคิดถึงน่าดู msn นี่ลืมได้เลย เราไม่ใช้อยู่แล้ว
แต่หลักๆก็คือ มันเครียด โทรมาก็จะพูดว่า พี่ทศมีเรื่องไรตลกๆป่ะวะ? แล้วเราก็จะเล่าเรื่อง ควย หี แตด ควย หี แตด ไป ให้มันได้ขำขัน เวลาผู้ชายคุยกันมันจะตลกๆไปตามเรื่องตามราว ไม่ค่อยมีไรซีเรียส แม่งก็จะชอบพูดว่า “พี่ทศแม่งชอบพูดเรื่องอับๆชื้นๆ” เราก็จะบอกไปว่า “ก็มึงเครียดอยู่” แต่ปกติเราไม่ใช่คนตลกหรอก ถ้าคนใกล้ชิดจะรู้ แต่ถ้าคนไกลออกไปนิดจะบอกว่าเราตลกทั้งนั้น เราก็จะบอกไปว่า ไม่ได้เป็นคนตลกโว้ย เป็นคนหล่อ (มุกนี้ใช้บ่อยคนก็ยังฮาอยู่)
กลับมาที่เรื่อง ”คู่กันต้องเสมอกันด้วยศีล”
วันนี้นั่งรถไป ก็คุยกะตู้ จริงๆเรากะตู้ก็เจอกันบ่อยๆ เม้ากันบ้าง วันนี้ตู้ก็พูดถึงต้อม เราบอกต้อมย้ายวัดจากระยองไปอยู่ชลบุรีแล้ว ต้อมเป็นพระพี่เลี้ยงตู้กะอ๊อฟสมัยเขาบวชกัน เรากะต้อมสนิทกันมากๆ พลังเยอะแต่พูดพอกัน คือ เรากะต้อมพลังเท่าเทียม จริงๆหาเพื่อนพลังเท่าเทียมกันหายาก เราเลยไม่ค่อยปล่อยของ แต่ปัจจุบันต้อมคงพลังสูงมากแต่เราพลังต่ำมากๆ แต่ถ้าต้นปีที่แล้ว พอฟัดพอเหวี่ยงทั้งคู่
อย่างเมื่อ๒สัปดาห์ก่อน ที่บ้านยุตม์ เม้าแตกกันแทบไม่ยอมกลับบ้านกันเลย อยู่กันเที่ยงจรดดึก มี ตู้ บอย ขุน เรา โฮ้พ ไรงี้ พวกนี้ ก็มีพลังสูงพอควร แต่แล้วแต่ว่าแต่ละคนจะปล่อยพลังหรือเปล่า ขุนกะตู้นี่ปล่อยบ่อย ปล่อยหมาปล่อยแมวเรี่ยราดไปทั่ว
เรากะต้อมก็จะปล่อยพลังใส่กัน มานานแล้วล่ะ ก็บ้านอยู่ใกล้กัน แต่ก็ไม่ค่อยไปปล่อยกะคนอื่นนัก จนต้อมไปบวชคงเจอปราชญ์เยอะ เราเองไม่ค่อยได้เจอปราชญ์นัก(ไม่นับถึงปราชญ์ในกายจากการค้นพบตนเอง) อ้อ ในรอบ๘เดือนนี้ มีเจอพลังสูงมากๆคนนึง แต่เขาดันเป็นนางสาวไทย จับพลังได้ตั้งแต่ประโยคแรกๆแล้วว่า พลังสูงมากๆ ถ้าไม่ได้เป็นนางงามก็อยากถกด้วยเหมือนกัน เสียดาย นานๆทีจะได้เจอคนมีพลังสูงขนาดนี้
แต่ประโยคแรกเราจำได้เลยว่า เราพูดอะไร หลังนั่งdinnerขันโตกริมน้ำเสร็จ
“คู่กันต้องเสมอกันด้วยศีล”เห็นด้วยอย่างยิ่ง คำประมาณนี้ล่ะ แต่เราไม่เคยคิด เรามักคิดแค่ว่า มันต้องมีความคล้ายกันอยู่ เราเข้าใจเรื่องแม่เหล็กดูดและผลักให้คนหากันและจากกัน แต่เราหานิยามเป็นเพียง๑ประโยคที่ชัดเจนขนาดนี้ไม่ได้ ก็เห็นด้วยว่าประโยคท่านต้อมคมจริงๆ
คนนับถือศีลน้อยเขาก็คู่กัน ไม่งั้นจะเห็นผัวเมียค้ายาร่วมกันหรือ
ผัวทำโต๊ะบอล เมียทำหวยก็มากมี
ไอ้เราก็ดัดจริตมาก ก็หาคู่ยากหน่อย แต่ทำให้คำตอบที่ทำไมตอนนั้นต้อมพูดกับเราเรื่องผู้หญิงชัดเจนขึ้นมากๆ เราเองก็รู้สึกแบบนั้นแหละ เคยฟังเพื่อนสนิทกัน(ก็ญาติต้อมอีกน่ะแหละ) พูดว่า มันชอบให้แฟนมันแต่งตัวโป๊ๆ มีกิ๊กเยอะๆก็ได้ มันไม่ว่า วันนั้นเราฟังเราก็งงๆ แต่ก็เออ คนเรามันก็รับกันได้ไม่เหมือนกันอะเนอะ เราไม่ชอบคนมีกิ๊กเยอะ
เราไม่ค่อยชอบพวกผู้หญิงชอบบริหารเสน่ห์ คือ ไงดี วะ หน้าตาเราไม่ได้แย่อะไรเลย (ไม่เชื่อดูรูปทางขวาดิ) แต่เราไม่ชอบเราว่ามันผิด และ มันก็บาป แต่เรื่องแบบนี้พูดรู้เรื่องกับต้อมกะตู้อะไรแบบนี้ คนด่าเราว่าโง่ก็บ่อยไป ไอ้เรื่องบริหารเสน่ห์มันกระจอกมากเลย ทำได้ไม่ยากหรอก ทำไมเราจะไม่เข้าใจว่า การรู้สึกว่าเอาเปรียบผู้อื่นได้ ทำให้ตนภาคภูมิใจในชัยชนะ ใช้ความหลงมาหลอกให้ได้มาซึ่งสิ่งที่ตนเองต้องการ ชัยชนะที่ไม่สิ้นสุดจากการเอาชนะไม่ใช่สิ่งที่เราต้องการหรอก แต่แน่นอนความรู้สึกดีจากชัยชนะมันนำพามาซึ่งความภาคภูมิใจ แต่จะมีประโยชน์อะไรหากใช้เล่ห์มารยาหรือจริตผิดศีลธรรม ใครจะทำก็ทำไป เราอยู่ห่างๆเสมอ
อืม สว่างแล้ว เดี๋ยวไปทำงานต่อดีกว่า ออกไปแรดมาหลายชั่วโมงไปหน่อย เฮ้อ
วันเสาร์คงวานเอ๋ยไปด้วยกันหน่อยสนามบิน ไม่ค่อยอยากไปคนเดียว คงอีกนานกว่าจะเจอโฮ้พ เรารักมันนะ มันชอบทำตัวให้น่าเป็นห่วงดี ไปส่งคนที่สนามบินไปคนเดียวได้เสมอ แต่ว่า เวลากลับมาแปลกๆไงไม่รู้ นึกไปถึงตอนไปส่งภัคเมื่อปลายปีที่แล้ว ก็ชวนน้ำไปด้วยกันเพราะรู้สึกแปลกๆถ้ากลับคนเดียว ก็คงคล้ายๆโฮ้พละมั้ง ห่วงๆว่าไปต่างประเทศแล้วจะเป็นไง
ถ้าอย่างไอ้แบ๊ง จะไปกี่ทีก็ไม่น่าห่วง แม่งเก่ง
สนามบินเป็นที่ที่ไม่ค่อยชอบมาแต่เด็ก ถ้าเราไม่จากเขา เขาก็จากเรา
อ้อ ทูตน้อยวัฒนธรรมไทยก็เลยไม่ได้กล่าวถึง
วันนี้ในทีวีท่านทูตบอกว่า มีคนไทยราวๆ๔หมื่นคนในสหราชอาณาจักร
แต่มีคนบอกพี่โฮ้พว่าที่บอนหมัดมีคนไทย๗ล้านคน (เปรียบได้ฮาดี)
อ้อ อีกประโยควันนี้ นกสุดสวย พูดกะเราว่า “ผัวรวมก็คล้ายๆสลัดผักรวมน่ะแหละ”
เรื่องขำอีกเรื่อง เพื่อนรู้จักนิดหน่อยที่อยู่ดูไบ(เป็นนางแบบ) ส่งข้อความมาตะกี๊บอกว่า ขอบใจที่โหวตให้แต่ไม่ได้ที่๑อะไรเทือกๆนี้ นึกในใจแล้วขำคนเดียว กูยังไม่เคยโหวทเลยซักกะติ๊ด ขำว่ะ คนนี้ก็เม้าหนุก อันนี้วันนั้นเราก็หนุกนะ คริสต์มาสปีที่แล้วที่สกลนคร ต่อปากต่อคำบีบบังคับจนเขาพูดว่า "แหม ทศชั้นชักจะชอบเธอแล้วแหละ" คนเงียบกันทั้งโตะ นึกไปก็คิดถึงว่าตนเองก็เคยหว่านเสน่ห์เหมือนกันแหละน่า ทำเป็นไปด่าสาวๆ ทำไปได้ นังทศ ตะกี๊เราเลยตอบกลับไปว่า ทศอยากประกวดนางงามนางนพมาศบ้างจัง
Friday, July 03, 2009
Subscribe to:
Post Comments (Atom)
About Me
- ทศ พิทักษากร
- Tokyo, Japan
- น้องสาวชื่อ ทอรุ้ง พ่อเป็นลูกคนเดียวของปู่กะย่า แม่เป็นลูกคนเดียวของตากะยาย น้องสาวมีลูกไม่ได้ ชอบเลี้ยงแมวมากกว่าหมา ตอนเด็กๆโดนหมางับที่โคนขา@เขาใหญ่ เลยไม่ค่อยรักมัน แมวเลี้ยงมาหลายตัวมากๆ หมาเลี้ยงมาและรักตัวเดียวชื่อ แตงโม ไก่แจ้ก็ชอบ ตอนเด็กที่บ้านมี๓๐ตัวได้ แต่้ตอนนี้อยากเลี้ยงนกยูง เ็ห้นว่าสวยดี เรื่องแฟนไม่คิดมาก ยังนึกไม่ออกว่าแต่งงานเมื่อไรดี แต่พ่อห้ามแต่งก่อนสามสิบ ส่วนจะมีบุตรสืบสกุลหรือไม่ ไม่ค่อยแน่ใจ เพราะหมอบอกว่าต้องดูสุขภาพภรรยาด้วย ว่ามีได้ไหม บ้านเราไม่ค่อยแข็งแรงกันอะ เป็นโรคทางพันธุกรรมบางอย่าง ความสามารถพิเศษ : เรียนจบนักธรรมตรี แต่ไม่เปรียญซักกะประโยค แต่ก็ยังขยันกินเหล้าอยู่ นอกจากทำมาหาเลี้ยงชีวิตแล้ว งานอดิเรกคือ ชอบอ่านหนังสือมากๆ ในรอบสี่ปีนี้ใช้ชีวิตในห้องสมุดเป็นหลัก สำหรับเราเราเรียกมันว่าโลกไร้กาลเวลา โดนดูดเข้าไปบ่อยๆ อ้อ เราสายตาไม่สั้นนะ ไม่เนิ้ดเลยด้วย เป็นผู้ชายตัวใหญ่ ใส่เสื้อที่ซื้อตามสวนจตุจักรไม่ได้ ชอบผู้หญิง ตัวเล็ก ผมสั้น ตาสวย แก้มใส เสียงหวานๆ พูดได้มากกว่าสองภาษา จะสามสี่ห้าภาษาก็ได้ไม่ว่ากัน เรียนเก่งๆ ญาติน้อยๆ ชอบอยู่บ้าน เล่นดนตรีได้ ทำบัญชีได้ ขับรถไม่เป็น
0 comments:
Post a Comment